คอลัมนิสต์

ชุมนุมนักเขียนที่คุนหมิง

ชุมนุมนักเขียนที่คุนหมิง

17 มิ.ย. 2559

ชุมนุมนักเขียนที่คุนหมิง : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา

           ในแวดวงวรรณกรรมของอาเซียน มีรางวัลทางวรรณกรรมอยู่รางวัลหนึ่งที่ถือได้ว่าเป็นรางวัลระดับนานาชาติ ที่มอบให้แก่นักเขียนจากประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน นั่นคือรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม “รางวัลซีไรต์” แต่เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้มีรางวัลวรรณกรรมที่ถือว่าเป็นระดับนานาชาติเกิดขึ้นอีกหนึ่งรางวัล คือ "รางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง" (Mekhong River Literature Award) ซึ่งในปีนี้ได้มอบรางวัลกันเมื่อวันเสาร์ที่ 11 มิถุนายน ณ เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน เพราะปีนี้ประเทศจีนรับเป็นเจ้าภาพ

           รางวัลซีไรต์นั้นประเทศไทยเป็นผู้ริเริ่มและก่อตั้ง แล้วเชิญประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียนเข้าร่วมจนครบทุกประเทศ ส่วนรางวัลวรรณกรรมแม่น้ำโขง ประเทศเวียดนามเป็นชาติต้นคิด ตอนแรกก็ร่วมกันสามประเทศ คือเวียดนาม กัมพูชา และลาว ต่อมาประเทศไทยของเราก็เข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย ตามติดมาด้วยเมียนมาร์ และจีน ถ้าดูตามนี้ก็คือ ประเทศที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่านนั่นเอง นักเขียนไทยที่ได้รับรางวัลนี้ก็มีหลายคนแล้ว แต่คนไทยส่วนมากแทบจะไม่ค่อยรู้จักรางวัลนี้มากนัก

           ที่ผมมีโอกาสได้มาร่วมงานนี้ที่คุนหมิง ก็เพราะสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นผู้พิจารณานักเขียนเพื่อให้ได้รับรางวัลประจำปี 2559 ได้คัดเลือกผมกับคุณพิบูลศักดิ์ ละครพลให้เป็นผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ ซึ่งกระบวนการและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาจะต่างจากรางวัลซีไรต์ จำนวนนักเขียนที่ได้รับการพิจารณาให้ได้รับรางวัลจากแต่ละประเทศก็มีมากกว่าหนึ่งคน แรกๆ เขาให้กันปีละ 3 คน ต่อมาก็ลดลงเหลือปีละ 2 คน คณะนักเขียนที่มาร่วมพิธีมอบรางวัลในแต่ละปีจะประกอบด้วย นักเขียนที่ได้รางวัล นายกสมาคมนักเขียนและกรรมการสมาคมอีกสามคน เหตุที่เชิญนายกสมาคมนักเขียน นักประพันธ์เพราะว่าสมาคมดังกล่าวเป็นองค์กรหลักในการพิจารณาตัดสิน สำหรับตัวแทนของสมาคมนักเขียนไทยที่เดินทางมาพร้อมกับผมและคุณพิบูลศักดิ์ ก็คือคุณกนกวลี พจนปกรณ์ อุปนายกสมาคม พร้อมด้วยตัวแทนอีกสองคนคือ คุณจตุพล บุญพรัด และทพญ.ธิติมา วิจิตรจรัลรุ่ง

           เราออกเดินทางจากไทยมาถึงคุนหมิงในวันที่ 10 มิถุนายน เข้าพักที่โรงแรมซึ่งเจ้าภาพเป็นคนจัดให้ ที่นี่เราพบนักเขียนและกรรมการสมาคมนักเขียนจากประเทศสมาชิกมาพร้อมหน้ากันอย่างคึกคัก นอกจากนี้เจ้าภาพยังได้เชิญตัวแทนนักเขียนและกรรมการสมาคมนักเขียนจากประเทศเนปาล บังกลาเทศ และสิงคโปร์ เข้ามาร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย เราไม่รู้ว่าประเทศจีนซึ่งเป็นเจ้าภาพมีวัตถุประสงค์อันใดที่ได้เชิญสามประเทศนี้มาร่วมงาน เพราะดูไปแล้วเขาก็ไม่ได้เป็นประเทศที่มีพื้นที่ติดกับแม่น้ำโขงแต่อย่างใด แต่ก็ทำให้พิธีมองรางวัลในปีนี้ยิ่งคึกคักดูเป็นงานระดับนานาชาติมากขึ้น

           ขณะเขียนต้นฉบับนี้ยังไม่ถึงเวลามอบรางวัล แต่กิจกรรมที่เจ้าภาพกำหนดก็ไม่ได้มีเรื่องนี้เพียงอย่างเดียว หากแต่ถือว่าเป็นการประชุมวิชาการด้านวรรณกรรมอยู่กลายๆ มีทั้งการประชุมของนายกสมาคมนักเขียนของแต่ละประเทศ การแสดงสุนทรพจน์ของนายกสมาคม จากนั้นก็จะเป็นการแสดงสุนทรพจน์จากนักเขียนและกวีผู้ได้รับรางวัล ซึ่งตัวแทนแต่ละประเทศก็เตรียมการมาอย่างดี ส่วนใครจะพูดอะไรกันบ้างคงได้นำมาเล่าสู่กันฟังในภายหลัง

           ไม่ได้มาคุนหมิงเสียนาน บ้านเมืองของเขาพัฒนาไปมาก แต่ปัญหาอย่างหนึ่งของพวกเราคือเมื่อมาถึงคุนหมิงแล้วไม่สามารถติดต่อกับใครในประเทศไทยได้เลย เนื่องจากระบบสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตของเราใช้ กูเกิล เฟซบุ็ก และไลน์ เป็นหลัก แต่โปรแกรมเหล่านี้ไม่มีใช้ในประเทศจีน ทางจีนเขามีระบบโซเชียลเน็ตเวิร์กของเขาเอง พวกเราซึ่งเป็นสาวกอาจารย์กูก็เลยได้แต่นั่งตาปริบๆ ทำอะไรไม่ได้เลย ผมพยายามส่งต้นฉบับ โดยวิธีของเราเอง โดยใช้เมลของนักศึกษาชาวจีนที่เป็นอาสาสมัครมาดูแลพวกเรา จนแล้วจนรอดก็ไม่ประสบความสำเร็จ

           ทราบทีหลังว่ามาแต่เมล แต่ไฟล์ที่แนบไม่ได้มาด้วย ข่าวว่าทำเอากองบรรณาธิการปั่นป่วนไปเลย เพราะต้องหางานอื่นมาลงแทน มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ ครับ เพราะไม่นึกมาก่อนว่า ในประเทศไฮเทคอย่างจีน กลับทำให้เราไม่สามารถติดต่อกับเมืองไทยทางระบบอินเทอร์เน็ตได้แม้แต่ช่องทางเดียว

           คราวต่อไปผมขอมาเล่าบรรยากาศในงานมอบรางวัลอีกสักตอน