
กสทช.มีอะไรที่ยังไม่ได้บอก
กสทช.มีอะไรที่ยังไม่ได้บอก : บทความพิเศษ โดยน้ำเชี่ยว บูรพา
เหลือบไปเห็นข่าวบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS มีหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์ไปสัปดาห์ก่อนว่าบริษัท แจส โมบาย บรอดแบนด์ จำกัด ที่เป็นบริษัทลูกได้รับหนังสือแจ้งจากสำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรณีไม่ยอมชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ครั้งก่อนแล้ว
โดย กสทช.มีมติให้แจสต้องชำระค่าใช้จ่ายในการจัดประมูลคลื่นความถี่ 900
เมกะเฮิรตซ์ ใหม่จำนวน 199.42 ล้านบาทโดยให้นำมาชำระภายใน 15 วัน ซึ่งบริษัทพร้อมจะดำเนินการตามมติบอร์ด กสทช.โดยไม่บิดพลิ้ว พร้อมกับยืนยันว่า ในส่วนของใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม และอินเทอร์เน็ต ของบริษัทในเครือจัสมินที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
หลายฝ่ายอาจแปลกใจทำไมผู้บริหารจัสมินและแจส โมบายถึงตัดสินใจจ่ายค่าปรับครั้งนี้อย่างรวดเร็วว่องไว ไม่บิดพลิ้ว ถามนายกฯ “บิ๊กตู่” ไปก็คงไม่รู้หรอก แต่หากถาม "บิ๊กน้อย" ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.คงรู้แน่!
เบื้องหน้าเบื้องหลังที่ทำให้ผู้บริหารจัสมินออกมาขานรับพร้อมจ่ายค่าปรับอย่างไม่ตะขิดตะขวงใจนั้น ก็ด้วยค่าปรับที่ กสทช.ตั้งไว้ร่วม 200 ล้านบาทที่ว่า ยัง “จิ๊บจ๊อย” เมื่อเทียบกับสิ่งที่แจสได้ไปจากการทิ้งใบอนุญาต 4 จีครั้งก่อน เพราะไม่เพียงจะทำให้บริษัทไม่ต้องแบกหนี้หัวโต เอาแต่เฉพาะราคาหุ้นจัสมินที่ขึ้นไปจากการไม่ต้องไปก่อหนี้เกินตัวนั้นก็มีมูลค่ามหาศาลมากกว่าเม็ดเงินค่าปรับที่ต้องจ่ายไปหลายเท่าตัว
ที่สำคัญ บริษัทไม่ถูกตรวจสอบและริบใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นๆ ทั้งยังได้รับการเปิดทางจาก กสทช.ให้ยังคงสามารถเข้าร่วมชิงเค้ก “อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์” มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทที่ กสทช.และกระทรวงไอซีทีเตรียมเปิดทางให้บริษัทสื่อสารโทรคมนาคมเข้าร่วมดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสานฝันเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย
ไม่ถือว่าถูกหวย “แจ็กพอต” ก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรกันดีแล้ว!
ทั้งที่ก่อนหน้าตามมติของคณะกรรมการ กสทช.ที่ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นไล่เบี้ยกรณีแจส โมบายทิ้งใบอนุญาต 4 จีบนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ นั้น กทค.และกสทช.ระบุชัดเจนว่า นอกเหนือจากการริบหลักประกันการประมูล 644 ล้านบาท และเรียกเงินชดเชยจากการทิ้งใบอนุญาตประมูล 4 จีของแจส โมบายแล้ว ยังจะตรวจสอบลึกไปถึงใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นๆ ของบริษัทในเครือ ทั้งยังต้องขึ้นแบล็กลิสต์ห้ามบริษัทเข้าร่วมประมูลงานของส่วนราชการอื่นๆ อีกด้วย
แต่มติล่าสุดของ กสทช.ที่ออกมานั้นกลับไม่มีการพูดถึงสิ่งเหล่านี้ จึงเท่ากับว่า กสทช.นั้นเปิดทางให้กลุ่มจัสมินยังคงมีสิทธิ์เข้าร่วมประมูลชิงเค้กก้อนยักษ์อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาทที่รัฐบาลกำลังเดินเครื่อง “เศรษฐกิจดิจิทัล” อย่างเต็มที่
ปัจจุบันบริษัทสื่อสารที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์อยู่นั้น นอกเหนือจากทรูมูฟ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ราว 2.5 ล้าน ยังมีบริษัททริปเปิ้ลทรีบรอดแบนด์ในเครือจัสมิน ผู้ให้บริการ 3บีบี ที่มีฐานลูกค้าอยู่กว่า 2 ล้านรวมอยู่ด้วย เห็นนายกฯ ออกมาตอกย้ำนโยบายต่อต้านการคอร์รัปชั่นและยืนยันว่าจะต้องไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ พร้อมเรียกร้องอยากให้ประชาชนช่วยสอดส่องเป็นหูเป็นตาให้ ก็น่าสนใจว่า กรณี “แจส โมบาย” ที่ทิ้งงานประมูลภาครัฐจนสร้างความเสียหายใหญ่หลวงไปก่อนหน้า จน กสทช.ต้องบากหน้าไปขอให้นายกฯ ใช้ มาตรา 44 ผ่าทางตันการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ให้ใหม่นั้น การที่ กสทช.มีมติให้แจส โมบาย จ่ายค่าปรับชดเชยแค่นี้โดยไม่มีการขึ้นบัญชีใดๆ เลย ซ้ำยังคงเปิดกว้างให้เข้ารับงานติดตั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์จากภาครัฐผ่านโครงการ ยูเอสโอ ของ กสทช.นั้นได้เต็มพิกัดเช่นนี้ ถือเป็นการดำเนินการที่สวนทิศกับนโยบายต่อต้านการทุจริตของรัฐหรือไม่
หรือว่าจะมีอะไรซ่อนเร้นปิดบังกันอยู่ หรือมีความจำเป็นใดๆ ก็น่าจะแจกแจงกันไปให้ชัด สังคมไทยไม่ใช่เป็นสังคมที่ไม่รับฟังเหตุผล



