คอลัมนิสต์

คนการเมืองvsยูโร2016

คนการเมืองvsยูโร2016

17 มิ.ย. 2559

คนการเมืองvsยูโร2016 : ทีมข่าวสำนักข่าวเนชั่น

           ชั่วโมงนี้คงจะไม่มีกระแสอะไรแรงเท่าข่าวคราวการกีฬาไปได้ ยิ่งช่วงนี้การแข่งขันฟุตบอลยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ได้เริ่มบรรเลงเพลงแข้งกันไปบ้างแล้ว ไปไหนมาไหนมีแต่คนพูดถึงเรื่องฟุตบอลกันทุกหัวระแหง

           จากกระแสความแรงดังกล่าว ทำให้สถานีโทรทัศน์ทั้งดิจิทัลและไม่ดิจิทัล หลายช่องหลายรายการยังต้องเจียดเวลาอันมีค่าของสถานี เพิ่่มช่วงวิเคราะห์เจาะลึกศึกฟุตบอลยูโรขึ้นมาพิเศษ

           หนึ่งในนั้น คือ สถานีโทรทัศน์สีฟ้า บลูสกาย (ฟ้าวันใหม่) ซึ่งเป็นสถานีโทรทัศน์ที่พูดคุยกับข่าวการบ้านการเมืองเป็นจุดขายของช่อง ยังอดใจไม่ไหวที่จะเจียดเวลาให้พื้นที่กับกระแสฟีเวอร์ฟุตบอลกับเขาในครั้งนี้ด้วย แถมมอบหมายให้พิธีกรคู่หูฝีปากเอกด้านการบ้านการเมือง ศิริโชค โสภา และ เทพไท เสนพงศ์ มาเป็นคนดำเนินรายการวิเคราะห์การแข่งขันฟุตบอลรายการสำคัญในครั้งนี้ด้วย ใช้ชื่ิอช่วงรายการว่า “ยูโร 2016 ใครชนะ ใครแชมป์”

           ศิริโชค กล่าวถึงที่มาที่ไปของการจัดรายการใหม่ในครั้งนี้ว่า ช่วงนี้เป็นช่วงของการแข่งขันฟุตบอลยูโร ซึ่งรูปแบบของรายการมาจากแฟนบอลพันธุ์แท้อย่าง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้คิดค้นขึ้นเอง ภายใต้คอนเซ็ปต์ควรจะแตกต่างจากที่อื่นๆ โดยทั่วไป ที่มีคนพูดคุยเพียง 2 คนเท่านั้น ไม่ใช่วิเคราะห์ว่าใครแพ้ใครชนะก็จบ 

           ศิริโชค สะท้อนเงาคิดของอภิสิทธิ์ว่า รายการควรจะมีอะไรตื่นเต้นเร้าใจร่วมไปกับผู้ชมรายการ และควรที่จะนำรูปแบบของสถานีโทรทัศน์บีบีซีเข้ามา ซึ่งทางบีบีซีได้ทำนายผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีก โดยจะมีพิธีกรและเชิญแขกมาร่วมรายการให้แข่งขันว่าใครจะทายผลแม่นกว่า และเก็บคะแนน จึงเป็นที่มาของการจัดรายการวิเคราะห์ผลฟุตบอลดังกล่าว รายการของบลูสกายพิธีกรแต่ละคนที่วิเคราะห์ผลบอลต้องมีความรับผิดชอบ เพราะจะปรากฏคะแนนขึ้นมาในรายการแต่ละวัน

           โดยพิธีกรมีตัวหลัก 4 คน ขณะนี้การแข่งขันผ่านมาหลายวันแล้ว อภิสิทธิ์จะมาวิเคราะห์ในรอบที่สอง และปรากฏว่าในแต่ละวันสรุปออกมาแล้ว ศิริโชค บอกว่า เขามีคะแนนนำในการวิเคราะห์ 14 แต้ม ขณะที่อภิสิทธิ์ตามมาเป็นที่สองมี 12 แต้ม ส่วน สาธิต ปิตุเตชะ มาเป็นอันดับที่สาม ทั้งนี้การทายผลดังกล่าวต้องใช้ศาสตร์อย่างมาก ต้องมีทั้งข้อมูล การวิเคราะห์ผู้เล่น และวิเคราะห์สถานการณ์ ถ้าทายมั่วคะแนนก็จะต่ำมาก เพราะเมื่อทายแล้วจะมีผลปรากฏเป็นคะแนน ดังนั้นหากไม่ทำการบ้านก็ไม่ได้

           “การที่นักการเมืองเปลี่ยนมาจัดรายการวิเคราะห์ผลบอลผมคิดว่าเป็นผลดี เพราะทำให้นักการเมืองไม่ได้พูดโจมตีกันอย่างเดียว แต่ต้องแสดงออกให้เห็นว่าเราก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งมีความรักชอบกีฬา สามารถนำความรู้มาวิเคราะห์ได้ทุกเรื่อง ต้องใช้เหตุและผล ใช้พื้นฐานข้อมูลที่มีอยู่ รูปแบบออกมาก็ดูผ่อนคลาย ผมคิดว่าความตึงเครียดทางการเมืองก็จะลดน้อยลง ผมตั้งใจจะดูครบทุกแมทช์  ซึ่งเป็นภาระหนักอึ้ง เพราะต้องจัดรายการทุกวัน ฟุตบอลเล่นคู่แรก 2 ทุ่ม คู่ที่ 2 ห้าทุ่ม และคู่สุดท้าย เวลาตีสอง ถ้าไม่ติดตามดูก็จะเป็นปัญหา หากจะให้ไปตามอ่านข่าวอย่างเดียวก็จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ในส่วนของคุณอภิสิทธิ์ ผมเข้าใจว่าติดตามข้อมูลทุกแมทช์เพราะดูวิธีการวิเคราะห์ก็แสดงว่าต้องดูทุกวันทั้ง 3 คู่”

           ศิริโชค ยังให้ความเห็นถึงปัญหาการพนันบอลที่กำลังแพร่ระบาด คิดว่าเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เพราะการพนันเป็นสิ่งที่ไม่ดีอยู่แล้ว คนที่ได้ประโยชน์ก็คือเจ้าของบ่อน หรือเว็บไซต์ที่เปิดให้พนันบอล หลายคนแทงแล้วหมดเนื้อหมดตัวจำนวนมาก อยากให้หลีกเลี่ยงควรดูให้สนุกมากกว่าและมีการเก็บคะแนนกันโดยไม่มีการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะคิดว่าการเก็บคะแนนเป็นสิ่งท้าทายอย่างหนึ่งว่าเราทายผลบอลได้แม่นยำแค่ไหน

           “ส่วนการประเมินว่าทีมไหนจะได้เข้าชิงหรือเป็นแชมป์ยูโรในปีนี้นั้น เรื่องนี้เป็นปัญหากับผมมาก เพราะถ้าเราใช้สมองอาจไม่ตรงกับใจของเรา จึงเป็นสิ่งที่ต้องควบคุมอย่างมาก เช่นในแต่ละนัดที่มีการแข่งขันก็จะใช้ใจในการวิเคราะห์ว่าทีมที่เชียร์ต้องชนะ แต่ความจริงแล้วสมองสั่งแล้วว่าทีมเราไม่ชนะแน่นอน ซึ่งเป็นปัญหากับการทำนายผลฟุตบอลมาก และเป็นสิ่งที่ทำให้ต้องควบคุมการตัดสินใจ บนความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม ผมเชียร์ทีมอังกฤษแต่มองว่าทีมที่ได้เปรียบคือ ฝรั่งเศส เจ้าภาพ ที่น่าจะเต็งหนึ่ง รองลงมาคือ เยอรมนี”

           เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช เล่าว่า เป็นแขกรับเชิญของทางรายการ เพราะไม่สันทัดกีฬาเท่าไหร่ บังเอิญช่วงนี้เป็นช่วงกระแสฟุตบอลยูโร ทางสถานีจึงเปลี่ยนช่วงวิเคราะห์คอลัมนิสต์ออกชั่วคราวเพื่อเอาใจแฟนบอล แต่หลังวันที่ 10 กรกฎาคม หมดช่วงเทศกาลฟุตบอลก็จะกลับมาวิเคราะห์การเมืองที่เข้มข้นมากกว่าเดิม โดยจะเป็นรายการสายล่อฟ้า ทั้งนี้ ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบเนื้อหาของทางรายการให้เข้ากับสถานการณ์และผู้ชมของสถานีบลูสกายก็ได้มีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านกีฬา โดยสามารถแสดงความเห็นผ่านเอสเอ็มเอสเข้ามายังรายการได้

 
นักการเมืองเทใจให้“อินทรีเหล็ก”คว้าแชมป์ยูโร

           “เต้น”มั่นใจ”อินทรีเหล็ก”คว้าแชมป์

           ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) “ผมเชียร์ทีมสเปน แต่ปีนี้คิดว่าทีมเยอรมันน่าจะเป็นแชมป์ เพราะสภาพทีมนั้นยังแข็งแกร่งไม่ต่างกับชุดแชมป์ฟุตบอลโลก การเล่นบอลเป็นทีม รวมถึงการผสมผสานกันระหว่างผู้เล่นชุดเดิมที่ผ่านความสำเร็จมาแล้ว กับผู้เล่นหน้าใหม่ที่ต้องการจะพิสูจน์ตัวเองในรายการสำคัญครั้งนี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่พาทีมเยอรมันเป็นแชมป์ได้”
 
           “รมว.ท่องเที่ยว”แทงกั๊ก“ทีมอินทรีเหล็ก-อังกฤษ”

           กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา “ปกติดิฉันตามเชียร์ทีมชาติอังกฤษและเยอรมัน เพราะอย่างที่ทราบคนไทยจำนวนมากชื่นชอบทีมชาติอังกฤษ ส่วนทีมชาติเยอรมันนั้นถือเป็นทีมที่มีวินัยในการลงเล่นสูง อย่างไรก็ตาม ดิฉันหวังว่าชาติเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศสจะดำเนินการจัดการแข่งขันให้ทุกอย่างลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะก่อนหน้านี้ฝรั่งเศสต้องประสบกับภัยก่อการร้ายครั้งรุนแรง ทั้งนี้ เชื่อว่ายูโร 2016 ที่กำลังแข่งขันอยู่นั้น จะมีผลให้คนไทยติดตามกีฬาฟุตบอลมากยิ่งขึ้น เพราะปีนี้ถือว่ามีรายการแข่งขันให้ได้ติดตามทั้งในและต่างประเทศจำนวนมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำมาตลอดว่าต้องการพัฒนาคนด้วยกีฬา ที่สร้างให้คนมีวินัยและความสามัคคี”
 
           “วัฒนา”เชื่อ“อินทรีเหล็ก”มีโอกาสคว้า“แชมป์”

           วัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย “ผมไม่ได้เชียร์ทีมไหนเป็นพิเศษ แต่ที่ชอบปีนี้ คือ อังกฤษ เพราะปีนี้น่าสนใจตรงที่มีผู้เล่นหนุ่มๆ อายุน้อย และมีตัวปิดสกอร์คมๆ หลายคน ทั้งเคน วาร์ดี ซึ่งเมื่อก่อนจะไม่ค่อยมีกองหน้าคมๆ แบบนี้เท่าไหร่ มีก็อายุมากแล้วทั้งนั้น หวังพึ่งกับผู้เล่นที่วัยเริ่มจะโรยราแล้วอย่างเจอร์ราร์ดหรือรูนีย์ จึงทำให้ปีนี้เกมรุกของอังกฤษน่าจะมีความหลากหลายมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนฝรั่งเศสเจ้าภาพนั้น จะได้เปรียบในเรื่องของความเป็นเจ้าภาพ แต่ถ้ามองที่ความสม่ำเสมอในการเล่นแล้วก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นเยอรมัน เพราะฟุตบอลรายการนี้เป็นแบบทัวร์นาเมนต์ จึงต้องคำนึงถึงการแข่งขันนัดต่อไปด้วย ใบเหลืองใบแดงถือว่ามีผลอย่างมาก ประสบการณ์ของทีมและตัวผู้เล่นก็มีผล หากผู้เล่นสำคัญใส่กันไม่ยั้ง ไม่รักษาฟอร์มของตัวเองแล้วบาดเจ็บขึ้นมา ก็จะส่งผลกับทีมได้
 
           แกนนำชาติไทย ขอเชียร์“พญาอินทรี”

           สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา “ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป (ยูโร) "ผมเชียร์ทีมชาติเยอรมัน ทีมเยอรมันถือเป็นทีมที่แข็งแกร่ง หัวใจไม่ยอมแพ้ ไม่ถอดใจ ในการลงสนามเมื่อกรรมการไม่เป่านกหวีดยุติการแข่งขัน ผู้เล่นในทีมเยอรมันจะไม่ยอมหยุด ซึ่งผมก็ลุ้นอยู่ ว่าทีมชาติเยอรมันจะเป็นแชมป์ฟุตบอลยูโร เพราะที่ผ่านมาเขาเคยได้แชมป์บอลโลกมาแล้ว ดังนั้นฟุตบอลยูโร พอจะมีลุ้นอยู่”

           “อภิสิทธิ์”เชื่อ“ฝรั่งเศส”มีสิทธิ์คว้าแชมป์

           อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ “โดยปกติแล้วผมไม่ได้เชียร์ทีมใดทีมหนึ่งอยู่แล้วครับ แต่ปีนี้น่าจะสนุก เพราะว่าดูสูสีกันมาก จริงๆ แล้วโอกาสของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าภาพก็มีโอกาสในการคว้าแชมป์สูงอยู่ ส่วนเทคนิคในการดูฟุตบอลอย่างไรไม่ให้กระทบกับการงาน ก็ทำอย่างไรก็ได้เพียงขอให้นอนให้เพียงพอ”
 
           “อ.หรั่ง”มั่นใจ”อินทรีเหล็ก”ซิวแชมป์ยูโร

           ชาญวิทย์ ผลชีวิน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) หรือโค้ชหรั่ง “ผมเชียร์ทีมชาติเยอรมัน เพราะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และยังเคยเป็นแชมป์โลก และคาดว่าจะคว้าแชมป์ยูโรได้ในสมัยนี้ เนื่องจากทีมเยอรมันเป็นทีมที่มีมาตรฐานสูง ไม่เคยตกรอบแรกในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ เป็นชาติที่มีความมุ่งมั่นสูง ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ส่วนตัวผู้เล่นก็มีประสิทธิภาพสูงมาก แม้แต่ตัวสำรองก็ไม่แตกต่างกับผู้เล่นตัวจริง ขณะที่แผนการเล่นก็มีเกมรุกที่หลากหลาย และมีเกมรับที่แข็งแกร่ง จึงเชื่อว่า น่าจะคว้าแชมป์ยูโรได้”
 
           “อดีตนักเตะราชนาวี”เชื่อ“อินทรีเหล็ก”คว้าแชมป์

           พล.ร.อ.ธราธร ขจิตสุวรรณ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อดีตนักเตะสโมสรราชนาวี “ส่วนตัวเชียร์ทีมชาติสเปน เพราะเล่นบอลสวยงาม สไตล์บอลอเมริกาใต้ ที่ครองบอลเหนียวแน่น ซึ่งตนติดตามการเล่นของทีมชาติสเปนมานานจึงชอบ แต่ในทัวร์นาเมนต์บอลยูโร 2016 คิดว่า ทีมชาติเยอรมันจะคว้าแชมป์ ซึ่งเยอรมันเพิ่งได้แชมป์โลกแม้ว่าในช่วงอุ่นเครื่องจะแพ้ก็ตาม แต่สภาพของทีมโดยรวมถือว่า แข็งแกร่ง ทั้งกองหน้ากองหลัง อีกทั้งตัวผู้เล่นก็มีวินัยในการเล่น ถือว่าเป็นจุดแข็งของทีม ขณะที่เกมรุก็น่ากลัวมีความหลากหลายในการทำเกม การต่อบอลตามช่องก็ดีแย่งได้ยาก ในบางเวลาก็เปลี่ยนเกมจากการต่อบอลสั้นเป็นการโยนยาวให้ศูนย์หน้าโจมตีคู่แข่ง หรือการใช้บอลโยนยาวจากริมเส้นให้กองหน้าโหม่ง นอกจากนี้ยังการโต้กลับอย่างทันควันทำให้คู่แข่งไม่สามารถป้องกันประตูได้ ที่สำคัญโยอาคิม เลิฟ ก็เป็นคนหนุ่มไฟแรง มีความฉลาด วางเกมแก้เกมได้เป็นอย่างดี จึงเห็นว่า เยอรมันคว้าถ้วยยูโรได้”