คอลัมนิสต์

ตรวจ'ไฮเทค'คุกสกัดของต้องห้าม(3) 

ตรวจ'ไฮเทค'คุกสกัดของต้องห้าม(3) 

16 มิ.ย. 2559

ตรวจ'ไฮเทค'คุกสกัดของต้องห้าม(3) 

          การลักลอบนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำเป็นเรื่องที่ท้าทายเจ้าหน้าที่เป็นอย่างยิ่ง และวิธีการเดียวที่จะสกัดกั้นขบวนการนี้ได้ คือ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ในการรักษาความปลอดภัยและตรวจสอบคนที่เข้าออกเรือนจำ แต่สุดท้ายแล้วถึงระบบจะดีแค่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

ตรวจ'ไฮเทค'คุกสกัดของต้องห้าม(3) 

          เรือนจำกลางคลองเปรมเป็นคุกที่คุมขังนักโทษยาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ แต่ถึงจะเป็นคุกความมั่นคงสูงแค่ไหนก็ไม่สามารถหยุดยั้งความพยายามของขบวนการในการลักลอบขนโทรศัพท์มือถือเข้ามาได้ จนกระทั่งกรมราชทัณฑ์ต้องตัดสินใจติดตั้งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและการตรวจค้นเหล่านี้ เมื่อเดือนเมษายน ที่ผ่านมา

          เรือนจำกลางคลองเปรมแห่งนี้ ในแต่ละวันจะมีผู้คนเข้าออกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำ ญาติพี่น้องที่มาเยี่ยมนักโทษ และนักโทษที่เดินทางไปขึ้นศาล และทุกคนที่ผ่านเครื่องตรวจจับเหล่านี้มีสิทธิเป็นผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น

          การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดโทรศัพท์มือจากนักโทษได้กว่า 1,600 เครื่องในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เป็นคำตอบที่ดีว่า การตรวจตราด้วยมือและสายตามนุษย์อย่างเดียวหละหลวมแค่ไหน แม้แต่เครื่องตรวจจับโลหะที่มีอยู่ก็ไม่สามารถรับมือกับปัญหาได้

          เครื่องเอกซเรย์คือด่านแรกที่ทุกคนต้องผ่าน แต่ถึงแม้จะผ่านเครื่องเอกซเรย์ แต่ถ้าใครที่มีอะไรซุกซ่อนเข้ามาด้วยก็คงยากที่จะผ่านด่านต่อไปที่เป็นเครื่องบอดี้สแกน (body scan)

          ไม่ว่าจะเป็นใคร โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งต้องห้ามเด็ดขาดในเรือนจำแห่งนี้ แม้แต่เจ้าหน้าที่เรือนจำทุกคนก็ไม่มีสิทธิ์นำโทรศัพท์มือถือติดตัวเข้าไปข้างใน ทีมงาน PrimeTime ต้องฝากโทรศัพท์มือถือไว้ข้างนอกก่อนได้รับอนุญาตให้เข้าไปภายใน

          การขนอาหารเข้าไปเรือนจำเคยเป็นช่องว่างให้โทรศัพท์มือเล็ดลอดเข้าไปได้ และคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่เจ้าหน้าที่จะต้องเปิดอาหารทุกกล่องหรือพัสดุทุกชิ้นเพื่อตรวจดูสิ่งแปลกปลอม แต่เครื่องเอกซเรย์เครื่องนี้ช่วยตอบโจทย์ที่เจ้าหน้าที่อาจตอบไม่ได้

          แต่ไม่ว่าเครื่องมือและระบบตรวจตราที่มีอยู่จะดีแค่ไหน ความพยายามของนักโทษที่เป็นผู้ค้ายาที่จะสั่งการไปยังเครือข่ายก็คงยังไม่หยุด และที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เจ้าหน้าที่ข้างในก็ยังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

          ระหว่างปี 2556-2558 มีเจ้าหน้าที่และลูกจ้างของกรมราชทัณฑ์ 53 คน ที่ถูกลงโทษเพราะความผิดเกี่ยวกับการลักลอบเอาโทรศัพท์มือถือเข้าไปในเรือนจำ และยังมีอีก 79 คน ที่ทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

          “เรื่องนี้ถือว่าน่ากลัว ที่ผู้ค้ายายังสามารถบงการในคุกได้ ซึ่งกรมราชทัณฑ์มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ก็ไม่สบายใจ จึงพยายามหาวิธีการและวิวัฒนาการมาเรื่อย ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องมีมาตรการในการดูแลในเรื่องนี้ หากไม่ดูแลก็จะมีมาตรการทางด้านการปกครอง ถ้ามีการตรวจสอบแล้วยังสามารถจับโทรศัพท์ได้ ผู้บัญชาการเรือนจำก็จะต้องรับผิดชอบ ในทุกตารางนิ้วของเรือนจำจะมีคนรับผิดชอบทั้งหมด ถูกจับบริเวณไหนจะต้องมีคนรับผิดชอบ และไม่ได้รับผิดชอบเพียงคนเดียว แต่จะต้องรับผิดชอบตามสายการบังคับบัญชา” กอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รักษาราชการอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าว