การพัฒนางานตำรวจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว?
การพัฒนางานตำรวจได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว? : โลกตำรวจ โดยปนัดดา ชำนาญสุข
ถึงแม้ว่าจะมีการตั้งคำถามมากมายจากเหล่าบรรดาตำรวจทั่วประเทศในห้วงเวลาท่ี่ผ่านมา ถึงประเด็นของ “ความเหมาะสม” “ความเป็นธรรม” และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการแต่งตั้งตั้งโยกย้ายในห้วงเวลาที่ผ่านมา
ความสงสัย เคลือบแคลงใจต่อการตัดสินใจแต่งตั้ง โยกย้าย หรือให้เลื่อนตำแหน่งของผู้ที่ไม่มีประสบการณ์และความชำนาญในงานนั้นๆ เช่น การสั่งให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำงานจราจรมาโดยตลอดมาปฏิบัติงานในตำแหน่งงานสืบสวน หรือกรณีสั่งให้ผู้ที่ไม่มีความรู้ ความชำนาญในงานสอบสวนเลยแต่กลับได้รับการพิจารณาแต่งตั้ง โยกย้ายให้มาทำงานด้านสอบสวน โดยสั่งให้ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานสอบสวน หรือสืบสวนในพื้นที่โยกย้ายไปทำงานสายป้องกันปราบปรามบ้าง จราจรบ้าง ในสถานีตำรวจที่ไกลโพ้น ซึ่งแทบไม่มีสถิติคดีอาญาให้ทำ รวมถึงการโยกย้ายข้ามกองบัญชาการอย่างปั่นป่วน จนไม่มั่นใจว่า งานตำรวจนั้น ความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านสภาพพื้นที่ บริบททางสังคมวัฒนธรรม วิถีชีวิตและประวัติศาสตร์ชุมชนที่เก่ี่ยวข้องกับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมนั้น ไม่มีความจำเป็นสำหรับงานตำรวจยุคปัจจุบันอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่ ?
การแต่งตั้งตำรวจต่างกองบัญชาการที่ไม่มีประสบการณ์ในงานนั้นๆ มาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น แสดงว่าตำรวจในกองบังคับการนั้น หรือกองบัญชาการนั้น ไม่มีความรู้ ความสามารถที่เชี่ยวชาญและเหมาะสมเพียงพอใช่หรือไม่?
การตัดสินใจเลือกใช้วิธีการรวมศูนย์อำนาจสำหรับการพิจารณาการบริหารจัดการงานบุคคล แทนการกระจายอำนาจการพิจารณาคัดเลือก สรรหา บรรจุ แต่งตั้งบุคคลให้ปฏิบัติหน้าที่โดยให้ผู้บังคับการ และผู้บัญชาการตำรวจในระดับกองบัญชาการภาคดำเนินการเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น และควรมีอำนาจเต็มอย่างอิสระ โดยมีกลไกการกำกับ ติดตามและตรวจสอบนั้น เป็นวิธีการบริหารงานบุคคลที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับการบริหารงานตำรวจใช่หรือไม่?
ถึงแม้ว่า คำถามที่ถูกตั้งขึ้นดังกล่าวข้างต้นจะยังไม่มีคำตอบ แต่สิ่งที่ผู้บังคับการตำรวจและผู้บัญชาการตำรวจทั้งหลายต่างต้องรับทราบ ตระหนักและทำความเข้าใจให้ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้านี้ให้ได้คือ
การหาวิธีการส่งเสริมขวัญและกำลังใจ และการพัฒนากลไกในการบริหารงานเพื่อลดผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ลงให้ได้ รวมถึงพยายามแก้ไขและประคับประคองสถานการณ์ให้ภารกิจการใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไปได้ พอสมควร! (จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารจัดการงานตำรวจที่เหมาะสมและเป็นธรรม)
สิ่งที่ผู้บังคับการตำรวจและผู้บัญชาการตำรวจอาจทำได้ด้วยการใช้อำนาจที่ผู้บังคับการและผู้บัญชาการมีอยู่(บ้าง?) คือ การใช้อำนาจในการสับเปลี่ยนหมุนเวียนหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เกิดความเหมาะสมเท่าที่สามารถดำเนินการอย่างเต็มกำลังความสามารถ
เป็นการใช้อำนาจในการสั่งโยกย้าย ช่วยราชการ เพื่อแก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายแบบผิดฝาผิดตัวให้เกิดผลกระทบลดน้อยลงบ้าง ดีกว่าที่จะไม่ทำอะไรเลย
สิ่งที่ต้องสู้เพื่อไพร่พลคนทำงานต่อไปอีกขั้นหนึ่ง คือ การพิจารณาความดีความชอบให้เป็นไปตามหลักการที่ว่า ทำดีต้องได้ดี ทำชั่วต้องได้ชั่ว
สู้เพื่อไพร่พลคนทำงาน มิได้ทำขึ้นเพื่อเลี้ยงลูกน้องไว้ โดยหวังว่าจะให้ลูกน้องทั้งหลาย(หรือเพื่อนร่วมรุ่น)มาดูแลในลักษณะผลประโยชน์ต่างตอบแทนตามวิถีวัฒนธรรมอุปถัมภ์
หากแต่เป็นการสู้เพื่อความสง่างามและศักดิ์ศรีที่ผู้เป็นนาย หรือผู้นำที่ดีพึงกระทำ
เป็นการสู้เพื่อธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในการบริหารงานภายในองค์การตำรวจ
การเลือกใช้คนไม่เหมาะกับงาน เพียงเพราะการแปะป้าย ตีตราคนอื่นๆที่มีความสามารถมากกว่าว่า “ต่างพวก” “ต่างกลุ่ม” “ต่างรุ่น” ส่งผลต่อความไม่สำเร็จในการทำงาน ส่งผลให้นายตำรวจฝีมือดีจำนวนมากในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้รับมอบหมายให้ทำงานที่พวกเขาเหล่านั้นมีความรู้ ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในระดับที่กลายเป็นยี่ห้อประจำตัว ซึ่งล้วนเป็นที่รู้กันในวงการและคนใกล้ชิดเสียด้วยซ้ำว่า ใครมีฝีมือในการสืบสวน สอบสวน ปราบปราม หรือแม้กระทั่งงานพิสูจน์หลักฐาน เป็นต้น นับเป็นความล้มเหลวในการบริหารทรัพยากรมนุษย์อย่างยิ่ง
อีกไม่กี่เดือนจะถึงวาระการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับกองบังคับการและกองบัญชาการอีกครั้ง จึงได้แต่หวังว่า บทเรียนแห่งความผิดพลาดทั้งหลายทั้งปวงในการบริหารงานบุคคลในการแต่งตั้งโยกย้ายตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมาจะถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาและนำพาทีมตำรวจผู้ปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ให้สามารถทำงานด้วยอุดมคติตำรวจต่อไปได้
จนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลงานตำรวจจะแสดงให้สังคมเห็นอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า รัฐบาลให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานตำรวจเพื่อให้การทำหน้าที่ของตำรวจเป็นไปด้วยความยุติธรรมอย่างแท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ?
ด้วยเชื่อว่า ความผาสุกของคนในสังคมจะเกิดขึ้นได้หากการทำหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เข้มแข็งและยุติธรรม



