คอลัมนิสต์

ปฏิรูปตำรวจอย่างไร

ปฏิรูปตำรวจอย่างไร

15 มิ.ย. 2559

ปฏิรูปตำรวจอย่างไร : บทบรรณาธิการประจำวันที่15มิ.ย.2559 

          ปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่เรื่องใหม่ของคนสีกากี เพราะมีการพูดถึงกันทุกครั้งที่บ้านเมืองเกิดวิกฤติ เช่น การเข้ายึดอำนาจทางการเมืองโดยกองทัพ หรือช่วงที่บ้านเมืองทุกเข็ญเต็มไปด้วยโจร ประชาชนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ ตำรวจจะเป็นองค์กรแรกๆ ที่ถูกกล่าวถึงและพยายามปรับเปลี่ยนการทำงานเพื่อผดุงความยุติธรรม ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชั่น ตำรวจเป็นที่พึ่งได้จริงๆ แต่ที่ผ่านมายิ่งแก้ดูเหมือนว่าองค์กรนี้จะยิ่งวิกฤติขึ้น โดยเฉพาะปัญหาเดิมๆ ขวัญกำลังใจของคนทำงานไม่ได้รับความเป็นธรรม จนตำรวจไม่น้อยเริ่มถอดใจ หลายองค์กรพยายามเข้ามาวางหลักเกณฑ์ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อวางกรอบการทำหน้าที่ขององค์กรตำรวจ ไม่ว่าแนวคิดเรื่องถ่ายโอนให้ตำรวจไปขึ้นกับองค์กรปกครองท้องถิ่นหรือแม้กระทั่งการแยกงานการสอบสวนไปไว้กับหน่วยงานอื่น ซึ่งทั้งหมดนี้ แม้ดูจะเป็นเรื่องดี มีการยกเหตุผลกันมามากมาย แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่การปฏิบัติจริงตามที่มีกฎหมายรองรับ เพราะตำรวจแม้จะมีระเบียบหรือกฎหมายตามพระราชบัญญัติตำรวจ แต่ก็มีการละเลยยกเว้นจนการบริหารงานบุคคลติดขัดเกิดปัญหาตามมามากมาย เห็นชัดที่สุดก็คงไม่พ้นเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีปัญหาทุกครั้ง เพราะองค์กรนี้มีผลประโยชน์มากมาย นายตำรวจส่วนมากต้องการมุ่งหน้าไปในพื้นที่เกรดเอหรือส่วนที่มีอำนาจกฎหมายเพื่อเรียกรับผลประโยชน์รูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

          ถ้าถามคนในองค์กรเองร้อยทั้งร้อยมีแนวคิดว่า หลักเกณฑ์หรือกฎหมายระเบียบต่างๆ นั้นดีอยู่แล้ว เพียงแต่การปฏิบัติไม่ได้เป็นไปตามนั้น มีการปรับเปลี่ยนหาช่องว่างเพื่อให้นายตำรวจที่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจเติบโตในราชการ ข้ามหัวกันไปมา รุ่นน้องข้ามหัวรุ่นพี่ มีการเลื่อยขาเก้าอี้กันอยู่ตลอดเวลา นายตำรวจไม่น้อยวิ่งเข้าหานักการเมือง ศูนย์อำนาจ จนทำให้ระบบคุณธรรมโดยรวมเสียหายไปหมด นายตำรวจที่มุ่งแต่ทำงานกลับไม่ได้รับการเหลียวแล มีไม่น้อยถึงกับถอดใจลาออก นายตำรวจที่ซื่อตรงพยายามหางานเสริมทำเพื่อเลี้ยงชีพ จนบางครั้งงานเสริมกลายเป็นงานหลักกว่าอาชีพตำรวจ นายตำรวจบางคนเอาแต่วิ่งเต้นเอางานราชการไปทำอย่างอื่น เกิดความเสียหาย ก็ไม่มีผู้บังคับบัญชาใดสนใจ ผลเสียก็ตกกับประชาชน ก่อนหน้านี้มีการประชุมเรื่องการปฏิรูปตำรวจมีแผนทั้งระยะยาวและระยะสั้นเพื่อให้เกิดประสิทธิผลต่องานด้านการป้องกันปราบปราม การสอบสวนและอำนวยความยุติธรรมตามที่เคยได้ยินมาจากอดีต ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไรคงต้องรอดู แต่ประเด็นสำคัญอยู่ต้องปฏิรูปทั้งระบบ ไม่ใช่รูปแบบการทำงานเพียงอย่างเดียวต้องลงลึกไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ครอบครัวด้วยว่า ในสภาพความเป็นจริงต่อการทำงานนั้น ตำรวจอยู่ได้ด้วยเงินเดือนเท่าที่มีอยู่หรือไม่ สวัสดิการต่างๆ เพียงพอหรือเปล่า

          การประชุมเรื่องนี้ครั้งล่าสุด ที่มี พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ยังมีการหยิบยกเรื่องคุณสมบัติของนายตำรวจระดับต่างๆ ที่มีสิทธิเลื่อนตำแหน่ง  ระบบอาวุโสหรือการกระจายอำนาจไปสู่กองบัญชาการต่างๆ โดยเน้นเรื่องขวัญกำลังใจ แต่ที่ผ่านมาการแต่งตั้งไม่ได้ทำให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ตรงข้ามการออกคำสั่งโยกย้ายนายตำรวจนับพันทำให้เห็นความผิดพลาดมากมาย ใช้คนไม่ตรงกับงาน พวกประจบสอพลอได้ดี คนตั้งไม่ได้ใช้ คนใช้ไม่ได้ตั้ง ทั้งหลายทั้งปวงก็มาจากนักการเมืองที่เข้ามารุมขยำหาประโยชน์ใส่ตัวจนเกิดรอยร้าวเกินเยียวยา ศูนย์อำนาจเข้ามาแทรกแซงระบบงานจนรวนไปหมด มีเสียงสะท้อนออกมาหลังจากบัญชีโยกย้ายถูกประกาศ เด็กสายตรงจากศูนย์อำนาจใหญ่รัฐบาลล็อกเก้าอี้ตามสเปกที่ชอบ ตามไปเตะคนทำงานให้พ้นทาง หลายพันเก้าอี้เกิดวิกฤติศรัทธาไม่ได้รับการยอมรับจากผู้ใต้บังคับบัญชา การจัดวางคนภายในล้มเหลว การแก้ไขเยียวยาจากนี้จึงเป็นเรื่องยาก เพราะมีจำนวนมาก ถึงแม้จะเป็นรัฐบาลทหารก็ไม่ได้มีผลต่อองค์กรนี้ แต่กลับทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างรุ่นยิ่งขึ้น ความรักความสามัคคีไม่มีอีกแล้ว ขนาดมีนายตำรวจวิพากษ์กันว่า รัฐบาลจากการเลือกตั้งยังกินแบ่ง แต่รัฐบาลนี้กลับมีคนเพียงหยิบมือที่ได้ประโยชน์