คอลัมนิสต์

คู่มือประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ

คู่มือประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ

14 มิ.ย. 2559

คู่มือประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ : คอลัมน์นับถอยหลังประชามติ โดยสำนักข่าวเนชั่น

           เสร็จสิ้นลงไปแล้วสำหรับการอบรมวิทยากรให้ความรู้ร่างรัฐธรรมนูญในระดับต่างๆ หรือที่เรียกชื่อเล่นกันว่า “ครู ก. - ครู ข. - ครู ค.” และภารกิจต่อไปคือการลงไปเคาะประตูบ้าน ประชาสัมพันธ์ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพื่อโน้มน้าวให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนรับร่างเพื่อนำไปประกาศใช้ต่อไป
 
           อย่างไรก็ตามน่าสนใจว่าพวกเขาก็เตรียมพร้อมสำหรับเจอคำถามจากประชาชน ยามที่ลงไปทำหน้าที่เช่นกัน ดังนั้น กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ จึงทำเป็นเอกสารประกอบการอบรม “ครู ข. และ ครู ค.” หรือวิทยากรระดับอำเภอ และระดับหมู่บ้าน ซึ่งมีหน้าที่จะไปเจอกับชาวบ้านโดยตรง โดยทำเป็นรายละเอียดคู่มือในการตอบคำถามถึง 26 ข้อ ในนาม “กรธ.ไขข้อข้องใจ”
 
           โดยมีข้อที่น่าสนใจ อาทิ ข้อ 2 ร่างรัฐธรรมนูญไม่เป็นประชาธิปไตยจริงหรือ-ไม่จริง เพราะรับฟังความเห็นของประชาชน ส่วนเนื้อหาก็มีการแบ่งแยกอำนาจชัดเจน และมีระบบการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐตามแนวทางสากล
 
           ข้อ 4 สิทธิเสรีภาพหลายเรื่องหายไปไหน-ไม่หาย พร้อมทั้งระบุว่า รับรองสิทธิมากกว่าทุกฉบับที่ผ่านมา โดยอะไรที่ไม่ห้ามจะไม่เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ประชาชนสามารถทำได้ทุกอย่างและได้รับความคุ้มครอง
 
           ข้อ 9 ชุมนุมสาธารณะทำได้หรือไม่-สามารถทำได้แต่ต้องใช้ “อย่างรับผิดชอบ” เป็นไปตามกฎหมาย ไม่กระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของรัฐ หรือสิทธิเสรีภาพของคนอื่น จะปล่อยให้มีการชุมนุมที่ขาดความรับผิดชอบไม่ได้อีกต่อไป
 
           ข้อ 12 ป้องกันคนโกงไม่ให้เข้าระบบได้อย่างไร-โดยการกำหนดคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และองค์กรอิสระอย่างเข้มข้น เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้ที่โกงเลือกตั้งตลอดชีวิต ให้อำนาจองค์กรอิสระในการตรวจสอบและลงโทษผู้ที่โกงเลือกตั้ง และกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากทำผิดสามารถถูกถอดถอนและถูกตัดสิทธิสมัครรับเลือกตั้งได้อีกด้วย
 
           ข้อ 14 ทำไมถึงเลือก ส.ส.ใบเดียว ประชาชนเสียสิทธิไหม-เพื่อให้ระบบเลือกตั้งสะท้อนความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด โดยให้ทุกเสียงมีความหมาย เนื่องจากเสียงของผู้ที่เลือกผู้สมัครทุกคะแนนจะถูกนำไปรวมคำนวณเป็น ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ถูกตัดทิ้งแบบในอดีต
 
           ข้อ 16 ทำไมไม่ให้ ส.ว.มาจากการเลือกตั้งและสรรหาเหมือนเดิม- เนื่องจากต้องการให้ ส.ว.เป็นตัวแทนของกลุ่มต่างๆ ในสังคม เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้ามาได้ในฐานะตัวแทนกลุ่มอาชีพและกลุ่มประโยชน์ต่างๆ ป้องกันการผูกขาดจากกลุ่มอิทธิพลและกลุ่มการเมือง
 
           ข้อ 18 ตั้งใจเปิดทางนายกฯ คนนอก จริงหรือไม่ และทำไมต้องเปิดชื่อนายกฯ การที่นายกฯ จะเป็นนายกฯ คนนอกหรือไม่ขึ้นกับประชาชน เนื่องจากพรรคการเมืองต้องประกาศรายชื่อก่อนการเลือกตั้ง
 
           ข้อ 20 ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจล้นฟ้าจริงหรือ-ไม่จริง อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญยังคงเหมือนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 มีเพิ่มเรื่องการทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (มีการเรียกประชุมหัวหน้าฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการและองค์กรอิสระมาร่วมกันพิจารณากรณีที่ไม่มีบทบัญญัติใดในรัฐธรรมนูญที่จะนำมาใช้บังคับแก่กรณีที่เป็นปัญหาเท่านั้น)
 
           ข้อ 21 องค์กรอิสระจะมาควบคุมและทำให้รัฐบาลอ่อนแอจริงหรือไม่- ตามหลักประชาธิปไตยนั้น การตรวจสอบเป็นเรื่องปกติ การให้มีองค์กรอิสระเข้ามาร่วมตรวจสอบด้วยก็เนื่องจากที่ผ่านมาการตรวจสอบและถ่วงดุลการใช้อำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารมีปัญหา “ถ้ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไรผิด ก็ไม่เห็นจะต้องกลัวการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบ”
 
           ข้อ 22 รธน.ก้าวก่ายอำนาจการบริหารของ ครม. จริงไหม-ไม่จริง ครม. ยังมีอำนาจเหมือนเดิม ร่าง รธน. เพียงแต่เพิ่มกลไกในการตรวจสอบการทำงาน สร้างความโปร่งใสในการดำเนินกิจกรรมของรัฐ และกำหนดความรับผิดชอบของ ครม.ให้ชัดเจนเท่านั้น
 
           ข้อ 23 รธน.แก้ไขยากจริงหรือ-จริง แต่ก็เฉพาะเรื่องสำคัญเท่านั้น เช่น คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อำนาจหน้าที่ขององค์กรอิสระเพื่อป้องกันการใช้พวกมากลากไปในสภามาแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วย
 
           ข้อ 24 รธน.ตัดสิทธิทางการศึกษาจริงหรือไม่-ไม่จริง รธน.เพิ่มสิทธิทางการศึกษาจากเดิม 12 ปี เป็นอย่างน้อย 14 ปี โดยให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาทางร่างกาย อารมณ์ สังคม สติปัญญาให้สมวัยตั้งแต่ตอน 2 ขวบ เพราะช่วง 0-5 ขวบนั้น เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดในการพัฒนาและให้เรียนอนุบาลและภาคบังคับ (ป.1-ม.3) โดยไม่เรียกเก็บค่าใช้จ่าย และเมื่อจบ ม.3 สามารถที่จะเลือกดำเนินชีวิตของตนเองได้ตามถนัด จะออกไปทำงานหรือเรียนต่อก็ได้ แต่ที่สำคัญก็คือ “เด็กที่อยากเรียนต่อ ต้องได้เรียน” โดยกำหนดให้รัฐจัดตั้งกองทุนขึ้นเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเด็กเล็กและการศึกษา ทั้งของเด็กที่จบ ม.3 และประชาชนทั่วไป
 
           ข้อ 25 รธน.ตัดบัตรทองออกไป ต่อไปนี้ไปโรงพยาบาลต้องจ่ายเองจริงหรือ-ไม่จริง รธน.กำหนดไว้ว่าบุคคลย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐ และยังเขียนไว้ว่า บุคคลผู้ยากไร้ย่อมมีสิทธิได้รับบริการสาธารณสุขของรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย นอกจากนีี้ยังเขียนว่าประชาชนทุกคนย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงเขียนให้เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องพัฒนาการบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และให้มีการปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากระบบหลักประกันสุขภาพที่แตกต่างกันโดยเท่าเทียมกัน

           ข้อ 26 รธน.นี้ตัดเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุออกไปใช่หรือไม่-ไม่ใช่ รธน.ฉบับนี้ไม่ได้ตัดเรื่องเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุออกไป แต่คุ้มครองบุคคลผู้มีอายุเกินหกสิบปีและไม่มีรายได้เพียงพอแก่การยังชีพ เพื่อให้ผู้ยากไร้จริงๆ สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อสร้างความเป็นธรรมในสังคม