คอลัมนิสต์

โศกนาฏกรรมที่มอเตอร์เวย์

โศกนาฏกรรมที่มอเตอร์เวย์

13 มิ.ย. 2559

โศกนาฏกรรมที่มอเตอร์เวย์ : บทความพิเศษ โดยศรายุทธ สายคำมี

           อุบัติเหตุเมื่อช่วงหัวค่ำวันศุกร์ที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ศูนย์วิทยุกู้ภัยไตรคุณธรรม ชลบุรี รับแจ้งเหตุรถตู้พลิกคว่ำเกิดเพลิงลุกไหม้ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายติดภายในรถ บนถนนมอเตอร์เวย์ขาเข้า กม.ที่ 63+500 ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี

           เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา และกู้ภัยไตรคุณธรรม ชลบุรี ไปถึงที่เกิดเหตุ ก็พบรถตู้ที่เพลิงกำลังลุกไหม้ มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และผู้ที่ถูกไฟคลอกเสียชีวิตอีก 11 ราย

           ก็ต้องขอแสดงความเสียใจต่อญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย

           มีการพูดกันหลังเกิดเหตุว่า ที่รถตู้เสียหลักจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมอย่างนั้น เป็นเพราะยางระเบิด ซึ่งจะว่าไปก็พอจะเข้าใจกันได้สำหรับคนที่ขับขี่ยวดยานพาหนะว่า หากเกิดเหตุยางระเบิดแล้วอะไรมันก็เกิดขึ้นได้

           แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะป้องกันเหตุยางระเบิดไม่ได้ ถึงแม้การป้องกันจะได้ไม่เต็ม 100% แต่ก็พอจะทำให้มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย

           บล็อกเกอร์ในเว็บไซต์ OKNATION ที่ใช้ชื่อว่า สิงห์นอกระบบ (http://www.oknation.net/blog/nfedlion/2016/06/11/entry-1) ได้ไปรวบรวมวิธีการป้องกันอุบัติเหตุจากยางระเบิดไว้หลากหลายวิธีการ

           ไม่ว่าจะเป็นการหมั่นตรวจเช็กสภาพรถและยางรถอย่างสม่ำเสมอตามระยะทางที่กำหนด พร้อมกับชี้ให้เห็นอาการบางอย่างของยางที่เสื่อมสภาพที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วย อย่างเช่น ลมอ่อนบ่อยๆ แต่ตรวจแล้วไม่เจอรอยรั่ว แก้มยางบวม รวมทั้งหน้ายางบวม ยางเก่าด้วย เวลาเบรกในจังหวะรถที่มาด้วยความเร็วต่ำ แต่เสียงยางกลับบดถนนคล้ายกับเบรกอย่างรุนแรง เข้าโค้งก็เสียงดังทั้งที่วิ่งมาด้วยความเร็วจนเต่าแทบจะคลานกัดยางขาด

           นอกจากนี้ อาการพวงมาลัยสั่น ทั้งที่ถ่วงล้อมาแล้ว โช้คอัพก็ยังดีอยู่ นั่นก็อาจจะมีสาเหตุมาจาก “ยาง”

           แล้วก็ยังมีกรณีที่ขับรถเร็วเกินพิกัดยางที่กำหนดไว้ หรือบรรทุกเกิน แม้กระทั่งเติมลมยางไม่ถูกต้อง ก็ยังอาจเป็นปัญหา

           รวมๆ แล้ว เรื่องยางรถนี่ใหญ่กว่าที่คิดไว้เยอะ หากปล่อยปละละเลยที่จะดูแล ก็ล้วนแต่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น

           แต่เรื่องอย่างนี้ ถามว่า บรรดาคนขับรถโดยสาร หรือรถขนส่งสาธารณะทั้งหลายจะไม่รู้กันเลยหรือ

           ไม่มีใครเชื่อว่า เรื่องอย่างนี้ จะไม่รู้ แต่บางคนเชื่อว่า รู้แต่ “เอาไว้ก่อน” เพราะไปคิดว่า “ฝีมือ” ในการขับ มีผลในการนำผู้โดยสารไปถึงที่หมายมากกว่ายานพาหนะ

           ก็เลยเห็นข่าวรถตู้สาธารณะหลับในชนท้ายรถบรรทุกมีคนเจ็บคนเสียชีิวิต เพราะคนขับต้องการทำเที่ยว เพิ่มรายได้ แต่ไม่คำนึงถึงความอ่อนล้าของร่างกาย

           เรื่องอย่างนี้ ใครจะรับผิดชอบ กรมการขนส่งทางบกก็คงจะรอให้ครบ 7 ปี เพื่อตรวจสภาพรถ (แต่ก็มีตำรวจจราจรไปตั้งด่านตรวจวัดควันดำ) ตำรวจทางหลวงก็มักจะบอกว่า นอกจากกล้องวงจรปิดแล้วยังมีรถทางหลวงจอดเป็นระยะๆ อยู่แล้ว

           ปัญหาก็คือ ระยะเวลาของยางรถยนต์มันไม่ได้เสื่อมไปตามกาลเวลาเท่านั้น หากแต่มันขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานด้วย ไม่ว่าจะเป็นระยะทาง ความเร็ว สภาพถนน และนิสัยการขับขี่ของคนขับ

           ไม่มีใครรู้หรอกว่า ยางจะสึก หรือยางจะเสื่อม ยกเว้นคนขับ หรือคนตรวจเช็ก

           แต่จะมีเพียงคนเดียวที่พร้อมจะเปลี่ยนยาง ก็คือเจ้าของรถ แต่ถ้าเลือกที่จะบอกว่า “เอาไว้ก่อน” ไม่ว่าจะเป็นตำรวจทางหลวง หรือกรมการขนส่งทางบก ก็คงจะไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง หรือไปสุ่มตรวจตามวินรถตู้ แล้วชี้ว่า คันนี้บรรทุกผู้โดยสารเต็มคันไม่ได้ เพราะยางสึกเกินกว่าจะรับน้ำหนักผู้โดยสาร อย่างคันที่เกิดอุบัติเหตุนั่นก็ระบุว่า โดยสารได้ 15 คน

           มีคนบอกว่า จะต้องให้สูญเสียกันอีกเท่าไหร่ มาตรการหรือสำนึกถึงจะเกิด แต่ถ้าไปถามญาติพี่น้องคนที่เสียชีวิต พวกเขาตอบได้ทันทีว่า ทำไมต้องให้ญาติของเขาจากไปเสียก่อน ถึงจะนึกออกว่าจะต้องจัดการปัญหานี้กันอย่างไร