
จิตเภท‘โรคชอบโชว์(ของลับ)’ปมคลิปฉาวครูร.ร.ดัง
จิตเภท‘โรคชอบโชว์-ชอบอวด(ของลับ)’ปมคลิปฉาวครูโรงเรียนดัง
กรณีครูโรงเรียนดังมีเพศสัมพันธ์กับเยาวชนนั้นไม่ใช่แค่ความผิดการนำภาพอนาจารเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น แต่ลึกลงไปแล้วตามหลักจิตเวชถือเป็น “ความเบี่ยงเบนทางเพศ” (Sexual Deviation) เข้าข่ายโรคจิตเภท 2 ลักษณะ คือ เอ็กซ์ซิบิชั่นลิซึ่ม (Exhibitionism) หรือ “คนชอบโชว์” และ เพดโดฟิเลีย (Pedophilia) หรือ “คนที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก”
“Exhibitionism” เป็นพฤติกรรมเบี่ยงเบนทางเพศชนิดชอบโชว์ “ของลับ” ให้คนอื่นเห็น อาการนี้มักเริ่มต้นเป็นตั้งแต่วัยรุ่นตอนต้น แต่จะปรากฏอาการชัดเจนในวัยรุ่นตอนปลายถึงผู้ใหญ่ตอนต้น
โดยทั่วไปอาการจะเป็นเรื้อรัง สาเหตุที่แน่นอนยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีข้อสันนิษฐานของโรคต่างๆ กัน เช่น ผู้ป่วยถูกประทุษร้ายในวัยเด็ก, อาการทางระบบประสาท, ความผิดปกติของสารเคมีในสมองที่เป็นสารสื่อประสาท หรือในบางรายพบว่าเป็นลักษณะหนึ่งของโรคย้ำคิด ย้ำทำ อาการของผู้ป่วยจะเป็นมากขึ้นเวลาเครียด หรือมีช่องทางและโอกาสที่จะแสดงพฤติกรรมได้โดยง่าย ลักษณะที่สำคัญของโรคนี้ คือ ผู้ป่วยมีความสุข และความตื่นเต้นจากการได้โชว์ของให้คนแปลกหน้าดู
ส่วนอาการ “เพดโดฟิเลีย” (Pedophilia) ความต้องการทางเพศกับเด็ก (Pedophilia) เป็นภาวะของคนที่ได้รับความสุข ความพอใจทางเพศกับเด็ก ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศก็ได้ เข้าข่ายคนชอบมีอะไรกับเด็กทั้งสิ้น ส่วนใหญ่อาการชอบมีอะไรกับเด็กนี้ พบในชายมากกว่าหญิง
สาเหตุการเกิดพฤติกรรมดังกล่าวยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด แต่ส่วนใหญ่จะมีปมในใจตั้งแต่ตอนเด็กๆ อาจเกิดจากการขาดความรู้สึกมั่นคงในความเป็นเพศของตนเองจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่ หรือสังคมรอบตัว หรือไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพศตรงข้ามที่เป็นผู้ใหญ่ได้ มักเป็นผู้มีปมด้อย ไม่ชอบหรือไม่สามารถมีความสุขทางเพศกับหญิงสาวได้ แต่มีความรู้สึกทางเพศกับเด็ก ๆ ที่ไร้เดียงสาที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี จะไม่ทำอันตรายต่อเด็ก มักจะล่อเด็กด้วยเงินหรือขนมตลอดจนของเล่นจนเด็กสนิทสนมด้วย
แต่ทางจิตเวชศาสตร์ ยังไม่สรุปว่าเป็น “โรคจิต” แต่เข้าข่ายลักษณะ “กามวิปริต” มากกว่า ซึ่งเป็นความผิดปกติทางจิตใจหรือความผิดปกติทางเพศ ที่มีความต้องการทางเพศผิดปกติไปนั่นเอง
โดยเฉพาะอาการ “คนชอบโชว์” นั้น พบได้ทั่วไป นอกจากพื้นฐานของมนุษย์ที่ล้วนแล้วมีลักษณะชอบโชว์อยู่ในตัวแล้ว “สื่อ” เป็นอีกปัจจัยที่กระตุ้นให้แพร่หลายยิ่งขึ้น ดังจะเห็นจากในสื่อออนไลน์ทุกวันนี้ที่โพสต์กันมากมายมหาศาล
ยิ่งโพสต์ใดมียอดไลค์ ยอดฟอลโลว์มากเท่าใด ยิ่งกระตุ้นอาการดังกล่าวให้รีบเร่งสร้างคลิปโชว์ให้คนตามมากยิ่งขึ้น
สำหรับการรักษานั้น ดูเหมือนจะทำได้ยาก เนื่องเจ้าตัวเองมักจะไม่ยอมรับถึงความ “ผิดปกติ” ที่เกิดขึ้น สนใจแต่ “ความสุข” ที่เกิดขึ้นจากการกระทำเท่านั้น จึงไม่คิดจะรักษาหรือแก้ไขปรับปรุงพฤติกรรม ทั้งแอบซ่อนและแสดงออกอย่างเปิดเผย
โดยเฉพาะรายที่สุดโต่งไม่กลัวเกรงสำนึกใดๆ นั้น นับวันยิ่งแรงขึ้นตามลำดับ จนกว่าจะเจอ “กฎหมาย” และ แรงต้านไม่ยอมรับจากสังคม มากำกับ แต่เมื่อนั้น....ก็อาจสายไปเสียแล้ว



