คอลัมนิสต์

เส้นทางข้อสอบ‘โอเน็ต’ ปมพลาดซ้ำซากของ‘สทศ.’

เส้นทางข้อสอบ‘โอเน็ต’ ปมพลาดซ้ำซากของ‘สทศ.’

10 มิ.ย. 2559

เส้นทางข้อสอบ‘โอเน็ต’ ปมพลาดซ้ำซากของ‘สทศ.’  : ทีมการศึกษารายงาน

              “เปิดปุ๊บ...ก็ผิดปั๊บ” กันเลยทีเดียว กับครั้งแรกของการเปิดเผย “ข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต” ซึ่งจัดโดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ หรือ สทศ. องค์กรอิสระหนึ่งเดียวที่ดูแลการทดสอบระดับชาติ แต่ทุกครั้งที่จัดสอบ ไม่เคยปรากฏว่ามีครั้งไหนที่ สทศ.จะออกข้อสอบไม่ผิดพลาด เรียกว่า ออกมาตลอด 12 ปี ก็ผิดมาตลอด

              ล่าสุด “อ.ปิง ดาว้องก์" หรือ อ.ปิง เจริญศิริวัฒน์ ติวเตอร์ชื่อดังที่สอนวิชาภาษาไทยและสังคม ได้ออกมาชำแหละข้อสอบ พร้อมเฉลยเผยแพร่คลิปวิดีโอ เฟซบุ๊กไลฟ์ ผ่านเฟซบุ๊ก Davance FC ตอกย้ำความผิดพลาดของข้อสอบวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม โอเน็ต ม.6 โดยเดิม สทศ.ประกาศว่ามีข้อผิดพลาดเพียง 1 ข้อ แต่เมื่อมาวิเคราะห์ข้อต่อข้อ...ชี้ชัดผิดเพิ่มอีก 5 ข้อ กำกวมอีกเพียบ กระตุ้นต่อมสงสัย วิตกกังวลในสังคม โดยเฉพาะนักเรียนชั้นม.6 ที่ใจคงตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะโอเน็ต เป็นหนึ่งในสัดส่วนที่ต้องนำไปคิดเป็นคะแนนการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา ด้วยระบบกลางการรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิชชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2559

              หนึ่งคะแนนพลิกชีวิต เลือกเส้นทางฝันได้ดั่งใจ…ครั้งที่ สทศ.ออกมายอมรับว่าข้อสอบโอเน็ตผิดจำนวน 1 ข้อ ส่งผลให้มีผู้เข้าสอบได้คะแนนเปลี่ยนไป โดยจากจำนวนผู้มีสิทธิ์สอบ 423,519 คน มีผู้ที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น จำนวน 135,514 คน ได้คะแนนลดลง 131,292 คน และคะแนนคงเดิม 156,713 คน ซึ่งหากมีข้อสอบผิดเพิ่ม ทั้งที่ประกาศผลแอดมิชชั่นส์เสร็จสิ้นแล้ว คงต้องล้มกระดานผลแอดมิชชั่นส์ปีนี้กันเลยทีเดียว (หวังว่าคงไม่เป็นเช่นนั้น)

              เมื่อข้อสอบผิดพลาด สิ่งหนึ่งที่ทำได้คงต้องย้อนกลับไปดูกระบวนการออกข้อสอบ ว่าเป็นเพราะเหตุใด..? สทศ.จัดระบบอย่างไร? ทำไมถึงได้มีผิดซ้ำผิดซากขนาดนี้...

              รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผู้อำนวยการ สทศ. แม่ทัพใหญ่ที่ดูแลระบบการจัดสอบ เปิดเผยถึงกระบวนการออกข้อสอบว่า ข้อสอบของสทศ.ต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพให้มีความสอดคล้องกับหลักสูตร มีการพิจารณาระดับความยากง่ายของข้อสอบ เพราะการจัดทำแบบทดสอบเป็นการวัดผลทางการศึกษาระดับชาติ วัดและประเมินความรู้รวบยอดตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ในหลักสูตร โดยข้อสอบแต่ละฉบับจะมีความยาก 25% ปานกลาง 50% และง่าย 25%

              “การสร้างข้อสอบจะต้องไม่เกินหลักสูตรที่นักเรียนศึกษาในสถานศึกษา เพราะการออกข้อสอบตามหลักสูตรจะเชื่อมโยง สะท้อนถึงคุณภาพผู้เรียน สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ โดยดำเนินการสร้างข้อสอบตามผังการทำแบบทดสอบ (Test Blueprint) เป็นไปตามหลักวิชาวัดและประเมินผลและมาตรฐานสากล สทศ.ได้กำหนดรูปแบบบัตรข้อสอบ (ltem Card) ที่สามารถตรวจสอบความตรงของข้อสอบและความยากง่ายของข้อสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

              โดยมีเกณฑ์การประเมินข้อสอบ ดังนี้ 1.ข้อสอบวัดตรงตามคุณภาพผู้เรียนในสาระ/มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลางและตรงตามระดับการคิด/พฤติกรรมที่ต้องการวัด 2.สถานการณ์/โจทย์เป็นสถานการณ์ชีวิตจริง 3.คำถามและคำตอบมีความเป็นปรนัย 4.ตัวเลือกมีความเป็นเอกพันธ์และเหมาะสม และ 5.ข้อสอบไม่มีความลำเอียงและตรงตาม ltem Specification”

              การพัฒนาแบบทดสอบมี 3 ขั้นตอน คือ จัดทำเทสต์ บลูพริ้นท์ โดยในขั้นตอนนี้จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร ประชุมเพื่อวิเคราะห์หลักสูตร (ศึกษาแก่นและกรอบของความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้งหมด ตามโครงสร้างในหลักสูตร) จัดทำร่างเทสต์ บลูพริ้นท์ ประกอบด้วยสาระ มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น หัวข้อเนื้อหา ระดับชั้นพฤติกรรมเช่น ความรู้ ความจำ เข้าใจ นำไปใช้วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า

              ขณะเดียวกัน จะมีผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรสร้างตัวชี้วัดพฤติกรรม วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น เพิ่มสร้างตัวชี้วัดพฤติกรรมสำหรับการวัดและประเมินผลของแต่ละมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้น และมีผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรและผู้กลั่นกรอบข้อสอบระดับที่ 1 ร่วมกันพิจารณาและปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้ตัวชี้วัดพฤติกรรมและน้ำหนักเนื้อหาเหมาะสมกับหลักสูตรที่ครูสอน

              ต่อมากระบวนการออกข้อสอบตามเทสต์ บลูพริ้นท์ จะมีการเชิญครูทุกสังกัดมาออกข้อสอบ สร้างและกลั่นกรองข้อสอบที่ครูเขียน สร้างข้อสอบตามมาตรฐานการเรียนรู้ กลั่นกรองข้อสอบระดับที่ 1 (ข้อสอบที่ออกต้องตรงตามที่ต้องการวัด ออกตามวัตถุประสงค์ในการวัดและต้องมีระดับความยาก-ง่ายตามกำหนด) และกลั่นกรองข้อสอบระดับที่ 2 ด้านเนื้อหา พิจารณาความถูกต้องของเนื้อหาและเฉลยถูกต้องหรือไม่ ตลอดจนปรับแก้ข้อสอบให้ดีขึ้น ด้านภาษาและการสื่อสาร ตรวจสอบความถูกต้องชัดเจนของภาษา มาถึงขั้นตอนสุดท้าย การพิมพ์ต้นฉบับ ก่อนพิมพ์มีการกลั่นกรองข้อสอบ ระดับที่ 2 ตรวจสอบความถูกต้องของต้นฉบับและทำเฉลย

              “การสอบโอเน็ตครั้งนี้ สทศ.ยืนยันตามที่ได้รายงานไปยังพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ว่ามีข้อสอบโอเน็ตผิดพลาดเพียงข้อเดียว และไม่มีเพิ่มเติมอีกแล้ว ส่วนรายละเอียดว่าข้อไหนผิดข้อไหนถูกก็คงไม่ขอพูดเพิ่มเติม เพราะเชื่อมั่นในระบบที่วางไว้ เนื่องจากระบบการจัดทำข้อสอบของสทศ.นั้น มีการวางระบบเป็นขั้นตอนอย่างชัดเจน ทั้งคณะผู้ออกข้อสอบ ผู้ตรวจข้อสอบ ขั้นตอนการตรวจข้อสอบ และทุกขั้นตอนล้วนมีผู้เชี่ยวชาญ ผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน แต่ในส่วนผู้ออกข้อสอบและผู้ตรวจข้อสอบนั้น อาจจะเป็นคนละคน แต่ทุกคนล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญ และมีเกณฑ์ในการออกข้อสอบ ตรวจข้อสอบ ดังนั้น สทศ.ไม่ขอชี้แจงอะไรมากกว่านี้ หรือลงรายละเอียดว่าข้อใดผิดข้อใดถูก แต่ขอให้เชื่อมั่นในระบบการออกข้อสอบของสทศ.”

              กระบวนการออกข้อสอบของ “สทศ.” นั้น “รศ.ดร.สัมพันธ์” ยืนยันว่ามีระบบ ขั้นตอนชัดเจน ขณะเดียวกันบุคลากรด้านการทดสอบ โดยผู้ออกข้อสอบจะเป็นครู(โรงเรียน) ผู้พัฒนาข้อสอบจะเป็นครูของครู(มหาวิทยาลัย) และผู้กลั่นกรองข้อสอบจะเป็นครูของครูของครู(มหาวิทยาลัย)

              อย่างไรก็ตาม แต่ละระบบต่างมีช่องโหว่ และปัญหาที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ตอนนี้แม้ “รมว.ศึกษาธิการ” ออกมาชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และถ้าจะโทษก็ขอให้มาโทษรัฐมนตรีเอง เพราะถือเป็นคนสั่งให้สทศ.เปิดข้อสอบและเฉลยคำตอบ แต่สังคมก็ยังมีคำถามกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง อย่าง รศ.ดร.สัมพันธ์ ผอ.สทศ. ควรออกมาทำความเข้าใจ สร้างความชัดเจนแก่สังคมมากกว่านี้หรือไม่อย่างไร 

              เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ “ข้อสอบ” ที่บอกว่าเป็นแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติผิดพลาด ทำให้หลายคนสงสัยว่า ทำไมปัญหาเดิมๆ ยังเกิดขึ้น และทำไมถึงยังแก้ไขไม่ได้...