คอลัมนิสต์

บูรณาการจับพนันบอล

บูรณาการจับพนันบอล

10 มิ.ย. 2559

บูรณาการจับพนันบอล  : บทบรรณาธิการประจำวันที่  10 มิถุนายน 2559

              มีคำกล่าวประชดประชันกันอยู่เสมอๆ ว่าคนไทยชอบการพนันขันต่อแทบทุกประเภท จนทุกเรื่องราวสามารถนำมาผูกเป็นการพนันได้หมด ทั้งๆ ที่ประเทศไทยมีกฎหมายห้ามเล่นการพนันมาเป็นเวลาช้านาน โดยแก้ไขเพิ่มเติมครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ.2478 แต่คนไทยก็ยังลักลอบเล่นการพนันทั้งวงเล็กๆ ไปถึงบ่อนขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเวลานมนานแล้วอีกเช่นกันที่มีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลกำหนดให้การพนัน หรือบ่อน เป็นของถูกกฎหมาย โดยกำหนดมาตรการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดตามมาโดยเฉพาะในกรณีที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรมและความสงบสุขของสังคม แต่ก็ยังไม่มีรัฐบาลไหนอาจหาญตรากฎหมายรองรับการพนัน ด้วยความเชื่อหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นแรงกดดันอันทรงพลังก็คือ การพนันเป็นอบายมุขหรือประตูสู่ความวิบัติฉิบหายตามคติพุทธศาสนา

              แต่กระนั้น ยิ่งนานวัน การพนันในสังคมไทยก็ดูเหมือนจะเจริญเติบโตงอกงามไม่หยุดหย่อน และวิธีการก็พลิกแพลงไปตามสมัย วันก่อน ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจการใช้จ่ายช่วงฟุตบอลยูโร 2016 โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัด 7.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 18 จากการใช้จ่ายวงเงิน 6.5 หมื่นล้านบาทในช่วงฟุตบอลยูโร 2012 ขณะที่คาดว่าฟุตบอลยูโร 2016 การใช้จ่ายวงเงินเพิ่มเป็นเงินจากการใช้จ่ายทั่วไป 1.8 หมื่นล้านบาท และเป็นเม็ดเงินจากการพนันประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท แต่มีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่เป็นเงินนอกระบบ 2 หมื่นล้านบาท

              ที่จริงการพนันฟุตบอล ในหมู่คนไทยที่ต้องลักลอบเล่นกันนั้น จะเรียกได้ว่า แทงกันทั้งปีทั้งชาติก็คงไม่ผิด เพราะการขยายตัวของโลกออนไลน์ที่ทำให้เล่นได้โดยสะดวก พอถึงเทศกาลการแข่งขันในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ๆ เช่น ฟุตบอลโลก ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะตำรวจก็จะออกมาประกาศมาตรการเอาผิดอย่างจริงจัง เด็ดขาด หลายครั้งหลายหน ตำรวจนำผู้ต้องหา พร้อมของกลางมาแถลงต่อสื่อมวลชน เหมือนเป็นการป้องปราม หรือจะมองว่า ตำรวจสร้างผลงานในช่วงเทศกาลก็ตามที แต่ในความเป็นจริงก็คือ นักพนันก็ยังคงเล่นการพนันกันอย่างเป็นล่ำเป็นสันโดยเฉพาะฟุตบอลลีกทั่วโลก ไม่เฉพาะแต่พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษเท่านั้น

              อย่างไรก็ตาม เมื่อตำรวจประกาศว่าจะปราบปรามพนันฟุตบอล สังคมส่วนใหญ่ที่ต่อต้านเป็นอบายมุขก็คงจะอนุโมทนาสาธุ เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็ยังเป็นอีกแรงหนึ่งซึ่งแสดงให้เยาวชนได้เห็นว่า การพนันเป็นเรื่องไม่ดี เป็นของผิดกฎหมาย มีโทษทางอาญา แต่ในเรื่องของเงินๆ ทองๆ ในวงการพนันฟุตบอลจำนวนมากมายหลายหมื่นล้านบาท หรือถ้าหากรวมกิจการการพนันทุกประเภทเข้าไปด้วย ในแต่ละปีอาจจะมีตัวเลขหลายแสนล้านบาทเลยก็เป็นไปได้ ดังนั้น ในวาระฟุตบอลยุโรปกลับมาสร้างความสุขสนุกสนานให้คนไทยอีกครั้ง ก็น่าจะได้ถกเถียงกันไปพร้อมกันว่า เราจะมีนโยบายเกี่ยวกับการพนันฟุตบอลอย่างไร ไม่ใช่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตามเทศกาล