
เส้นใหม่สายฝัน
เส้นใหม่สายฝัน : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย
วันอาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2559 น่าจะเป็นอีกวันหนึ่ง ซึ่งควรจะต้องบันทึกเอาไว้ในสารบบเรื่องชวนจดจำเกี่ยวกับการขนส่งมวลชนแบบรางของไทย เมื่อผู้คนจำนวนมากมายพากันไปอออยู่ที่สถานีรถไฟฟ้าสายสีม่วงจนดูคลาคล่ำ เพื่อลงทะเบียนนั่งรถฟรีในช่วงทดลองวิ่งก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในอีกไม่นานวันข้างหน้า หลังจากที่เมื่อก่อนนั้น คนเมืองตื่นเต้นกับรถไฟฟ้ามาหานะเธอกันยกใหญ่
รถไฟฟ้าสายสีม่วง ซึ่งมีระยะทางยาวจากสถานีและอู่ซ่อมบำรุงบางไผ่ไปถึงบางซื่อหรือเตาปูนรวม 23 กิโลเมตร เป็นความหวังของทั้งภาครัฐในอันที่จะลดปัญหาการจราจรจากยวดยานชานเมืองที่วิ่งเข้ามาแออัดยัดทะนานกันอยู่กลางกรุง เป็นความหวังทั้งของชาวบ้านย่านละแวกทิศตะวันตกของนนทบุรี ที่เวลานี้ได้กลายเป็นย่านพักอาศัย เป็นเมืองบริวารของกรุงเทพมหานครไปเรียบร้อยเต็มอัตรารองรับ
ตลอดรายทางรถไฟฟ้าสายนี้ ถูกเปลี่ยนจากตึกเก่าๆ พื้นที่รกร้าง จนถึงกระทั่งเรือกสวนโบร่ำโบราณ กลายเป็นคอนโดมิเนียมระฟ้า แสงไฟจากห้องพักนับร้อยนับพันประดับประดาระยิบระยับราวเมืองเนรมิต
ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ยักษ์มีพื้นที่จับจ่ายซื้อหานับร้อยๆ ไร่ อัดแน่นไปด้วยผู้คน และกำลังซื้อที่กำลังถูกเรียกคืนกลับจากสารพัดวิธีของรัฐบาล ทั้งที่ก่อนหน้านั้นก็ชวนสงสัยกันนักว่า พวกเขาผู้มีกำลังซื้อเหล่านี้ พากันหลบลี้หนีหายไปรวมกันอยู่ที่ไหน ทั้งรถยนต์อีกนับพันคัน ที่จู่ๆ ก็มาแย่งกันจอดบนลานอย่างประหลาดใจ
วิเคราะห์คาดการณ์ที่ว่า ระบบขนส่งมวลชนจะนำความเปลี่ยนแปลงสู่ทุกถิ่นที่ทอดถึง พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจากนั้น ซึ่งอีกไม่นานวัน รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีแดง สีน้ำเงิน ก็จะเข้ามาช่วยเติมเต็มย่านสาขามหานครให้เปล่งแสงขึ้นไล่เลี่ยกัน พร้อมๆ กับการมาถึงของสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเชื่อกันว่า ล้วนแล้วแต่จะเป็นเครื่องจักรกระตุ้นเศรษฐกิจให้พลิกฟื้นตื่นจากสลบไสล
หลับตานึกภาพอนาคต ย่านต่างๆ ที่ห่างไกลออกไปอย่างบางแค ตลิ่งชัน ต่อเชื่อมเข้ากับรังสิต ลำลูกกา เป็นเส้นทางโยงระยาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ย่านจตุจักร และสถานีคมนาคมอื่นๆ ทั้งสนามบิน และการขนส่งทางบก ล้วนคือระบบที่ถูกสร้างขึ้นอย่างค่อนข้างเป็นระเบียบ ตอบโจทย์การเดินทางและสนองวิถีชีวิตของผู้คนอีกเจเนอเรชั่น ซึ่งพากันนิยมพักอาศัยอยู่บนตึกสูงที่เชื่อกันว่า ปลอดภัย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายกว่าบ้านบนพื้นราบ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮ้าส์ก็ตามที
หากแต่ภาพฝันเหล่านี้ก็อาจจะไม่สามารถประติดประต่อให้ร้อยเชื่อมจนบรรจบครบเต็มได้ ในเมื่อโครงการใหญ่ขนาดอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลนี้มีเจ้าของร่วม ทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และเสริมด้วยระบบรองรับในเมืองชั้นในของบีทีเอส หาได้บูรณาการกันก่อนหน้าเพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับความสะดวกสบายเท่าที่พึงได้รับจากระบบขนส่งมวลชนในระดับสากลทั่วไป และที่สำคัญก็คือ ไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าเดินทางมากไปกว่าค่าใช้จ่ายที่ถูกเผาไหม้ไปกับน้ำมันเชื้อเพลิงในแต่ละวันที่เคยใช้รถส่วนตัว หรือแม้แต่บริการรถเมล์ของรัฐ
เอาแค่การต่อเชื่อมระหว่างสถานีเตาปูนของรถไฟฟ้าสายสีม่วงเข้ากับสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีของ รฟม. และรถไฟฟ้าบีทีเอส โดยกทม.ที่ย่านจตุจักร ก็สาละวนกันยังไม่จบ ซึ่งนั่นก็อาจจะเป็นอีกปมปัญหาหนึ่ง ซึ่งทำให้ฝันของคนเดินทางต้องพลิกผัน เป็นไปอย่างกระท่อนกระแท่น เพราะต้องต่อรถอีกหลายทอดกว่าจะถึงออฟฟิศกลางเมือง ก็คงหมดเงินไปมากกว่าเก่า และเหนื่อยหนักยิ่งขึ้นอีก
บริการเสริมระบบขนส่งมวลชนอย่างเช่น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ และรถประจำทางตามตรอกซอกซอยอาจยิ่งจำเป็นกว่ายามปกติ นั่นอาจหมายถึงการจ่ายเพิ่มของคนเดินทางในระยะไกลๆ ก็เป็นได้
สุดท้าย ผู้คนอันคลาคล่ำที่แห่แหนพากันไปลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการรถไฟฟ้าฟรีช่วงทดลองวิ่ง ก็อาจจะหายหน้าหายตากันไปเมื่อถึงเวลาให้บริการจริง หากค่าโดยสารยังมีส่วนต่างห่างไกลจากรถโดยสาธารณะอื่นๆ ทั้งยังไม่เชื่อมโยงกันครบวงจร



