คอลัมนิสต์

เชื่อมสัญญาณเรือรบ-กริพเพนร่วมสร้างพลังทำลายล้าง

เชื่อมสัญญาณเรือรบ-กริพเพนร่วมสร้างพลังทำลายล้าง

09 มิ.ย. 2559

เชื่อมสัญญาณเรือรบ-กริพเพนร่วมสร้างพลังทำลายล้าง : ตะลุยกองทัพ โดยจิตตาภรณ์ เสนวงศ์

           กว่า 9 ปี ที่กองทัพเรือและกองทัพอากาศได้ร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถทางการรบ โดยใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (Network Centric Operations : NCO) ในการปฏิบัติการทางทหาร ทั้งระดับยุทธวิธี ยุทธการ และยุทธศาสตร์ เพื่อให้ผู้มีอำนาจสั่งการไปยังหน่วยปฏิบัติได้ทันต่อสถานการณ์ ก่อให้เกิดความได้เปรียบในการทำสงคราม เพื่อสร้างอานุภาพทำลายล้างในการรบ ลดความสูญเสีย ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพัฒนาแบบก้าวกระโดด

           การฝึกป้องกันภัยทางอากาศของกองทัพเรือในปี 2559 นี้ นับว่ายิ่งใหญ่ที่สุด เพื่อเป็นการทดสอบขีดความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันทางทะเล โดยใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งกองทัพเรือได้นำเรือผิวน้ำมาร่วมการฝึก 32 ลำ และอากาศยาน 10 ลำ พร้อมทั้งปรับปรุงยุทโธปกรณ์ที่มีคุณค่าระดับสูง และเป็นกำลังรบหลัก ประกอบด้วย เรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน ในขณะที่กองทัพอากาศได้ขนเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ Gripen 39C/D จำนวน 6 ลำ เครื่องบินเอฟ 16 จำนวน 8 ลำ เครื่องบิน Saab 340AEW จำนวน 1 ลำ

           โดยเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงนเรศวร เรือหลวงตากสิน ได้ติดตั้งระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี (Tactical Data Link : TDL) กับเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ Gripen 39C/D ของกองทัพอากาศ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางยุทธวิธี เสริมขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายและป้องกันการทำลายฝ่ายเดียวกัน อีกทั้งสามารถรับข้อมูลการตรวจจับเป้าหมายจากเครื่องบิน Saab 340AEW ได้อีกด้วย

           “ในปีนี้กำลังพลของกองทัพเรือและกองทัพอากาศมีความพร้อมทั้งเรื่องยุทโธปกรณ์และระบบที่ทันสมัยที่เรียกว่า ดาต้า ลิงค์ โดยการฝึกเป็นการจำลองสถานการณ์รบแบบสมจริง และทำให้เราได้เห็นขีดความสามารถซึ่งกันและกัน และจะนำภาพการฝึกครั้งนี้มาเป็นบทเรียนเพื่อเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายที่จะนำไปพัฒนาการฝึกต่อไป นอกจากนี้ยังถือเป็นโอกาสได้ทดสอบระบบของสองเหล่าทัพว่ามีประสิทธิภาพมาน้อยแค่ไหน ซึ่งส่วนตัวผมรู้สึกพอใจผลการฝึก ทั้งเรื่ององค์วัตถุและองค์ยุทธวิธี” พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าว

           กองทัพเรือและกองทัพอากาศมีการพัฒนาการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลางระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพอากาศที่เป็นรูปธรรมในอนาคต ซึ่งทั้งสองเหล่าทัพได้กำหนดขีดความสามารถ พร้อมติดตั้งกับแพลตฟอร์มของทั้งสองเหล่าทัพรองรับการปฏิบัติการที่ใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ภายใต้กรอบงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาล

           ขณะนี้ไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียน รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมมีนโยบายให้กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ได้ปฏิบัติงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งบูรณาการทั้งเรื่องเวลา งบประมาณในการบริหารการฝึกของหน่วยต่างๆ ให้มาร่วมการฝึกเป็นหน่วยระดับใหญ่ ทั้งทางบก และทางทะเล ภายใต้อุดมการณ์ป้องกันอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ ดูแลความมั่นคงและผาสุกให้แก่ประชาชน