คอลัมนิสต์

แม่ค้าทุเรียนเลี้ยงลูกนักร้อง20ปียังไม่มารับ

แม่ค้าทุเรียนเลี้ยงลูกนักร้อง20ปียังไม่มารับ

08 มิ.ย. 2559

แม่ค้าทุเรียนเลี้ยงลูกนักร้อง20ปียังไม่มารับ : รายการ คม ชัด ลึก

           ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร คุณแม่ลูกอ่อนนำลูกชายไปฝากให้แม่ค้าทุเรียนเลี้ยง จากนั้นแม่ก็เงียบหายไป ไม่กลับมารับลูกคืน เป็นเวลากว่า 20 ปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้เด็กชายคนดังกล่าวไม่สามารถขอทำบัตรประจำตัวประชาชนได้ แม้แต่เรียนหนังสือจบชั้น ม.3 แล้วก็ไม่สามารถขอวุฒิการศึกษาได้

           แบงค์ จันทร์ศรีทอง กล่าวว่า ปัจจุบันอายุ 22 ปี จากหลักฐานการขอคำร้องบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ระบุว่า เกิดวันที่ 10 สิงหาคม 2537 ตนเองก็ไม่ทราบว่า จริงๆ แล้วเกิดเมื่อไหร่กันแน่

           มารู้ความจริงว่าไม่ใช่ลูกแท้จริงของแม่ประนอม ตอนอายุ 9 ปี โดยแม่ประนอมเล่าให้ฟังเอง ถึงอย่างไรก็ตาม ก็ยังอยากจะพบแม่ที่แท้จริง

           ตลอดเวลาที่อยู่กับแม่ประนอม แม่เลี้ยงดูเป็นอย่างดี มีน้อยก็กินน้อยด้วยกัน แม่จะให้ตนกินก่อน บางวันก็ไปสอยมะขาม ดอกโสน ไปขายก่อนเพื่อหาเงินไปโรงเรียน วิชาที่ชอบเรียนคือวิชาศิลปะและดนตรี ตอนเย็นหลังเลิกเรียนก็เก็บผักบุ้งไปขาย

           ไปโรงเรียนในแต่ละวัน ครูที่สอนตอนเรียนอนุบาลให้เงินใช้จ่ายประจำวันที่โรงเรียน

           ขณะนี้เรียนจบชั้น ม.3 แล้วก็ทำงานรับจ้างทั่วไป ได้เงิน 100-300 บาทต่อวัน หลังจากเสร็จงาน ก็กลับมาช่วยแม่ขายทุเรียน

           ประนอม ไพรอนันต์ ผู้เลี้ยงดูน้องแบงค์ กล่าวว่า วันเกิดที่แท้จริงของน้องแบงค์ ไม่ทราบแน่ชัด เพราะแม่ของเด็กไม่ได้บอก หรือให้หลักฐานอะไรไว้ ใช้วิธีคาดเดา

           ย้อนหลังไปเมื่อกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ตนเองรับจ้างทำเล็บ และขายของด้วย ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อหน่อย เป็นนักร้องร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางวัว ปัจจุบันร้านอาหารแห่งนั้นไม่มีแล้ว เป็นแม่ของน้องแบงค์ ถามว่าอยากเลี้ยงเด็กหรือไม่ ก็บอกว่าให้พามา หลังจากนั้นเขาก็อุ้มเด็กชายอายุ 1 เดือน มาให้ พร้อมตะกร้าผ้า 1 ใบ ที่ข้อมือมีสายคาดแปะชื่อว่า แบงค์ แล้วก็บอกว่าให้เดือนละ 2,500 บาท

           หลังจากนั้นผ่านไป 1 เดือน เขาก็นำเงินมาให้ 300 บาท เขาบอกว่า เลี้ยงไปก่อน จะนำเงินมาให้ทุกเดือน เดือนต่อมาก็ไปเรียกเขาซึ่งเขาเช่าบ้านอยู่ตรงข้าม เขาก็ให้เงินมา 100 บาท หลังจากนั้นเขาก็หายไป

           ชื่อจริงของแม่น้องแบงค์ ไม่ทราบว่าชื่ออะไร หลังจากแม่ของน้องแบงค์เงียบหายไปจากบ้านเช่าประมาณ 10 เดือน ตนก็ไปแจ้งความที่โรงพักบางปะกง ขณะนั้นน้องแบงค์อายุประมาณ 2 ขวบ หลังจากนั้นก็ไปติดต่อประชาสงเคราะห์ที่แปดริ้ว ก็ได้รับความช่วยเหลือมาเป็น 2,000 บาท

           ตลอดเวลาที่เลี้ยงน้องแบงค์ ไม่เคยคิดจะทิ้ง แม้แต่มีคนมาขอซื้อก็ไม่ขาย เพราะกลายเป็นความรักและผูกพันไปแล้ว ถึงแม้จะฐานะไม่ดีก็ตาม

           สำหรับนามสกุลจันทร์ศรีทอง ที่น้องแบงค์ใช้นั้น เป็นนามสกุลใหม่ของสามีตนเอง ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว พอน้องแบงค์อายุ 3 ขวบ ก็พาไปเข้าโรงเรียน โดยที่ไม่มีเอกสารหลักฐานใด ครูก็ยอมให้เรียนจนจบ ป.6 จากนั้นก็ไปเข้าเรียนระดับมัธยมต้น ทั้งๆ ที่ไม่มีเอกสารใดๆ เหมือนกัน ก็ไปเล่าความจริงให้ทางโรงเรียน ซึ่งทางโรงเรียนก็ยอมให้เรียน ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ และยังให้ทุนเรียนอีกด้วย เนื่องจากผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี

           ต้องการให้น้องแบงค์เรียนต่อ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะครูบอกแล้วว่า ถึงเรียนต่อจนจบ ม.6 ก็ไม่สามารถออกวุฒิการศึกษาให้ จริงๆ แล้วครูก็อยากให้น้องแบงค์เรียนต่อ

           สิ่งที่ต้องการขณะนี้คือ ต้องการให้น้องแบงค์มีบัตรประจำตัวประชาชน

           เคยไปติดต่อกับทางอำเภอ เพื่อขอทำบัตรประจำตัวประชาชน ก็บอกว่า ให้นำครูมายืนยัน แต่สุดท้ายแล้วก็ทำไม่ได้ เพราะไม่มีเอกสารใดๆ ยืนยัน สิ่งที่ได้มาคือ เอกสารการขอคำร้องบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ซึ่งปัจจุบันเป็นสำเนา ไม่ใช่ตัวจริง ไม่สามารถใช้ทำอะไรได้เลยในทางกฎหมาย

           บรรจบ จันทรรัตน์ ผอ.ส่วนการทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง กล่าวว่า กรณีเด็กแรกเกิดไม่มีเอกสาร บุพการีทิ้งไปหรือไม่ทราบบุพการี ก็จะต้องขอพิสูจน์สถานะการเกิดกับนายทะเบียนในพื้นที่ที่เด็กเกิด ด้วยการยื่นคำร้อง ก็คือ หลักฐานในการขอรับตัวเด็ก

           การต้องหาหลักฐานพยานในพื้นที่ที่เขาดูแลเด็กนั้น จะต้องมีพยานบุคคล พยานเอกสาร

           กรณีน้องแบงค์ ซึ่งได้รับการสำรวจ และได้รับเอกสารการขอคำร้องบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนมาแล้ว ก็ให้ยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อ ในฐานะบุคคลสัญชาติไทย และจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า พ่อแม่เป็นคนไทย เป็นพ่อแม่ที่แท้จริง ซึ่งเป็นไปได้ว่า ในโอกาสต่อไปบุพการีจะปรากฏตัว

           หากไม่สามารถนำพิสูจน์ได้ ก็จะกลายเป็นคนไร้รากเหง้า ซึ่งกลุ่มคนไร้รากเหง้าอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล