คอลัมนิสต์

ทำไม‘หมอ’ถึงยังเป็นเงื่อนไข

ทำไม‘หมอ’ถึงยังเป็นเงื่อนไข

07 มิ.ย. 2559

ทำไม‘หมอ’ถึงยังเป็นเงื่อนไข : ขยายปมร้อน/ศรายุทธ สายคำมี

           เป็นเรื่องที่น่าคิดไม่น้อยสำหรับความเห็นของ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ต่อกรณีวัดพระธรรมกาย ว่า เมื่อเกิดเรื่องกับวัดใหญ่ๆ หรือพระดังๆ มักจะมีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องเสมอ

           ไม่ว่าจะเป็นกรณี ยันตระ เมื่อหลายปีก่อน ก็มีพรรคการเมืองเข้าไปปกป้อง

           คราวนี้ก็เช่นกัน พระพยอมบอกว่า มีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน

           แต่ที่เข้าไปนั้นไม่ได้หวังปกป้องอะไรจริงจังมากมายหรอก แต่เข้าไปเพราะต้องการฐานเสียงที่มาจากศรัทธาวัดหรือพระที่มีเรื่องมีราว

           พระพยอมให้สัมภาษณ์โพสต์ทูเดย์ออนไลน์ไว้ด้วยว่า กฎหมายที่จะจัดการคนที่ทำผิด ก็เหมือน “ใยแมงมุม” ถ้าสัตว์เล็กสัตว์น้อยชน มันก็ติดอยู่ที่ใย แต่ถ้าเป็นสัตว์ใหญ่ชนตูม ใยก็ขาด เป้าหมายก็โดนทะลุทะลวงไปหมด

           เหมือนกับลูกคนใหญโตร่ำรวยขับรถชนคนตาย ผ่านไป 5 ปี แล้วยังเอาตัวมีรับผิดไม่ได้เลย

           เปรียบเทียบจนเห็นภาพได้กระจ่าง!

           เห็นชัดเจนว่า ทำไมยื้อกันมาได้จนถึงวันนี้

           ทำไมเส้นตายของดีเอสไอ ถึงได้กลายเป็นเส้นที่ทำท่าว่าจะไม่มีที่สิ้นสุดไปแล้ว เพราะเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

           การพูดคุยเจรจาระหว่างพระกับฆราวาส กลายเป็นคำพูดคำจาที่หาความน่าเชื่อถือแทบไม่ได้แล้ว เพราะเต็มไปด้วยการต่อรอง จนทำท่าว่าจะอยู่เหนือกฎหมายไปเสียแล้ว

           จนมีคำถามที่ชวนกระอักกระอ่วนว่า ถ้าเป็นตาสีตาสาชาวบ้านธรรมดา กฎหมายจัดการเด็ดขาดห้ามต่อรอง ห้ามถาม ห้ามเถียง กันแบบนั้นใช่ไหม

           คำถามเหล่านี้ไม่ใช่ว่าต้องการจะกดดันดีเอสไอ หากแต่ถามถึงมาตรฐานที่พึงปฏิบัติ

           แต่จะว่าไป มันก็มีเรื่องให้เกิดความกังวลอยู่ สำหรับวัดพระธรรมกาย และพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัด ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาว่าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

           ที่กังวลก็คือ ถ้าหากมีการตรวจร่างกายพระธัมมชโยแล้ว เกิดโรคภัยไข้เจ็บไม่ได้หนักหนาสาหัสจริง ก็ต้องไปลุ้นระทึกว่า ดีเอสไอจะให้ประกันตัวหรือเปล่า

           อันนั้นขยักแรก

           ขยักสอง เมื่อดีเอสไอสรุปสำนวนส่งให้อัยการ ก็ต้องพาตัวไปส่ง และเมื่ออัยการดูแล้วจะส่งศาล นั่นก็จะต้องลุ้นอีกทีว่าศาลจะให้ประกันตัวหรือเปล่า

           ไม่ว่าขั้นตอนไหน ถ้าไม่ได้ประกันตัว ก็ต้อง “สึก”

           ขั้นตอนดีเอสไออาจจะเข้ามาตรา 29 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ก็ต้องไปถามพระเจ้าคณะปกครองว่าจะสึกได้ไหม

           แต่ถ้าเข้าขั้นตอนศาลก็อาจจะเข้ามาตรา 30 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งถ้าเข้ามาตรานี้ละก็ ยุ่งแน่

           ศาลอาจจะเห็นว่า มีเจตนาหลบหนีกระบวนการยุติธรรม อาจไม่ให้ประกันตัว

           “สึก” เหมือนกัน!

           แต่เรื่องจะไม่ให้ประกันตัว แล้วขอให้ผู้บังคับบัญชาพระธัมมชโยจับสึกนั้น ในส่วนของดีเอสไอน่าจะไม่ทำอะไรรุนแรงขนาดนั้น ฟังจากอธิบดีดีเอสไอแล้ว ก็คงจะให้ประกันตัว เพราะเห็นว่าไม่ได้คิดจะหลบหนีไปไหน

           เพียงแต่ขอให้หมอเข้าไปตรวจร่างกายก่อนเท่านั้น

           ปัญหามันก็อยู่ตรงนี้แหละ ที่ทางพระไม่เชื่อหมอที่ดีเอสไอจัดให้ แต่ร้องขอหมอจากโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ทั้งที่จะว่าไปแล้ว ไม่ว่าหมอจากที่ไหนก็ต้องมีจรรยาบรรณของหมออยู่แล้ว

           เรื่องนี้น่าจะจบไปนานแล้ว แต่ทำไมถึงยังเป็นเงื่อนไขจากวัดพระธรรมกาย?