
ซากความคิดสงครามเย็น
ซากความคิดสงครามเย็น : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
คนไทยจำนวนไม่น้อยเฝ้าดูเกมการเมืองของมหาอำนาจ เมื่อประธานาธิบดีโอบามา เดินทางไปเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ก่อน ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย
เนื่องจากผู้คนยังจดจำ “สงครามเวียดนาม” ได้ดี เพราะสงครามหฤโหดของมหาอำนาจสหรัฐ ซึ่งมีคนเวียดนามเสียชีวิตกว่า 2 ล้านคน และมีทหารอเมริกันเสียชีวิตกว่า 6 หมื่นคน
หลังสงครามเย็นยุติ สหรัฐเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ หันมาสร้างมิตรกับทุกประเทศที่เอื้อผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจให้แก่สหรัฐ ไม่ว่าประเทศเหล่านั้น จะมีอุดมการณ์ทางการเมืองอย่างไร ?
ขณะที่ฝ่ายการเมืองของสหรัฐเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศ แต่คนกลุ่มหนึ่งที่รับมรดกความคิด “โลกเสรี-โลกคอมมิวนิสต์” มาแต่สมัยสงครามเย็น กลับปรับตัวไม่ทัน อย่างเช่นกลุ่มเวียดนามเสรี และกลุ่มลาวฝ่ายขวา ที่อาศัยอยู่ในแผ่นดินอเมริกา
พวกเขาเหล่านี้ยังเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลเวียดนาม และรัฐบาลลาว โดยรวมตัวเป็นกลุ่มการเมือง ที่มีกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้าน “เผด็จการคอมมิวนิสต์” อยู่เป็นประจำ
ในประเทศไทย ยังมี “ขบวนการลาวฝ่ายขวา” ฝังตัวอยู่ในรูปองค์กรเอ็นจีโอบ้าง องค์กรสื่อบ้าง โดยทุกวันนี้ คนกลุ่มนี้ยังใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นกระบอกเสียงในการวิจารณ์รัฐบาลลาว ในประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน, การละเลยสิทธิชุมชน และการทำลายสิ่งแวดล้อม
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมตำรวจสอบสวนของลาว ได้แถลงข่าวผ่านสถานีโทรทัศน์ป้องกันความสงบ กรณีจับกุม “3 คนลาว” ที่ตัดต่อรูปภาพ โฆษณาต่อต้านและใส่ร้ายป้ายสีผู้นำพรรค-รัฐ ผ่านเฟซบุ๊ก ซึ่งมีกลุ่มคนที่ไม่หวังดีว่าจ้างให้พวกเขากระทำการดังกล่าว
ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงเกี่ยวกับโซเชียลมีเดียในลาวคือ ท้าวสมพอน พมมะสอน อายุ 29 ปี, นางหลอด ทัมมะวง อายุ 32 ปี และท้าวสุกาน ใจทัด อายุ 32 ปี ทั้งหมดเป็นชาวแขวงสะหวันนะเขต ที่ได้ข้ามโขงมาทำงานในไทย และทั้งสามข้ามแดนไปทำใบอนุญาตผ่านแดน จึงถูกตำรวจลาวรวบตัว
พวกเขาสารภาพว่า ได้รับจ้างจากคนลาวที่อยู่ในไทยให้เสาะหาข้อมูลความเดือดร้อนของชาวลาว หรือการกระทำที่ไม่ถูกต้องของข้าราชการลาว และรวบรวมนำไปเผยแพร่ผ่านแฟนเพจ “ไวหนุ่มยุคใหม่ ต้องการประชาธิปไตย” (คำว่าไวหนุ่มหมายถึงเยาวชน)
นายตำรวจลาวยังแถลงเพิ่มเติมว่า กลุ่มผู้ว่าจ้างที่หมายถึง “กลุ่มลาวฝ่ายขวา” ต้องการทำลายภาพลักษณ์รัฐบาลลาว และผู้นำพรรค-รัฐ ก่อนการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในปลายปีนี้
นอกจากนี้ นายตำรวจลาวรายนี้ยังบอกว่า การจับกุมคนลาว 3 คนนี้ จะเป็นผลดีต่อสังคม และทำให้มีสติในการใช้สื่อออนไลน์ โดยไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของคนมุ่งร้ายทำลายชาติ
เชื่อว่าจะไม่ใช่คดีความมั่นคงคดีแรกที่เกี่ยวกับการใช้เฟซบุ๊กในลาว หลายคนมองว่า นี่เป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูของตำรวจลาว เพราะสองสามปีมานี้ มีคนใช้เฟซบุ๊กในลาวเพิ่มขึ้นมากมาย
ด้านหนึ่งคนลาวได้ใช้เฟซบุ๊กตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานรัฐ อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ การไฟฟ้าลาวขึ้นค่าไฟโดยไม่บอกกล่าว ทำเอาชาวบ้านเดือดร้อนทั่วหน้า จึงมีการโพสต์ข้อความร้องทุกข์ผ่านเฟซบุ๊ก ส่งผลให้กระแสค่าไฟมหาโหด ถูกแชร์ ถูกไลค์ราวไฟไหม้ลามทุ่ง
รัฐบาลลาวกำลังปวดหัวกับภาวะคนลาวตื่นสื่อโซเชียล เมื่อเกิดเหตุจับ “นักรบหน้าเพจ” ก็คงทำให้คนส่วนใหญ่ต้องระมัดระวังตัวกันมากขึ้น



