คอลัมนิสต์

การเมืองกับธรรมกาย

การเมืองกับธรรมกาย

31 พ.ค. 2559

การเมืองกับธรรมกาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 31 พ.ค. 2559

              สังคมยามนี้คงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ว่าเพราะเหตุอันใด กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)จึงดูเอาการเอางานอย่างมากกับภารกิจควบคุมตัว พระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีร่วมกันยักยอกทรัพย์ และรับของโจร ตามหมายจับของศาลอาญา ทางฝ่ายวัดพระธรรมกายเห็นว่า กรณีนี้อาจจะมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง สังเกตได้จากการเคลื่อนไหวอย่างเป็นระบบของบุคคลเช่น นายไพบูลย์ นิติตะวัน หลวงปู่พุทธะอิสระ และนักวิชาการที่เคยอยู่ฝั่งวัดพระธรรมกาย ฯลฯ และการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างพระธัมมชโยกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ทำให้เส้นทางการสถาปนาพระสังฆราชเกิดปัญหาขึ้น

              ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายให้ความเห็นว่า ถ้าหากไม่ได้ตัวพระธัมมชโยมาดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการฟ้องร้องต่อศาลก็จะดำเนินต่อไปไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 120 บัญญัติว่า ห้ามพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีใดต่อศาล โดยมิได้มีการสอบสวนในความผิดนั้นก่อน ดังนั้นการที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ยังไม่สามารถแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกกล่าวหาและยังไม่ได้สอบปากคำพระธัมมชโย ผู้ถูกกล่าวหา จึงถือว่ายังไม่ได้มีการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหารายนี้ ซึ่งก็ต้องห้ามมิให้ฟ้องผู้ถูกกล่าวหารายนี้ต่อศาล และอัยการฟ้องคดีไปทั้งที่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหา ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง และศาลฎีกาได้วินิจฉัยไว้เป็นบรรทัดฐานตลอดมาว่า เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องคดีต่อศาลต้องนำตัวจำเลย ที่ถูกฟ้องมาส่งศาลพร้อมกับคำฟ้อง

              ในอีกด้านหนึ่ง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ขึ้น เมื่อมีมวลชนจากคลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มารวมตัวกันที่วัดพระธรรมกายเพื่อร่วมกันประกอบกิจกรรมหลายอย่าง รวมทั้งการแสดงตนปกป้องพระธัมมชโยที่พวกเขาเห็นว่า เคยทำประโยชน์ให้แก่ชาวบ้านเอาไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 วัดพระธรรมกายก็ออกช่วยเหลือชาวบ้านเป็นอย่างดี ซึ่งถ้ามองจากคนภายนอก ก็ย่อมจะอดคิดไม่ได้ว่า แม้มวลชนที่แสดงออกเหล่านี้กระทำไปด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่ในเวลาเดียวกันก็กลายเป็นเกราะกำบังให้แก่พระธัมมชโยไปด้วยในตัว ซึ่งถ้าหากบอกว่า ฝ่ายที่ต้องการให้ดำเนินการกับพระธัมมชโยโดยเด็ดขาดมีการเมืองอยู่เบื้องหลัง ฝ่ายวัดพระธรรมกายก็ไม่พ้นข้อครหามีการเมืองด้วยเช่นกัน

              กรณีที่เกิดขึ้น เริ่มมาจากการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอ ที่พบว่า คดีทุจริตในสหกรณ์คลองจั่นนั้น ผู้ต้องหาได้นำเงินมาบริจาคให้พระธัมมชโยจำนวนมหาศาล ประจวบเหมาะกับเป็นห้วงเวลาที่กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.)มีมติไปยังนายกรัฐมนตรีเสนอแต่งตั้งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ขึ้นเป็นพระสังฆราช ติดตามด้วยประเด็นการตรวจสอบรถหรูจดประกอบในวัดปากน้ำ ซึ่งภาพโดยรวมได้ถูกปะติดปะต่อว่า เป็นขบวนการขัดขวาง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ทั้งๆที่มีข้อเท็จจริงปรากฏอยู่ในทั้งสองกรณีดังกล่าว การดำเนินการตามกฎหมายของดีเอสไอยามนี้ จึงต้องอาศัยความรอบคอบเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจะต้องไม่ออกนอกประเด็น จนทำให้ดูเหมือนว่า มีวาระการเมืองแฝงเร้นเข้ามา