
ปลดล็อกเดินหน้าประชามติ
ปลดล็อกเดินหน้าประชามติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่30พ.ค.2559
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีมติเห็นชอบปลดล็อกคำสั่งและอนุญาตให้นักการเมืองเดินทางไปต่างประเทศได้ ยกเว้นบุคคลที่มีคดีความให้ขออนุญาตจากศาล โดยจะมีผลในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ถือเป็นอีกมิติทางการเมืองที่ทุกฝ่ายมองว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับบุคคลที่ถูกเรียกให้เข้ารายงานตัวก่อนหน้านี้ ที่ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ให้เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งหลายคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จึงเป็นสัญญาณที่ดีและเป็นทิศทางที่จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ปรองดอง ส่งผลให้ผ่อนคลายความกดดันในสังคมมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศโดยรวมของประเทศดีขึ้น แม้จะยังมีกลุ่มคนที่เห็นต่างบางส่วนยังออกมาเคลื่อนไหวนำไปสู่การควบคุมตัวเพื่อนำไปปรับเปลี่ยนทัศนคติและถูกขึ้นบัญชีดำของ คสช.มีคดีความติดตัวในที่สุด
ก่อนหน้านี้ต้องยอมรับว่า มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากต่อคำสั่งห้ามเดินทางไปต่างประเทศของ คสช.ฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง กลุ่มการเมืองเท่านั้น แต่ยังหมายรวมไปถึงนักวิชาการ นักธุรกิจ ที่ไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้กว่า 2 ปี ในการเข้ามาของ คสช. ทั้งนี้เรื่องราวและความจะเป็นของการเดินทางนั้น บางครั้งก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทางการเมืองแต่อย่างใด ซึ่ง พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น แสดงให้เห็นว่า คสช.รับฟังความคิดเห็น อะไรที่ผ่อนคลายได้เราก็ผ่อนคลาย อะไรที่ยังต้องเข้มงวด เช่น การห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองก็ยังต้องเข้มงวดต่อไป จากนี้ต้องประเมินภาพรวมว่าจะมีการผ่อนคลายอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ โดยจะใช้สถานการณ์เป็นตัวตั้ง แต่ขอให้เชื่อมั่นว่า เน้นทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
ท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองในช่วงของการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญเพื่อการทำประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ทั้ง คสช. รัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อรับฟังปัญหาและชี้แจงประชาสัมพันธ์คำถามพ่วงประชามติให้แก่ตัวแทนจากทั้งส่วนราชการ รวมไปถึงประชาชน ไม่เลือกว่าพื้นที่ใคร สีไหน พรรคไหน หลังจากนั้นก็จะจัดชุดอนุกรรมาธิการเกาะติด ติดตามผล แบ่งโซนเป็นภาคๆ หวังถึงความตั้งใจเป็นสะพานเชื่อมคงได้รับความร่วมมือ ทำงานจนเกิดผลสำเร็จให้ได้ จนทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่า การปลดล็อกคำสั่งห้ามนักการเมืองไปต่างประเทศครั้งนี้จะนำไปสู่บรรยากาศช่วง 2 เดือนก่อนการทำประชามตินี้ดีขึ้นสัมฤทธิผลตามที่รัฐบาลและทุกฝ่ายตั้งใจไว้
อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 ไม่ได้ห้ามการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญ เพียงแต่ต้องอยู่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด การแสดงความคิดเห็นนั้นต้องไม่มีเจตนาร้าย ไม่ยุยงปลุกปั่น ก้าวร้าว หยาบคายหรือทำผิดกฎเกณฑ์ ซึ่งก็สามารถแสดงความเห็นได้โดยอิสระอยู่บนหลักของวิชาการอยู่แล้ว เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหว หากทำโดยบริสุทธิ์ใจคงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากบทลงโทษเช่นกัน เว้นแต่เจตนาของการกระทำต่างๆ เหล่านั้นจะมีเป้าหมายทางการเมืองแอบแฝงหรือมุ่งสร้างสถานการณ์สุมไฟให้บ้านเมืองเกิดความแตกแยก ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันรักษาบรรยากาศเพื่อให้การลงประชามติของคนทั้งประเทศเป็นไปด้วยความราบรื่น



