คอลัมนิสต์

ตำรวจอย่ามัวค้าความ

ตำรวจอย่ามัวค้าความ

27 พ.ค. 2559

ตำรวจอย่ามัวค้าความ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 27 พฤษภาคม 2559

           อาการเกรี้ยวกราดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำกับดูแลงานตำรวจ ซึ่งให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่า เป็นเพราะตำรวจจับกุมคนร้ายชิงทรัพย์ ปล้นเงินธนาคารไม่ได้หลายๆครั้ง ทำให้เกิดข่าวปลดตำรวจ ปลดผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้น และต่อมา ตำรวจก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการจับกุมผู้ต้องหางัดตู้เซฟของธนาคารกรุงเทพ สาขาชะอำ ได้ จนดูเหมือนว่า จริงๆ แล้วถ้าหากตำรวจจะตั้งใจทำงานก็สามารถทำได้ แต่ต้องรอการกระตุ้นด้วยคำขู่ หรือเอาสถานะหน้าที่การงานมาเป็นเดิมพันด้วยหรือไม่ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว อาจเป็นเหตุประจวบเหมาะที่ตำรวจจับผู้ต้องหาได้พอดิบพอดีก็เป็นไปได้ ใครที่คิดเช่นว่า ก็คงจะมาจากอคติมากกว่า

           กระนั้น ต้องยอมรับว่า จะด้วยเหตุผลทางสังคมหรือว่า ปัญหาเศรษฐกิจฝืดเคืองข้าวยากหมากแพงหรือไม่ก็ตาม สังคมไทยขณะนี้มีโจรขโมยชุกชุมเหมือนยุง เกิดเหตุลักขโมยปล้นชิง ไปจนถึงลงมือฆ่าเจ้าทรัพย์อย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย เมื่อเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้น ผู้ที่ต้องถูกตั้งคำถามทุกครั้งก็คือ ตำรวจ ผู้มีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ติติงว่าเหตุใดจึงไม่สามารถระงับเหตุได้ เพราะหลายคดีเป็นกรณีสุดวิสัย แต่ให้ความสนใจกับการติดตามจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีได้อย่างทันท่วงที หรือให้ความสนใจกับการทำคดีอย่างรวดเร็ว พร้อมๆ กับการทำงานในเชิงป้องกันเสียมากกว่า ซึ่งที่ผ่านมา ว่ากันว่า ช่วงการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจ มักเป็นห้วงเวลาเกียร์ว่าง

           นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อดีตนักการเมืองผู้มีชื่อเสียง อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต ผู้ซึ่งได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้อครหาเรื่องการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่ง กำลังเผชิญกับข้อหากระทำผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าทุกข์ เพราะเห็นว่า ข้อความของนายอาทิตย์เป็นการหมิ่นประมาท ใส่ความให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิดความเสื่อมเสีย โดยที่ก่อนหน้านั้น หน่วยงานแห่งนี้ก็เคยแจ้งดำเนินคดี พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ในคดีลักษณะเดียวกันไปแล้วรายหนึ่ง ซึ่งบุคคลทั้งสองล้วนให้เหตุผลว่า ที่นำความเห็นสู่โลกอินเทอร์เน็ตนั้น เพราะต้องการให้เกิดการตรวจสอบ ซึ่งทั้งสองกรณีที่เกิดขึ้นก็มีผู้ออกมาสนับสนุนให้เกิดความโปร่งใสในการแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็แสดงให้เห็นว่า แท้จริงแล้ว สังคมก็มีข้อกังขาด้วยเช่นกัน

           ในยามที่บ้านเมืองมีปัญหานั้น ก็ต้องยอมรับว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อย หนักหนา ในความเสียสละ อย่างเช่นเมื่อหลายปีก่อนที่กำลังเจ้าหน้าที่ไม่น้อยต้องทุ่มเทกับเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง เช่นกันกับในห้วงเวลาข้าวยากหมากแพง เกิดภาวะภัยแล้ง พืชผลทางการเกษตรเสียหาย การส่งออกตกต่ำ โรงงานอุตสาหกรรมเลิกจ้างคนงาน โจรผู้ร้ายเกิดขึ้นทุกซอกมุม ซุ่มรอโอกาสฉกชิงและทำร้ายเหยื่อ จึงย่อมเป็นห้วงเวลาที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์จะต้องทุ่มเทสรรพกำลังดูแลทุกข์สุขของประชาชนด้วยจิตสำนึกในหน้าที่ ในอุดมการณ์ ไม่ควรเสียเวลาไปกับการค้าความกับประชาชน ซึ่งแม้จะวิจารณ์ตำรวจ แต่เขาก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องการความปลอดภัยจากต้นธารกระบวนการยุติธรรมด้วยเช่นกัน