
อำเภอจุนจับมือตำรวจระดมพลขจัดนักพี้-เอเย่นต์ค้ายา
อำเภอจุนจับมือตำรวจระดมพลขจัดนักพี้-เอเย่นต์ค้ายา : สายตรวจระวังภัย โดยนพพร ทาทาน
จากข้อมูลการป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดจังหวัดพะเยา ประจำปี พ.ศ.2558 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2557-กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา พบว่า สถานการณ์การระบาดของยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้ายังคงมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับสถานศึกษา สถานประกอบการ และบุคคลทั่วๆ ไปทั้ง 9 อำเภอ สำหรับในพื้นที่ จ.พะเยา มีผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ที่เป็นเป้าหมาย ประมาณ 1,650 คน และสามารถจับกุม หรือนำเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย 1,362 คน จับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดตามหมายจับค้างเก่าได้ 22 ราย รวมรายการทางทรัพย์สินคดียาเสพติดรายสำคัญทุกราย 8,891,289 บาท พร้อมทั้งสกัดกั้นยาเสพติดตามจุดตรวจ ด่านตรวจตามแนวชายแดน และพื้นที่ตอนใน โดยสามารถยึดยาบ้าได้มากกว่า 3,460,760 เม็ด
อย่างไรก็ตาม จากรายงานดังกล่าว นายศักดิ์ชัย โชติมานนท์ นายอำเภอจุน และ พ.ต.อ.ธนนท์ เวชชยานนท์ ผกก.สภ.จุน จึงได้หารือร่วมกันเพื่อหาทางระงับ ยับยั้ง ทั้งผู้เสพ ผู้ค้าและปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้อำเภอจุนเป็นอำเภอสีขาว ปราศจากยาเสพติดและอาชญากรรมอย่างสิ้นเชิง
ในที่สุดก็มีข้อตกลงในการทำงานร่วมกันของทั้ง 2 หน่วยงาน เพื่อให้การทำงานเป็นรูปธรรมมากที่สุด เช่นร่วมมือกันระดมออกหาข่าว โดยเฉพาะสายข่าวของฝ่ายปกครองถือเป็นสายข่าวที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้านมากที่สุด เพราะอยู่ในพื้นที่ตลอด ในส่วนของตำรวจก็ใช้วิธีการสอบสวนขยายผล จากนั้นก็จะนำข้อมูลมาแชร์กัน พร้อมกับวางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา โดยยึดของกลางเป็นยาบ้า และอาวุธปืน เครื่องกระสุนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งใช้เวลาไม่ถึง 2 เดือน หลังจากมีข้อตกลงร่วมกัน
นายณัฐพงศ์ เรืองฤทธิ์ ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง อ.จุน กล่าวถึงการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ถือเป็นเรื่องที่ดี และเป็นความโชคดีของอำเภอจุน ที่มีผู้บังคับบัญชาที่มองเห็นปัญหายาเสพติดในพื้นที่ เพราะถือว่ามีความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ดังนั้น การหาข่าว การวางแผนเข้าจับกุม จึงทำได้ง่ายขึ้น พร้อมกับสามารถลดทอนลำดับขั้นตอนการทำงาน ให้มีความสะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ทำให้ทั้งตำรวจและฝ่ายปกครองมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน โดยตำรวจก็ไม่รู้สึกว่าถูกหักหน้า หรือถูกแย่งหน้าที่ หรือแย่งซีน ในขณะเดียวกันทางอำเภอก็ไม่ได้รู้สึกว่าบกพร่องเรื่องการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ชาวบ้าน
ก่อนที่จะมีการเข้าจับกุมทุกครั้ง เราจะใช้ข้อมูลทั้งจากสายข่าวของตำรวจ และสายข่าวของฝ่ายปกครองมาแชร์กัน โดยจะมีการนำข้อมูลที่ได้มา นำมาวิเคราะห์ทุกมิติ จนแน่ใจว่าผู้ต้องสงสัยมียาเสพติด หรือกระทำสิ่งผิดกฎหมายอยู่ในครอบครองจริง พร้อมกับวิเคราะห์ต่อไปด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยมีอาวุธหรือไม่ และทางเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมอย่างไร หากผู้ต้องหาหลบหนี จะหนีไปทางใด ซึ่งการถกเถียงและวิเคราะห์ จะมีการหารือกันในทุกประเด็น เพื่อลดความเสี่ยง และลดความสูญเสียของทั้ง 2 ฝ่าย โดยเฉพาะผลงานการปฏิบัติงานในห้วงเดือนสิงหาคม 2558 จนถึง พ.ค.2559 อย่างเป็นรูปธรรม
อาทิ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 28 ราย ยึดยาบ้า 4,006 เม็ด ยึดยาไอซ์ 14 กรัม ตรวจจับอาวุธปืนได้ 7 กระบอก และยึดไม้ชิงชันแปรรูป 194 แผ่น/เหลี่ยม ปริมาตร 9.45 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับช่วงปี 2558 จะเห็นได้อย่างชัดเจน มีการทำงานแบบประสานของฝ่ายปกครองและตำรวจ สามารถลดปัญหาผู้เสพ และผู้ค้าลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ



