
จัดอบรมนรต.-แนวร่วมภาคประชาชนบูรณาการยุทธศาสตร์ป้องกัน
จัดอบรม นรต.-แนวร่วมภาคประชาชน บูรณาการยุทธศาสตร์ป้องกันอาชญากรรม : สายตรวจระวังภัย โดยอังสุมา ศรีดอกคำ
ทุกวันนี้ตำรวจต้องเข้าถึงประชาชนให้มาก และต้องทำให้เห็นเป็นรูปธรรม เสริมสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน เพื่อการป้องกันปราบปรามปัญหาอาชญากรรม และยาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากมีหลายเหตุการณ์ หลายคดีที่เป็นบ่อเกิดของความแตกแยก ต่อต้าน และเกลียดชังตำรวจของประชาชน ซึ่งอาจจะไม่มีความรู้ความเข้าใจ รวมถึงแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับขั้นตอนทางกฎหมาย ดังนั้นการทำมวลชนสัมพันธ์ จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ทางโรงเรียนนายร้อยตำรวจจึงได้มีการจัดหลักสูตร “วิชาการตำรวจชุมชนกับการมีส่วนร่วมของประชาชน” สำหรับนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.)ชั้นปีที่ 4 โดยเนื้อหาของวิชามีความครอบคลุมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เกี่ยวกับการบริหารจัดการการมีส่วนร่วมของตำรวจชุมชน ประชาสังคม เอกชน และประชาชน ก่อนที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. จะเป็นประธานเปิดพิธีศึกษาดูงานของ นรต. ตามความร่วมมือของอาสาสมัครและแนวร่วมภาคประชาชน เฝ้าระวังในลักษณะ Home Guard, โครงการบ้านสีขาว และปฏิบัติงานตามยุทธศาสตร์ของตำรวจ ในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 (บก.น.4)
พล.ต.ท.ศานิตย์ อธิบายว่า เรื่องดังกล่าว ทาง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4. ได้รับการประสานมาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เกี่ยวกับการจัดหลักสูตรวิชาการตำรวจชุมชนกับการมีส่วนร่วมของประชาชนให้แก่น้องๆ นรต. ชั้นปีที่ 4 ซึ่งเมื่อเรียนจบออกมาแล้วก็ต้องมาปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ในพื้นที่นั้นๆ ต้องประสานงานกับชาวบ้าน กับชุมชน สร้างมวลชนสัมพันธ์ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะการป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรม หากตำรวจเข้าถึงชาวบ้าน สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะทำให้ได้รับความร่วมมือ การแจ้งข้อมูล เบาะแสต่างๆ นานา เป็นหูเป็นตา ร่วมกันปกป้องชุมชนของตัวเอง สร้างชุมชนที่เข้มแข็งให้ห่างไกลจากปัญหายาเสพติด อันเป็นปัจจัยหลักให้เกิดปัญหาอาชญากรรมอื่นๆ ที่จะตามมา อาทิ คดีเกี่ยวกับทรัพย์
"การอบรมแนวทางปฏิบัติเรื่องนี้ให้แก่น้องๆ นรต. ก่อนที่จะบรรจุเป็นตำรวจผู้รับใช้ประชาชนหลังเรียนจบถือเป็นเรื่องดี เป็นการปลูกฝังตั้งแต่เนิ่นๆ โดยกิจกรรมครั้งนี้ มี นรต.เข้าร่วมดูงานทั้งหมด 280 นาย ซึ่งจะแบ่ง นรต.ออกเป็น 6 กลุ่ม เพื่อที่จะดูงานจริงในพื้นที่ 6 สถานีตำรวจ ในพื้นที่ บก.น.4 ที่นับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางกายภาพ มีประชาชนอยู่ในพื้นที่หนาแน่น ประชากรแฝงก็เยอะ การลงพื้นที่จะทำให้ นรต.ได้สัมผัสและพูดคุยกับคนในชุมชน และเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกับชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งนี้เชื่อว่าการลงพื้นที่จริงในครั้งนี้จะทำให้ นรต.ได้รับความรู้ไม่มากก็น้อย เพื่อนำไปใช้ในอนาคตที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศในภายภาคหน้า" พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวย้ำ
สำหรับ 6 สถานีตำรวจที่จัดสรร นรต. ออกเป็น 6 กลุ่ม ลงพื้นที่จริงร่วมกับภาคีเครือข่ายแนวร่วมภาคประชาชน เพื่อบูรณาการป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรม ประกอบด้วย สน.หัวหมาก ดูงานในชุมชนริมคลองหัวหมากน้อย, สน.ลาดพร้าว ดูงานในชุมชนสุขสันต์ 26 ซอยลาดพร้าว 101, สน.โชคชัย ดูงานในชุมชนอมรพันธ์ 9, สน.บึงกุ่ม ดูงานในชุมชนสมหวัง ซอยเสรีไทย 21, สน.บางชัน ดูงานในชุมชนย่ามีลุ้ลอิบาดะห์ และ สน.อุดมสุข ดูงานในชุมชนสุเหร่าจรเข้ขบ
ทั้งนี้ นายพรศักดิ์ พิทักษ์พูลสิน ประธาน กต.ตร.กทม.บก.น.4 บอกว่า การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนจะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งการแจ้งข่าวสาร เบาะแสต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนการทำงานด้านอื่นๆ มั่นใจว่า นรต.ที่มาศึกษาดูงานครั้งนี้จะมีความเข้าใจและให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับประชาชนมากขึ้น เพราะประชาชนคือหัวใจสำคัญในความสำเร็จของงานตำรวจ
การเรียนรู้ เปิดใจ รับฟัง สร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน จะส่งผลให้การทำงานบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผล ไม่ว่างานอะไรก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วงานของตำรวจ หากสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจจากชาวบ้าน ก็จะยิ่งทำให้ได้รับความร่วมมือ ซึ่งจะส่งผลให้สังคมน่าอยู่ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมากยิ่งขึ้น



