
เสียงสะท้อนเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข
เสียงสะท้อนเศรษฐกิจที่ต้องแก้ไข : บทบรรณาธิการประจำวันที่26พ.ค.2559
เมื่อช่วงครบรอบ 2 ปีการเข้าควบคุมอำนาจการปกครอง มีหลายสำนักโพลล์ได้สำรวจความคิดเห็นประชาชนจากทั่วประเทศ ซึ่งผลสำรวจพบว่าประชาชนส่วนใหญ่พอใจที่ประเทศมีความสงบสุขมากกว่าในอดีตของช่วงความแตกแยกทางการเมือง และบางส่วนก็ยังสนับสนุนให้รัฐบาลและ คสช.บริหารบ้านเมืองต่อไปอีก 2 ปี ถือเป็นการสะท้อนภาพรวมในมิติการปกครอง ซึ่งต้องยอมรับว่า การที่เหตุรุนแรงทางการเมืองลดลงก็เป็นเพราะการควบคุมอำนาจอย่างเฉียบขาดของรัฐบาล คสช. และการปราบปรามด้านอาวุธสงคราม กลุ่มอิทธิพลการเมืองและกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งบางส่วนก็อยู่แวดล้อมหรือขึ้นตรงกับบรรดานักการเมืองขาใหญ่นั่นเอง หากเป็นรัฐบาลปกติคงทำไม่ได้ ทำให้มีเสียงสนับสนุนจากประชาชนอย่างมาก
แต่ในส่วนที่เป็นข้อท้วงติงชี้ให้รัฐบาลเห็นถึงจุดที่ต้องแก้ไขก็มีหลายด้านด้วยกัน ด้านที่ดูจะหนักสุดคือ ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำที่กระทบกับปากท้องประชาชนโดยตรง จนเป็นหัวข้ออันดับต้นๆ ในการสำรวจโพลล์เช่นกันที่ประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือและมีนโยบายออกมากระตุ้นเศรษฐกิจให้เงินหมุนเวียนสร้างรายรับเพิ่มขึ้น และปมเรื่องนี้ยังกลายเป็นจุดอ่อนให้การเมืองบางกลุ่มใช้โจมตีการบริหารงานของรัฐบาลและเชื่อมโยงไปในเรื่องต่างชาติไม่ไว้วางใจเข้ามาลงทุนและขายสินค้าออกไปต่างประเทศได้ยากลำบาก เพราะประเทศไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะการบริโภคภายในประเทศยังตกต่ำไม่มีวี่แววกระเตื้องขึ้น และรายได้ของประชาชนลดลง ส่งผลให้บริษัทใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็กได้รับผลกระทบไปด้วย
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลตั้งแต่ช่วงปลายปี 2558 ได้ใช้มาตรการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง รวมถึงมาตรการช่วยเหลือธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่ประกอบกันด้วยหลายมาตรการย่อย อาทิ การให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การค้ำประกันสินเชื่อ กองทุนร่วมลงทุนในกิจการ การลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี เป็นต้น ผนวกกับการผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ซึ่งรัฐบาลย้ำว่าเป็นการพัฒนาเติบโตแบบยั่งยืน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ขณะเดียวกันกระตุ้นบริโภค โดยรณรงค์ให้ประชาชนเที่ยวในประเทศในช่วงวันหยุดยาวและมาตรการซื้อสินค้านำไปลดหย่อนภาษีเงินได้เพื่อให้เงินหมุนเวียน
รัฐบาลยืนยันว่า ไตรมาสแรกของปี 2559 เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 3.2 และคาดการณ์ทั้งปีขยายตัวร้อยละ 3.3 ส่วนการท่องเที่ยวในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ ก็ขยายตัวร้อยละ 15.5 ส่วนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ขยายตัวร้อยละ 115.8 มูลค่า 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2558 สูงกว่าปี 2557 ที่มีมูลค่า 3,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งตัวเลขเหล่านี้แม้มีแนวโน้มที่ดี แต่ผลสำรวจของโพลล์ก็ได้สะท้อนความคิดเห็นโดยตรงจากประชาชน อีกทั้งสัญญาณที่ชัดคือ รายได้ของกลุ่มค้าปลีกที่จะเป็นตัวเลขสะท้อนภาวะเศรฐกิจได้เช่นกัน ดังนั้นโจทย์สำคัญอีกประการของรัฐบาลคือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จำเป็นต้องมีมาตรการออกมาเพื่อให้การบริโภคภายในประเทศเกิดการหมุนเวียนอย่าให้มีภาวะชะลอตัวมากไป



