คอลัมนิสต์

สองปีของ'คนไกลบ้าน'

สองปีของ'คนไกลบ้าน'

24 พ.ค. 2559

สองปีของ'คนไกลบ้าน' : กระดานความคิด โดยบางนา บางปะกง

           ครบรอบ 2 ปีแห่งการรัฐประหาร โดยคณะทหารนาม “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ” (คสช.) ก็มิต่างไปจากตอนครบรอบปี มีผลงานที่เห็นเป็นประจักษ์คือ ไร้ม็อบการเมือง แต่ความขัดแย้งสองขั้วสี ยิ่งนานวัน ยิ่งร้าวลึก

           สองปีของขบวนการต้านอำนาจเผด็จการทหาร ยังอยู่ในระยะ “ตั้งไข่ล้มต้มไข่ลุก” มีเด็กหน้าเก่าๆ สิบกว่าคนวิ่งไปวิ่งมา ส่วนพวกผู้ใหญ่ก็นั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต ส่งเสียงเชียร์ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์

           เหตุที่ขบวนประชาธิปไตยยังอ่อนแอ เพราะพลังมวลชน (ฝ่ายไม่เอาทหาร) ส่วนใหญ่ ตกอยู่ใต้ระบอบอุปถัมภ์ของตระกูลชินวัตร

           มวลชนจะขยับหรือไม่? ไม่ได้เกิดจากจิตสำนึกของตัวเอง หากแต่ต้องรอฟังสัญญาณจากคนในตระกูลชินวัตร

           สำหรับขบวนการประชาธิปไตยในต่างแดน มีคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงผ่านสื่อออนไลน์ พล่ามแต่เรื่องเก่าๆ ฝันหวานถึงการเปลี่ยนแปลงโดยพลังประชาชน

           เมื่อครบรอบสองปีของการรัฐประหาร บรรดานักประชาธิปไตยพลัดบ้านพลัดถิ่น ได้ไปรวมตัวกันที่ลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เพื่อร่วมทำกิจกรรมพิธีเปิด "สมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ครั้งที่ 2 เมื่อ 21 พฤษภาคมนี้

           สำหรับสมัชชาประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนั้น เดิมทีชื่อว่าสมัชชาประชาชนเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศไทย ได้มีการจัดประชุมไปครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2558 ที่ลาสเวกัส มลรัฐเนวาดา สหรัฐอเมริกา

           จะว่าไปแล้ว คนกลุ่มนี้ก็มีจำนวนไม่มาก และเป็นคนหน้าเดิมๆ ที่อยู่ในองค์กรเก่าเช่น กลุ่มแดงสยาม กลุ่มมดแดงล้มช้าง ภาคีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชน และเรดยูเอสเอ

           การประชุมสมัชชาฯ ครั้งที่ 2 ก็มีตัวละครที่คุ้นหน้าคุ้นตา อย่าง จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, สุนัย จุลพงศธร และดารุณี กฤติบุญญาลัย มาเป็นแม่งาน รวมถึง “ก๊วนไม่เอาสถาบัน” อาทิ ชูพงศ์ ถี่ถ้วน, สุรชัย แซ่ด่าน และอาคม ซิดนีย์ เป็นต้น ที่ส่งเสียงผ่านสื่อออนไลน์มาร่วมประชุมด้วย

           อีกคนหนึ่งที่ไปร่วมประชุมสมัชชาประชาชนฯ ด้วยคือ จรัล ดิษฐาอภิชัย นักสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ซึ่งเวลานี้เขาลี้ภัยอยู่ที่ฝรั่งเศส

           ก่อนเดินทางมาสหรัฐ “จรัล” ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า แม้ตนจะพลัดบ้านพลัดเมืองมาอยู่ต่างแดน แต่ก็ยังคงต่อสู้ทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง แม้การอยู่ต่างประเทศจะทำให้ห่างไกลมวลชนและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในประเทศไทย แต่มีข้อดีที่มีเสรีภาพในการเคลื่อนไหวอย่างมาก

           ด้านสถานการณ์ในประเทศไทย “จรัล” วิเคราะห์ว่า รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงแข็งแกร่งและควบคุมประชาชนได้ ส่วนฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตยยังคงไม่ได้ยกระดับการเคลื่อนไหวมากนัก ซึ่งตนหวังว่าในปีที่สามภายใต้รัฐบาลทหาร จะมีความเคลื่อนไหวมากขึ้น ไม่เช่นนั้น คสช.คงจะอยู่ยาว

           “โอกาสที่พวกผมจะได้กลับเมืองไทยคงยาก เตรียมใจอยู่ที่นี่จนตายแล้ว การต่อสู้คงอีกนาน เพราะทั้งสองฝ่ายไม่ต้องการปรองดอง สู้กันต่อไปก็ไม่มีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะเด็ดขาด”

           “จรัล” ในฐานะคนเดือนตุลาที่ผ่านประสบการณ์การต่อสู้กับระบอบทหารมาหลายยุค ได้สรุปจากข้อเท็จจริงของสถานการณ์ จึงไม่เพ้อฝันเหมือนนักประชาธิปไตยไร้เดียงสา

           จรัลคงคิดไม่ผิดหรอกที่บอกว่า เตรียมใจอยู่เมืองนอกจนตาย