คอลัมนิสต์

ฝนมาอย่าชะล่าใจ

ฝนมาอย่าชะล่าใจ

23 พ.ค. 2559

ฝนมาอย่าชะล่าใจ : บทบรรณาธิการ วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

 
                    เสร็จสิ้นพระราชพิธีแรกนาขวัญ สัญญาณเริ่มต้นของฤดูทำนา หรือการเพาะปลูกพืชพันธ์ุต่างๆ ดังกังวานขึ้น ท่ามกลางความระทึกใจจดใจจ่อถึงสภาพอากาศในบ้านเมืองเราที่เปลี่ยนแปลงอย่างน่าวิตก แต่กรมอุตุนิยมวิทยาก็ออกมาสร้างความชื่นใจให้แก่ชาวไร่ชาวนาว่า ฤดูฝนในปีนี้ จะมีฝนตกมาอย่างพอเพียง สอดรับกับกรมชลประทานประกาศว่า ลุ่มน้ำเจ้าพระยาสิ้นสุดฤดูการส่งน้ำในช่วงฤดูแล้งแล้ว จึงมีการวางแผนการจัดสรรน้ำจาก 4 เขื่อนหลักให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อการอุปโภคบริโภค รักษาระบบนิเวศ และสวนผลไม้ ให้เพียงพอไปจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2559 ส่วนการปลูกข้าวในที่ลุ่มแนะนำให้รอกรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเข้าสู่ฤดูฝน
 
 
                    ก่อนหน้านี้หลายพื้นที่ในประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้งปริมาณน้ำ 4 เขื่อนหลัก เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ของลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาเหลืออยู่ 3,457 ล้านลูกบาศก์เมตร ต่ำกว่าปีที่แล้วที่มีปริมาตรน้ำรวม 6,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ถือว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 22 ปี นับตั้งแต่ปี 2537 กระนั้นก็ดีฝนที่ตกมาในช่วงนี้จากพายุฤดูร้อน ทำให้ใจชื้นขึ้นว่าจะเข้าสู่ฤดูฝนปกติ หลังจากที่ประสบปัญหาภัยแล้งต่อเนื่องมาเกือบ 3 ปี ซึ่งจะเห็นว่าจากช่วงกลางเดือนนี้มีฝนตกต่อเนื่องทุกภาค ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเพาะปลูกฤดูกาลผลิตใหม่
 
 
                    ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะมาถึงปลายเดือนนี้ ฝนยังไม่ตกสม่ำเสมอ และปริมาณฝนก็น้อย ปริมาณฝนจะมาเพิ่มขึ้นช่วงเดือนมิถุนายนไปจนถึงตุลาคมหมดฤดูฝน กรมชลประทานจะเน้นเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำที่มีอยู่ทั่วประเทศให้มากที่สุด เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้าปี 60 ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับสภาวะฝนที่ตกลงมาในแต่ละพื้นที่ และการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำจะเป็นไปตามเกณฑ์การเก็บกักน้ำในอ่างฯ (Rule Curve) ที่ได้กำหนดไว้ในแต่ละช่วงเวลา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบจากสภาพน้ำหลากล้นอ่างฯ อย่างรุนแรง จนทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมด้านท้ายของอ่างเก็บน้ำได้ ในส่วนของการเพาะปลูกพืชฤดูฝน ให้ใช้น้ำฝนเป็นสำคัญ โดยจะใช้ระบบและอาคารชลประทาน ที่มีอยู่ในการบริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด ช่วยลดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำต่างๆ เพื่อให้มีปริมาณน้ำสำรองไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้งหน้า
 
 
                    แม้รัฐบาลตระเตรียมมาตรการรองรับแหล่งเก็บน้ำทั่วประเทศเพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง และถึงแม้อาจจะช่วยอะไรไม่ได้มาก เพราะต้องขึ้นกับสภาวะธรรมชาติเป็นที่ตั้งก็ตาม แต่กระนั้นประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรเองก็อย่าชะล่าใจกับสภาพฝนฟ้าที่ตกลงมาในช่วงนี้ เราเคยมีบทเรียนจากความแห้งแล้ง จึงควรรู้วิธีเก็บน้ำไว้ใช้ยามฉุกเฉิน โดยการขุดบ่อหรือเตรียมพื้นที่รองรับน้ำให้เพียงพอกับที่ดินของตนเอง รวมทั้งวางแผนการเพาะปลูกให้ดี บางพื้นที่เร่งทำนาในช่วงต้นฤดูฝนอาจเสี่ยงต่อการเกิดฝนทิ้งช่วง ต้นข้าวจะได้รับความเสียหาย ที่สำคัญทุกคนยังต้องใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพราะแม้ฝนจะตกลงมาแล้ว แต่เรื่องของธรรมชาติไม่มีใครรู้ล่วงหน้าได้ จึงต้องรู้จักเตรียมการอย่างเหมาะสม เพราะเราไม่อาจคาดการณ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีก