คอลัมนิสต์

 โผล่อีก4รายที่ชุมพรแก๊งปาหินยิงใส่รถ4คันรวด

โผล่อีก4รายที่ชุมพรแก๊งปาหินยิงใส่รถ4คันรวด

03 ส.ค. 2552

แก๊งหนังสติ๊กยิงหินเหิมหนัก โผล่ชุมพร รถทัวร์-รถตู้ท่องเที่ยวโดนอีก 4 คันรวด ขณะที่รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังชุดสืบสวนไล่ล่าคนร้ายที่บางสะพาน ปรับแผนให้รถสายตรวจวิ่งเปิดสัญญาณไฟบนถนนเพชรเกษม หลังพบแก๊งปาหินอาละวาดต่อเนื่องคืนที่ 2

แก๊งปาหินยังคงออกอาละวาดบนถนนเพชรเกษมอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 2 สิงหาคม ร.ต.อ.สุรสิทธิ์ สมัยแก้ว ร้อยเวรสอบสวน สภ.ท่าแซะ จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายปากระจกรถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคันที่บริเวณหลัก กม.ที่ 488-489 ถ.เพชรเกษม ต.นากระตาม อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร จึงนำกำลังพร้อมหน่วยกู้ภัยสายชลไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ห่างจากอุทยานเขาพาง ซุ้มประตูภาคใต้ ประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นถนนสี่เลน บริเวณช่องจราจรขาขึ้นพบรถตู้โดยสารยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 14-2929 กรุงเทพมหานคร จอดกะพริบไฟอยู่ข้างทาง สภาพรถกระจกหน้าต่างด้านข้างคนขับแตกร้าว มีรูขนาดเท่าหัวแม่มือ ห่างไปประมาณ 30 เมตร มีรถทัวร์พังงา-กรุงเทพฯ ทะเบียน 12-8861 กรุงเทพมหานคร คนขับชื่อ นายดนตรี ใจมั่น อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 115/4 หมู่ 8 ต.ทุ่งเตาใหม่ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี สภาพรถกระจกประตูด้านคนขับแตกละเอียด

 ห่างออกไปอีกประมาณ 200 เมตร มีรถทัวร์ปรับอากาศ ระนอง-กรุงเทพฯ ทะเบียน 14-1108 กรุงเทพมหานคร คนขับชื่อ นายมาโนช โชคติกานนท์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/11 หมู่ 1 ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง สภาพรถกระจกหน้าต่างด้านคนขับแตกร้าวเป็นรูโบ๋ขนาดเท่านิ้วโป้ง และมีรถตู้โดยสารสีขาวยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน นข 506 ชุมพร คนขับคือ นายปริญญา นาคมุข อายุ 39 ปี สภาพรถกระจกหน้าแตกละเอียด จากการตรวจสอบรถยนต์ที่เสียหายทั้งหมดไม่มีผู้โดยสารคนใดได้รับบาดเจ็บ เพียงแต่ตกใจและตื่นตระหนกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 จากการสอบสวนทราบว่า รถทัวร์ปรับอากาศทั้ง 2 คัน รับผู้โดยสารเต็มคันมาจาก จ.พังงา และจ.ระนอง มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร ส่วนรถตู้ทั้ง 2 คัน เป็นคนในพื้นที่ จ.ชุมพร ที่กลับจากงานแต่งงานใน อ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร ขณะเกิดเหตุรถยนต์ทั้ง 4 คัน ขับมาเส้นทางเดียวกัน โดยช่วงเวลาดังกล่าวการจราจรช่องทางขาขึ้นมีรถหนาแน่น ปรากฏว่ารถทั้ง 4 คันถูกวัตถุซึ่งเป็นของแข็ง มีทิศทางมาจากถนนช่องทางจราจรขาล่องใต้พุ่งกระทบอย่างจังจนทำให้กระจกแตกร้าว ผู้โดยสารต่างพากันแตกตื่นจ้าละหวั่น แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ และเคราะห์ดีรถไม่เสียหลักเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำลงข้างทาง

 เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นแก๊งวัยรุ่นที่คึกคะนอง หรือพวกเมาสุราไม่น้อยกว่า 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาทางเลนขาล่องใต้ หรือแอบซุ่มอยู่ข้างทางใกล้ที่เกิดเหตุ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมืด ไม่มีไฟแสงสว่าง เมื่อรถยนต์ขับผ่านมาแก๊งคนร้ายได้ใช้หนังสติ๊กยิงลูกหิน หรือลูกตะกั่ว เพราะจากการตรวจสอบกระจกรถแต่ละคันพบว่าเป็นรูโบ๋ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่านิ้วโป้ง ซึ่งจ้าหน้าที่ได้ออกสืบสวนสอบสวนติดตามแก๊งคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นที่หวาดผวาแก่ผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว และประชาชนที่สัญจรไปมาอย่างมาก 

 ส่วนความคืบหน้ากรณีกลุ่มวัยรุ่นปาหินใส่รถบรรทุกคืนเดียว 16 คัน บนถนนเพชรเกษมฝั่งขาล่องใต้รอยต่อ อ.บางสะพาน-อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อเช้ามืดวันที่ 1 สิงหาคม 2552 ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 1 คน ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 สมทบกับ พ.ต.อ.พ.ต.อ.วิศิษฐ์ โสมินทุ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และตำรวจภูธรบางสะพาน ตำรวจภูธรบางสะพานน้อย เปิดศูนย์ปฏิบัติการติดตามกลุ่มปาหินใส่รถบรรทุก ที่หน่วยบริการประชาชนตำรวจ บ้านธรรมรัตน์ ริมถนนเพชรเกษม อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมกันนั้นได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งหมดกว่า 50 นาย พร้อมกับนำก้อนหินที่ตกอยู่ในรถบรรทุก 5 ก้อน มาตรวจสอบหาที่มา

 พล.ต.ต.โสภณ กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้เสียหาย ต่างให้รายละเอียดตรงกันว่ากลุ่มที่ปาหินน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีอาการเมาจนคึกคะนองมือ เก็บหินบริเวณริมถนนและขี่รถจักรยานยนต์ 1 คัน วิ่งย้อนศร โดยคนซ้อนท้ายเป็นผู้ลงมือขว้างหินเข้าใส่รถบรรทุก เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาลงมือประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งหลังเกิดเหตุได้แบ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเป็น 8 ชุดปฏิบัติการลงพื้นที่บริเวณรอยต่อ อ.บางสะพานและ อ.บางสะพานน้อย เพื่อติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ต้องสงสัยเกือบทั้งคืน

 ทั้งนี้เจ้าหน้าที่นำตัวกลุ่มวัยรุ่นเกือบ 10 คน พร้อมรถจักรยานยนต์ตรวจสอบและสอบสวนที่ศูนย์ปฏิบัติการ ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ อย่างไรก็ตามตำรวจเตรียมนำกลุ่มวัยรุ่นอีกส่วนหนึ่งมาสอบสวน พร้อมปูพรมหาเบาะแสเต็มพื้นที่โดยขอความร่วมมือจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยแจ้งเบาะแส

 อย่างไรก็ตาม ในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมาขณะตำรวจออกติดตามกลุ่มวัยรุ่นที่ลงมือปาหินรถบรรทุกอยู่นั้น ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุปาหินเกิดขึ้นบนถนนเพชรเกษมฝั่งล่องใต้ ตรงข้ามองค์การบริหารส่วนตำบลนาหูกวาง อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

 พ.ต.อ.วิศิษฐ์ โสมินทุ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรประจวบคีรีขันธ์ จึงนำกำลังส่วนหนึ่งไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม ร.ต.อ.สามาตร สังข์ทอง ร้อยเวรสอบสวน สภ.ทับสะแก พบนายไตรรัตน์ มีอารีย์  ผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า สีดำ ทะเบียน กค 2798 ประจวบคีรีขันธ์ ผู้เสียหาย ชี้ให้ดูที่บริเวณประตูรถยนต์ด้านข้างคนขับ มีรอยบุบอย่างเห็นได้ชัด

 นายไตรรัตน์ ให้การว่า ขับรถยนต์ออกจากบ้านพักที่บ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยภรรยาและลูกชาย เพื่อไปหาหมอที่คลินิก ระหว่างทางขับรถยนต์ขาล่องใต้ ปรากฏว่ามีเสียงดังปังเข้าที่ประตูรถยนต์จึงวิ่งไปจอดยังจุดที่มีแสงสว่างและลงไปตรวจสอบดูจึงรู้ว่าถูกปาหินใส่ คนที่ปาน่าจะอยู่บริเวณร่องกลางถนน โชคดีที่ในรถไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่อยากให้ตำรวจเร่งติดตามคนร้ายให้ได้

 หลังได้รับข้อมูลเพิ่มเติม พล.ต.ต.โสภณ ได้ปรับแผนด้วยการให้รถสายตรวจของโรงพักในพื้นที่ใกล้เคียงออกวิ่งตรวจตราเปิดสัญญาณไฟบนถนนเพชรเกษม พร้อมทั้งรถสายตรวจวิทยุของตำรวจทางหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ซึ่งใช้เส้นทางถนนเส้นดังกล่าวลงสู่ภาคใต้