
โรงพักสบปราบโชว์ด่านหินสกัดยาเสพติด
โรงพักสบปราบโชว์ด่านหินสกัดยาเสพติด : สายตรวจระวังภัย นพพร ทาทาน
พื้นที่ทางภาคเหนือ ซึ่งมีแนวตะเข็บชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศ และถือเป็นจุดเสี่ยงที่มักมีการลำเลียงยาเสพติด ทั้ง ยาบ้า ยาไอซ์ และเฮโรอีน ผ่านมาตามจังหวัดสำคัญๆ ต่างๆ อาทิ เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน สาเหตุหลักเพราะจังหวัดเหล่านี้ เป็นพื้นที่ติดกับแหล่งผลิตยาเสพติด และแหล่งพักยาเสพติด ที่มีฐานการผลิตอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้สกัดกั้นบริเวณพื้นที่ชายแดนภาคเหนือกันอย่างเข้มข้น และเป็นไปอย่างต่อเนื่องกับกลุ่มผู้ค้า ทั้งการตั้งด่านตรวจยาเสพติดถาวรตามถนนสายต่างๆ และการตั้งจุดสกัดตามพื้นที่หลบเลี่ยงด่านหลัก หรือที่เรียกว่า..ฟร็อกซ์จัมป์
แม้ว่ายาเสพติดชนิดต่างๆ จะทะลักมาจากจ.เชียงราย เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน หรือจังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ชายขอบ แต่ยาเสพติดเหล่านี้ จะต้องถูกลำเลียงผ่านเส้นทางหลัก เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่เมืองชั้นใน ก่อนที่จะเข้าไปสู่จังหวัดภาคกลาง และกระจายไปสู่ภาคอื่นๆ ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจแม่ต๋ำ ในเขต อ.เมือง จ.พะเยา ด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ และด่านตรวจยาเสพติดแม่พริก ของจ.ลำปาง อย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ยกเว้นจะใช้เส้นทางธรรมชาติ ผ่านป่าและสันเขา แต่ก็ใช่ว่าจะพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ หรือสามารถหลุดรอดไปได้ เพราะแต่ละพื้นที่ก็มี “ฟร็อกซ์จัมป์” ไว้คอยสกัดอยู่แล้ว
ด่านตรวจสารเสพติด “สบปราบ” ของ สภ.สบปราบ จ.ลำปาง ภายใต้การนำของ พ.ต.อ.ณรงค์ แสวงธีรกูล ผกก.สภ.สบปราบ นับเป็น 1 ใน 3 ของด่านตรวจยาเสพติดที่กลุ่มพ่อค้ายาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายไม่อยากผ่าน ขึ้นชื่อติดอันดับ 1 ใน 3 ด่านพญายมของภาคเหนือ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่นั้น ล้วนได้รับการคัดเลือกมาประจำด่านฯ ทั้ง 3 ชุด ชุดละ 11 คน เกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่ได้รับการฝึกอบรมการตรวจค้น หรือยุทธวิธีทางการตรวจค้นยาเสพติด จากเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐอเมริกาเกือบทั้งหมด และมีการฝึกทบทวนยุทธวิธีเป็นวงรอบอย่างสม่ำเสมอ
เกี่ยวกับเรื่องนี้ พ.ต.ท.ภูชิชย์ ตรียัมปราย รอง ผกก.ป.สภ.สบปราบ ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจยาเสพติดสบปราบ เปิดเผยถึงการทำงานของด่านตรวจว่า การตรวจสอบแต่ละครั้ง จะแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด ชุดละ 11 นาย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมอีก 4 นาย ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และมีกำลังเสริมอีก 12-15 นาย ไว้สำหรับตั้งด่านชั่วคราว หรือตระเวนตรวจสอบใน 5 เส้นทางโจร ซึ่งบรรดาพ่อค้ายาเสพติดมักจะใช้เป็นเส้นทางเลี่ยงด่านตรวจ
“กว่า 10 ปีของการตั้งด่านตรวจยาเสพติดสบปราม มีผลงานการจับกุมยาเสพติด และสิ่งของผิดกฎหมายได้ปริมาณมหาศาล โดยเฉพาะปี 2556-2559 ถือว่าด่านตรวจยาเสพติดสบปราม ทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ผลงานการจับกุมยาเสพติด ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลอยู่เสมอๆ” รอง ผกก.ป.สภ.สบปราบ ระบุ
ทั้งนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สบปราบ สามารถจับกุมนายวิเชษฐ์ อินชัย และนายวิชาญ อินชัย อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นฝาแฝดกัน ขนเฮโรอีนน้ำหนัก 15.5 กก.ซุกซ่อนไว้ในตะกร้าผัก เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะนำไปขยายผลจับกุมเพิ่มได้อีก 2 คน คือ นายอุทัย ทรวงเจริญกุล 28 ปี และน.ส.เช่าไหว่ แซ่ย่าง อายุ 39 ปี พร้อมเฮโรอีนอีก 3.9 กก. รวมเป็นเฮโรอีนทั้งหมด 19.4 กก. ราคาประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการจับกุมเฮโรอีนลอตใหญ่ที่สุดในรอบปีก็ว่าได้



