
ผู้ตรวจราชการประเทศไทย
ผู้ตรวจราชการประเทศไทย : บทบรรณาธิการประจำวันที่16พ.ค.2559
ปัญหาคอร์รัปชั่นถือเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายๆ ฝ่ายเร่งที่จะขจัดไปให้หมดหรือลดน้อยลงไป ซึ่งในบ้านเมืองเราการทุจริตเกิดขึ้นมาช้านานและส่งผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาทุกๆ รัฐบาลได้พยายามแก้ไขปัญหานี้โดยกําหนดปัญหาคอร์รัปชั่นอยู่ในแนวนโยบายแห่งรัฐในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีการกําหนดแนวทางและตั้งองค์กรต่างๆ ขึ้นมาแก้ไขปัญหา เช่นเดียวกับร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังอยู่ในกระบวนการประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ที่ได้พยายามอุดช่องโหว่ของรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มีการก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ มีบทลงโทษให้เข้มข้นยิ่งขึ้น มีการประสานงานกับองค์กรต่างๆ ในรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะองค์กรอิสระซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อให้เกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี บรรยายหัวข้อ “ผู้ตรวจการแผ่นดินและองค์กรตรวจสอบอำนาจรัฐ การเปลี่ยนผ่านภารกิจตามรัฐธรรมนูญใหม่” ตอนหนึ่งว่า บทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินก็คือบทบาทพระอินทร์ ที่ทำหน้าที่สอดส่องดูแลเหตุภัยและแก้ไข เดิมทีองค์กรผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นองค์กรที่ไม่มีใครกลัว ชี้เป็นชี้ตายไม่ได้ แตกต่างจากกกต.หรือป.ป.ช. แต่ร่างรัฐธรรมนูญนี้ได้กำหนดบทบาทของผู้ตรวจการแผ่นดินใหม่ ในแง่หนึ่งอาจเล็กกว่าเดิมแต่เพิ่มความกว้างขึ้น โดยให้มีหน้าที่ประชุมร่วมกับศาลรัฐธรรมนูญเพื่อกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรม ที่ไว้ใช้กันเองรวมทั้งรัฐสภา คณะรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่าองค์กรอิสระทั้ง 5 บวกกับฝ่ายนิติบัญญัติและบริหารต้องอยู่ภายใต้มาตรฐานจริยธรรมเดียวกันทั้งหมด
นอกจากนี้ ภารกิจของผู้ตรวจการแผ่นดินยังสามารถเสนอแนะให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ ไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ที่ทำให้เกิดความเดือดร้อนสร้างภาระหรือไม่เป็นธรรมแก่ประชาชน อำนาจนี้รัฐธรรมนูญไม่ได้มอบแก่องค์กรอื่นใดยกเว้นผู้ตรวจการแผ่นดิน ดังนั้นภารกิจในการแสวงหาข้อเท็จจริงเมื่อเห็นว่ามีการปฏิบัติผิดกฎหมาย เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดเรื่องหน้าที่ของรัฐ โดยให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีหากพบว่าหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง รวมถึงการเสนอเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหากพบว่ากฎหมายใดขัดต่อรัฐธรรมนูญและเสนอเรื่องไปยังศาลปกครองได้อีก นอกเหนือจากบทบาทอื่นๆ ที่จะไปกำหนดให้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ
แม้ที่ผ่านมาบทบาทการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดิน อาจจะเงียบๆ จนหลายฝ่ายไม่คิดจำ แต่กรณีการถอดยศนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อปีที่ผ่านมา คงเป็นที่ประจักษ์ถึงความพยายามในงานหินๆ ที่ไม่มีใครอยากตัดสินใจและค้างเติ่งมาหลายปี กระทั่งส่งเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการจนสำเร็จ อย่างไรก็ตามหากร่างรัฐธรรมนูญผ่านกระบวนการประชามติและประกาศใช้ เราคงต้องจับตาดูหน้าที่ใหม่ของผู้ตรวจการแผ่นดินในการเข้าไปเป็นกรรมการปฏิรูปกฎหมายแห่งชาติ พนักงานสอบสวนแห่งชาติ ตรวจสอบกระทรวง กรม รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชน มีหน้าที่เป็นโจทก์ของประเทศไทยแทนประชาชน และเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความประพฤติเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของประเทศด้วย



