
สภ.เลาขวัญปราบจริงคดีอาชญากรรม-ยาเสพติดลดลง
สภ.เลาขวัญปราบปรามจริงจังคดีอาชญากรรม-ยาเสพติดลดลง : สายตรวจระวังภัย โดยธาริณี แพทย์เมืองจันทร์
การดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ย่อมมีความแตกต่างกัน ทั้งในแง่ของวิธีการและความเข้มข้น ซึ่งวิธีการที่นำมาใช้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อมส่งผลทำให้คดีที่เกี่ยวกับอาชญากรรมลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ แต่สำหรับ พ.ต.อ.วชิระ ลภเลิศ ผกก.สภ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี นั้นมีวิธีการในการดูแลชีวิตและทรัพย์สินด้วยวิธีการที่เข้มข้น โดยหลังจากที่ได้เข้ามาดูแลรับผิดชอบงานทุกด้านใน อ.เลาขวัญ ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของการปราบปรามนั้น พ.ต.อ.วชิระ ได้ใช้วิธีการ เมื่อมีประชาชนแปลกหน้าเข้ามาในพื้นที่ ทางผู้กำกับการในแต่ละพื้นที่จะต้องให้เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกับการข่าว ลงพื้นที่ตรวจสอบว่า ประชาชนที่เข้ามาเป็นกลุ่มไหน เป็นกลุ่มมิจฉาชีพหรือเป็นกลุ่มประชาชนที่เดินทางเข้าออกปกติ ซึ่งในการสืบสวนของแต่ละพื้นที่นั้นจะต้องมีข้อมูลเบื้องต้นในระดับหนึ่ง ซึ่งทางผู้กำกับการของแต่ละสถานี จะต้องมีการวางแผนและวิเคราะห์เพื่อที่จะเข้าไปดำเนินการได้อย่างถูกต้อง เมื่อพบเห็นบุคคลแปลกหน้าแปลกถิ่น จะต้องเข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่ใช่เป็นการเข้าไปแอบดูประชาชนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่ การตรวจสอบตรวจค้น ซึ่งถ้าหากพบสิ่งผิดกฎหมายก็จะต้องดำเนินการทันที
พ.ต.อ.วชิระ กล่าวอีกว่า สำหรับในพื้นที่ อ.เลาขวัญ ไม่เคยมีเหตุการณ์ที่รุนแรง ส่วนใหญ่จะมีแต่เรื่องยาเสพติด ในแต่ละเดือนตำรวจสามารถจับได้ประมาณ 3-4 ราย จับได้ครั้งละประมาณ 40 ถึง 50 เม็ดด้วยกัน ซึ่งการที่เราแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการกวดขันคอยจับกุมอยู่ตลอดเวลานั้น ทำให้เขต อ.เลาขวัญ ไม่มีผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ มีแต่ผู้ค้ารายย่อยเท่านั้น ถ้าดูจากสถิติบันทึกการจับกุมพบว่าปัญหาอาชญากรรมไม่มี
“นโยบายของ สภ.เลาขวัญ นั้นมีความชัดเจนและเข้มข้น ทำให้ปัญหายาเสพติดลดน้อยลง ตำรวจทำงานปราบปรามอย่างจริงจังและเข้มงวดมาก สายตรวจชุดสืบสวนติดตามข้อมูลผู้ที่มีพฤติกรรมในพื้นที่ เราจะมีการสืบสวนจับกุมมาโดยตลอด ตั้งแต่วันที่ผมเข้ามารับตำแหน่งนี้ ผมใช้วิธีการดังกล่าว ทำให้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเริ่มเบาบาง คดีต่างๆ ไม่มากแต่อาจจะยังคงมีอยู่บ้าง” พ.ต.อ.วชิระ ระบุ
พ.ต.อ.วชิระ กล่าวอีกว่า ในส่วนของการตรวจค้น ซึ่งจะได้รับการแจ้งเบาะแสจากแหล่งข่าว ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะต้องดูแลความปลอดภัยของแหล่งข่าว เมื่อได้ข้อมูลมาชุดสืบสวนจะทำการสืบสวนทันที พร้อมทั้งมีการตั้งด่านจุดตรวจ จุดสกัด โดยจะมีฝ่ายสืบสวนสอบสวนขยายผลหลังจากที่จับกุมผู้ค้ารายย่อยได้ เมื่อสืบสวนจนกระทั่งรู้ว่าเป็นใคร จะขึ้นบัญชีรายชื่อไว้เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล นอกจากนี้ยังมีสายลับทำหน้าที่ล่อซื้อเพื่อให้ฝ่ายสืบสวนได้เข้าไปจับกุมขยายผลในแต่ละพื้นที่ การตั้งด่านจะทำในพื้นที่ทั่วไป และตามตะเข็บเชื่อมต่อระหว่างจังหวัด รวมถึงให้ความสำคัญดูแลความปลอดภัยในช่วงที่แต่ละอำเภอจะมีการจัดงานประจำจังหวัด ซึ่งมักจะมีวัยรุ่นต่างถิ่นเข้ามาเที่ยว บางครั้งจะก่อเหตุทะเลาะกันบ้างแต่ไม่รุนแรง เพราะเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่
สิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ทั้งภัยแล้ง ปัญหาคนตกงาน ทำให้ตำรวจต้องเข้าไปทำงานมากขึ้น เพื่อที่จะหาข้อมูลจากท้องถิ่น ซึ่งผู้กำกับการทุกสถานีจะต้องมีข้อมูลท้องถิ่นของแต่ละสถานี และจะต้องมีการประชุมในแต่ละเดือน เป็นการประชุมทั้งทางด้านสืบสวนสอบสวน และทางด้านปราบปราม เพื่อที่จะดูว่าบุคคลกลุ่มไหนมีความเสี่ยงด้านมิจฉาชีพและค้ายาเสพติด เมื่อเข้าไปดูข้อมูลส่วนนี้แล้วจะต้องทำการเอกซเรย์ เพื่อที่จะดำเนินการให้มีความชัดเจนมากขึ้น ตำรวจต้องกดดัน ตรวจค้น ซึ่งหากเจอของกลางก็จะจับกุมเพื่อดำเนินคดีต่อไป



