
อารมณ์และเหตุผล
อารมณ์และเหตุผล : บทบรรณาธิการประจำวันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม 2559
ความตายของนายสมเกียรติ ศรีจันทร์ หนุ่มพิการ คนส่งขนมปัง ในซอยโชคชัย 4 เมื่อเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 ยังความสังเวชอเนจอนาถใจให้แก่คนไทย มีเรื่องราวซึ่งเป็นผลสืบเนื่องตามมา ในหลากหลายประเด็น และมุมมอง รวมไปถึงการแสดงออกทาง "อารมณ์” ของผู้คน ที่รู้สึกเหลืออดกับความโหดร้ายผิดวิสัยมนุษย์จะกระทำต่อกัน เริ่มจากการตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มผู้ต้องหาวัยรุ่นหลายคนเป็นสายเลือดของตำรวจ แล้วจะแจ้งข้อกล่าวหากันอย่างไร ภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า ในวินาทีชีวิต ตำรวจผู้เข้าระงับเหตุเฉพาะหน้าได้กระทำตามความเหมาะสมกับหน้าที่ หรือว่าช่วยเหลือผู้ต้องหาหรือไม่ สุดท้ายก็เป็นเรื่องของผู้คนในสังคม โดยเฉพาะที่แสดงออกผ่านทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งนอกจากแสดงความเศร้าหมองสยองขวัญแล้ว ยังเรียกร้องให้ลงโทษผู้กระทำความผิดให้สาสมถึงขั้นประหารสถานเดียว
กล่าวสำหรับการทำงานของตำรวจ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ซึ่งไปร่วมแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา และเทียวไปเทียวมาที่เกิดเหตุ และบ้านของญาติผู้เสียหาย ก็ให้คำยืนยันมั่นเหมาะผ่านทางสื่อมวลชนว่า ตำรวจจะทำคดีนี้อย่างเที่ยงธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าผู้ต้องหาหลายรายจะเป็นลูกของตำรวจก็ตาม พร้อมกับขอให้ญาติผู้ตายอุ่นใจได้ว่าจะไม่ถูกคุกคามจากอีกฝ่าย ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งกำกับดูแลงานตำรวจก็ให้คำมั่นสำทับอีกแรงหนึ่งว่า จะให้ความเป็นธรรมเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าผู้ต้องหาจะเป็นลูกตำรวจหรือลูกใครก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายซึ่งต้องบังคับใช้อย่างเคร่งครัด
ส่วนจุดเกิดเหตุ ซึ่งอยู่บนถนนซอยโชคชัย 4 แยก 69 ซึ่งเป็นย่านที่จัดได้ว่าผู้คนพลุกพล่าน และสภาพการจราจรหนาแน่นจนถึงติดขัดเกือบตลอดทั้งวัน แน่นอนว่า ขณะกลุ่มวัยรุ่นปฏิบัติการโหดเหี้ยมทารุณนั้น ย่อมจะอยู่ในสายตาของหลายๆ คน กรณีเช่นนี้ก็แทบไม่ต่างอะไรกับอีกหลายเหตุทำร้ายร่างกายกันในที่สาธารณะที่ไม่มีใครอยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยง ช่วยเหลือหรือระงับเหตุ แม้กระทั่งเหตุที่ไม่สุ่มเสี่ยงอันตรายมากเท่า ก็เคยมีให้เห็นแล้วว่า “ตัวใครตัวมัน” ดีกว่า แต่สำหรับตำรวจในเหตุการณ์ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตนั้น ก็ย่อมจะถูกตั้งคำถามมากกว่าใคร ซึ่งในเวลาต่อมา เขาก็ได้อธิบายผ่านสื่อมวลชนว่า เหตุที่ปล่อยผู้ต้องหาไปนั้น แท้แล้วคือให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพราะถูกฟันแขนสาหัสเช่นกัน ไม่ได้มีเจตนาจะช่วยเหลือแต่อย่างใด
ด้วยเหตุทารุณกรรมเกินขีดความเป็นมนุษย์เช่นนี้นี่เอง เมื่อมีผู้โพสต์ความเห็นให้ประหารผู้ก่อเหตุสถานเดียว จึงมีเสียงตอบรับในโลกโซเชียลมีเดียอย่างล้นหลาม ซึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องปกติตามอารมณ์ของสังคม ที่ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม แต่กล่าวสำหรับการบังคับใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ขณะนี้ สิ่งที่ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันก็คือ อย่าปล่อยให้การทำคดีนับจากนี้เอนเอียงไปเพราะกระแสหรืออิทธิพลใดๆ เป็นอันขาด ขณะเดียวกัน สังคมก็ต้องช่วยกันตอบคำถามว่า จะมีมาตรการใดใหม่ๆ หรือความเอาใจใส่ให้แก่กันมากขึ้นหรือไม่และในรูปแบบใดได้บ้าง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ฆาตกรรมกันกลางถนนหนทางเกิดขึ้นได้โดยง่าย เหมือนเป็นดินแดนบ้านป่าเมืองเถื่อนไร้ซึ่งขื่อแป



