
คนเถื่อนสังคมถ่อย
คนเถื่อนสังคมถ่อย : โดยวิธีของเราเอง ไพฑูรย์ ธัญญา
ขึ้นหัวเรื่องข้อเขียนตอนนี้ เหมือนชื่อหนังคาวบอย สมัยคลินท์ อีสต์วูด เป็นพระเอก ชื่อมันก็บอกแล้วว่า ต้องเป็นเรื่องโหดเหี้ยมอำมหิต ชนิดยิงกันหูดับตับไหม้ เลือดท่วมจอ ถ้าเป็นในหนังคาวบอยก็ดีไปอย่าง เพราะต่อให้สังคมเถื่อนถ่อยสักแค่ไหนก็จะต้องมีพระเอกขี่ม้าขาว หรือนายอำเภอตงฉิน เข้ามาจัดการคนถ่อยทั้งหลาย ไม่ลากเข้าตะรางก็ยิงทิ้งไม่ปล่อยให้อยู่หนักแผ่นดิน เข้าทำนอง “ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี” ซึ่งเป็นสาระสำคัญของหนังประเภทนี้
นี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนส่วนมากชอบดูหนังคาวบอย เพราะมันทำให้เรามีความสุข และสะใจที่คนชั่วจะถูกจัดการอย่างเด็ดขาด ทำให้คนดีๆ ที่มีชีวิตอยู่อย่างหวั่นไหวได้มีความสุข เพราะในหนังประเภทนี้ คนชั่วจะถูกกฎหมายบ้านเมืองจัดการไม่ให้มีโอกาสได้ออกมาข่มเหงรังแกคนดีได้อีก มันเหมือนเรากำลังหนีไปจากชีวิตจริง สู่ความฝันและจินตนาการ เพราะในชีวิตจริงมันไม่เคยเป็นแบบนั้น
ตอนนี้มีข่าวสำคัญข่าวหนึ่งที่กำลังทำร้ายความรู้สึกของประชาชนอย่างหนัก นั่นคือกรณีที่วัยรุ่น 6 คน รุมทำร้ายชายพิการคนส่งขนมปังจนถึงแก่ชีวิต อย่างโหดเหี้ยมอำมหิต และท้าทายกฎหมายของบ้านเมือง ต่อหน้าต่อตาสาธารณชน ที่ไม่กล้าออกมาห้ามปราม ปล่อยให้คนพิการคนหนึ่งถูกฝูงหมาบ้ารุมกินโต๊ะจนดับดิ้น แถมยังเป็นฝ่ายหาเรื่องผู้ตายก่อน ด้วยการล้อเลียนความพิการของชายเคราะห์ร้ายคนนั้น
คดีนี้ทำท่าจะเป็นเรื่องดราม่าในสื่อสังคมออนไลน์อีกแล้ว แม้ว่าตำรวจจะรวบตัวหมาบ้าได้ยกฝูงก็ตาม แต่ชาวบ้านร้านตลาดพากันวิตกว่า คนส่งขนมปังพิการอาจจะตายฟรี เพราะในจำนวนวัยรุ่นฆาตกรหมู่ทั้ง 6 คนนั้น เป็นลูกของตำรวจเสีย 4 คน จะเรียกว่า "แก๊งลูกตำรวจ" ก็คงไม่ผิด
บทเรียนในอดีตนานนมสมกัลป์มาแล้ว มันบอกความจริงอย่างหนึ่งแก่เราว่า เมื่อใดก็ตามที่ลูกท่านหลานเธอทำความผิด ไม่ว่าในคดีใดๆ ก็ตาม ต่อให้คดีนั้นอุกฉกรรจ์แค่ไหนก็ไม่มีวันได้รับโทษ ในกรณีการสังหารโหดชายพิการ ประชาชนหลายคนฟันธงไว้ล่วงหน้าแล้วว่า “ตายฟรี”
นั่นเป็นความรู้สึกนึกคิดของประชาชน ที่สรุปจากบทเรียนเก่าๆ ครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาไม่ผิดที่ด่วนสรุปเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม คดีนี้ดูดีขึ้นมาหน่อย ที่ตำรวจสามารถรวบตัวกลุ่มวัยรุ่นไว้ได้ทั้งหมด หลังก่อเหตุได้ไม่นาน แถมมีการแถลงข่าวของนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาว่า จะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย ซึ่งก็ต้องรอกันอีกนานว่า ผลมันจะออกมาเช่นไร
นอกเหนือจากประเด็นที่ว่า ผู้กระทำความผิดเป็นลูกของตำรวจแล้ว ยังมีคำถามอีกหลายอย่างที่คงค้างคาอยู่ในใจของผู้คน เป็นต้นว่า ทำไมลูกหลานของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ถึงได้ทำตัวเป็นวัยรุ่นอันธพาล กระทำการที่อุกอาจเหี้ยมโหดได้ถึงเพียงนี้ เด็กพวกนี้ไปกินอะไรมา พ่อแม่ซึ่งเป็นถึงตำรวจไม่ได้อบรมสั่งสอนหรืออย่างไร? แต่คำถามที่เราควรจะถกกันอย่างหนักก็คือ ทำไมคนทุกวันนี้ถึงได้โหดเหี้ยม ฆ่าคนได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ โดยเฉพาะเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นคนพิการด้วยซ้ำ แถมมีข่าวว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในแก๊งหมาบ้า ถึงกับตะโกนเชียร์ให้เพื่อนๆ ฆ่าชายคนนั้นให้ตายอย่างเมามัน
มันเกิดอะไรขึ้นกับสังคมของเรา มันเกิดอะไรขึ้นกับจิตใจของคนสมัยนี้ การฆ่าคนทำไมมันทำกันได้ง่ายๆ เหลือเกิน อย่าถามถึงสำนึกผิดชอบชั่วดีและศีลธรรม เอาแค่เรื่องกฎหมายก็พอแล้ว หรือว่า ทุกวันนี้คนไม่กลัวกฎหมาย กฎหมายไม่รุนแรงพอ หรือการบังคับใช้กฎหมายไม่ศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งกับลูกหลานคนมีสี กฎหมายก็มีช่องโหว่และรอยรั่วเต็มไปหมด ฆ่าคนตายมันจะไปยากอะไร ตอนแรกๆ ก็อาจเป็นข่าวดังหน่อย แต่ผ่านไปสักพักคนก็ลืม แค่ยอมรับ สารภาพผิดว่าทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือขาดสติเพราะมึนเมา แค่นี้ก็ลดความร้อนแรงไปได้เยอะแล้ว อีกไม่นานก็ออกมาซ่าได้เหมือนเดิม
คงยังไม่มีใครกล้าฟันธงหรอกว่า วัยรุ่นที่กระทำผิดจะได้รับโทษอย่างสาสม ตรงไปตรงมาตามกฎบ้านระบิลเมือง ชีวิตจริงมันยิ่งกว่าในนวนิยายหรือในหนังอย่างที่เขาว่า คงไม่มีพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยใครได้ และอย่ามัวแต่ฝันถึงตำรวจอย่าง "สารวัตรเถื่อน" ในนวนิยายของ พล.อ.วสิษฐ เดชกุญชร กันอีกเลย เพราะนั่นมันแค่ตัวละครในโลกจินตนาการ ที่คอยพาเราหลบหนีออกจากชีวิตจริงที่แสนเถื่อนถ่อยต่างหาก
เราต้องไม่ปล่อยให้คดีนี้ผ่านไปแบบเดิมอีก อย่าลืมว่า การฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นกลางท้องถนน ต่อหน้าสาธารณชน และในยุคสมัยของเรา แค่เราเพิกเฉยก็เท่ากับเราอยู่ข้างเดียวกับพวกฆาตกรไปโดยปริยาย



