คอลัมนิสต์

ความรับผิดชอบ

ความรับผิดชอบ

05 พ.ค. 2559

ความรับผิดชอบ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 5 พฤษภาคม 2559

            เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสังคมให้ความสนใจเป็นพิเศษ ในยุคที่ประเทศไทยกำลังต้องการการปฏิรูปในทุกๆ ด้าน อย่างกรณีล่าสุดที่ นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แถลงผลการตรวจสอบโครงการติดไฟประดับอุโมงค์ไฟแอลอีดี จำนวน 5 ล้านดวง งบประมาณ 39.5 ล้านบาท ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) พบว่ามีพฤติกรรมฮั้วราคา หรือสมยอมกัน และนำมาซึ่งความเสียหาย ทั้งยังนำงบฉุกเฉินสำหรับกรณีจำเป็นเร่งด่วนมาใช้ จึงมีมติให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องกับโครงการ นับตั้งแต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการ กทม.อีก 8 ราย โดย คตง.จะรีบทำสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อดำเนินคดีอาญาทั้งข้าราชการและเอกชนที่เกี่ยวข้อง และส่งเรื่องให้ กทม.สอบสวนทางวินัยต่อไป

            ต่อมา ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เปิดการแถลงข่าวขึ้น เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์และโปร่งใสของโครงการ ว่า เป็นนโยบายของเขาเองมานานหลายปี เพื่อสร้างมหานครแห่งความสุขและโอกาส เนื่องจากก่อนปีใหม่ (2559) เกิดปัญหาหลายด้าน รวมทั้งเหตุการณ์ที่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ โดยเฉพาะให้แก่กลุ่มคนรากหญ้า แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากในขณะนั้นกระบวนการทางงบประมาณได้เสร็จสิ้นไปแล้ว อีกทั้งงบประมาณส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ได้ขอไป 241 ล้านบาท แต่ถูกตัดเหลือแค่ 50 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ว่าฯ กทม.ยังประกาศด้วยว่า พร้อมที่จะฟ้องร้องกลับเพื่อปกป้องข้าราชการ กทม.ที่ถูกกล่าวหาในกรณีนี้ด้วย

            เรื่องนี้สืบเนื่องจากการสืบสาวราวเรื่องของนายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเคยเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร จึงทำให้ดูประหนึ่งว่าเกี่ยวพันกับเรื่องทางการเมือง เพราะนายวิลาศนั้น อยู่คนละฝ่ายกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ ภายในพรรคประชาธิปัตย์ หรือพูดอีกอย่างก็คือ เป็นการเมืองภายพรรคประชาธิปัตย์เอง ซึ่งในเวลาต่อมา พรรคการเมืองนี้ก็มีมติตัดขาด ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุจากพรรค คือไม่รับผิดชอบใดๆ กับการกระทำของ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุ ล่าสุดนายวิลาศยังเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ปลด ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.อีกด้วย

            อย่างไรก็ตาม จากถ้อยแถลงของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้แจกแจงขั้นตอนและข้อพิรุธต่างๆ ที่ตรวจพบ และเห็นว่า น่าจะเป็นการกระทำความผิดนั้น ล้วนเป็นเหตุเป็นผลที่ "ทำให้เชื่อได้” ว่า เกิดความไม่ชอบมาพากลจริงมากกว่าจะเป็นการเมืองหรือแกล้งใส่ร้ายกัน ขณะเดียวกัน ในฝ่ายของผู้ถูกกล่าวหาเองก็มีสิทธิอันชอบธรรมอย่างเต็มเปี่ยมที่จะแสดงข้อมูลหลักฐานหักล้างข้อกล่าวหา ทั้งในทางสาธารณะ และตามกระบวนการยุติธรรมตามขั้นตอนที่ คตง.ส่งเรื่องให้ดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ในความรับผิดชอบของผู้ว่าฯ กทม. เช่นเดียวกับที่พยายามปกป้องข้าราชการที่ถูกกล่าวหา และความรับผิดชอบต่อนโยบายในทางสร้างสรรค์และให้เกิดความโปร่งใส ดังเช่นที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธ์ุยืนยันความบริสุทธิ์หลายครั้งหลายครา