
จากครูครองถึงสหายปรีชา
จากครูครองถึงสหายปรีชา : มนุษย์สองหน้า โดยแคน สาริกา
ยุคประชาธิปไตยเบ่งบาน ระหว่างปี 2517-2519 คนหนุ่มสาวรุ่นนั้น จะชื่นชอบบทเพลง “จิตร ภูมิศักดิ์” ร้องโดย สุรชัย จันทิมาธร เป็นพิเศษ เนื่องจากชีวิตและผลงานการประพันธ์ของจิตร ภูมิศักดิ์ ถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้งอย่างกว้างขวาง
หลายคนสนใจวิถีแห่งนักปฏิวัติของ จิตร ภูมิศักดิ์ และอยากรู้ความจริงเรื่องการจากไปของเขา
“...พฤษภา ห้าร้อยเก้า แดดลบเงาจางหาย เขาตายอยู่ข้างทางเกวียน”
วันที่ 5 พฤษภาคม 2559 ครบรอบ 50 ปีแห่งการเสียชีวิตของจิตร หรือในนาม “สหายปรีชา” มูลนิธิจิตร ภูมิศักดิ์ ร่วมกับชาวบ้าน จะจัดงานรำลึกถึงวันที่ชายแปลกหน้าล้มลง และ สุรชัย จันทิมาธร จะเดินทางไปร้องเพลง “จิตร ภูมิศักดิ์” ที่บ้านหนองกุง ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร
เรื่องเล่าเกี่ยวกับชายแปลกหน้าของหมู่บ้านหนองกุง ยังมีอีกหลายมุม โดยเฉพาะห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
50 ปีที่แล้ว ปัญญาชนคนหนึ่งตัดสินใจเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธในชนบท ถือว่ามีจิตใจเด็ดเดี่ยวและมุ่งมั่น มิหนำซ้ำเจ้าตัวไม่ใช่คนอีสาน แต่อาจจะมีความรู้เรื่องภาษาถิ่นมาบ้าง ตั้งแต่ติดคุกอยู่ในลาดยาว
ก่อนการเดินทางมาถึง “ดงพระเจ้า” อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร ของจิตร ในช่วงปลายปี 2508 อยากเล่าสภาพการณ์บางอย่างให้ฟัง
เมื่อจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารซ้ำ ปี 2501 ได้มีคำสั่งกวาดจับผู้กระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วประเทศ ครูครอง จันดาวงศ์ อดีต ส.ส.สกลนคร และนักสู้เสรีไทย พร้อมชาวบ้านอีกนับร้อย ต้องหลบหนีเข้าไปอยู่ในดงพระเจ้า
วันที่ 4 พฤษภาคม 2504 ครูครองย้อนกลับเข้าบ้านพักใน อ.สว่างแดนดิน จึงถูกจับ ในข้อหากบฏต่อความมั่นคง และมีการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์
วันที่ 31 พฤษภาคม 2504 จอมพลสฤษดิ์ มีคำสั่งประหารชีวิตครูครอง จันดาวงศ์ และทองพันธ์ สุทธิมาศ
ความตายของครูครอง ส่งผลให้ชาวบ้านที่รักและศรัทธานักสู้เสรีไทย ต้องหนีเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในดงพระเจ้าอีก อันที่จริง พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ได้ส่ง “ผู้ปฏิบัติงาน” เข้ามาฝังตัวปลุกระดมมวลชนในชุมชนเล็กๆ ที่กระจายตัวอยู่ชายขอบดงพระเจ้าด้านภูผาเหล็ก (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ อ.ส่องดาว จ.สกลนคร)
จริงๆ แล้ว การเคลื่อนไหวทางการเมืองของครูครอง มิได้เกี่ยวข้องกับการปลุกระดมมวลชนของ พคท.
ครูครองเป็นสมาชิกเสรีไทยสายอีสาน และนักการเมืองท้องถิ่น แต่การตายของครูครองได้จุดกระแสความชิงชังรัฐบาลทหาร จนทำให้ พคท.สามารถจัดตั้งชาวบ้านให้เข้าร่วมการปฏิวัติได้เพิ่มขึ้น
“สหายดิน” หรือ ธง แจ่มศรี ผู้นำระดับสูงของ พคท. ผู้รับผิดชอบเขตดงพระเจ้า ยอมรับว่า “งานในชนบทขยายได้เร็วมาก ทำงานในเมืองสิบปี ไม่เท่ากับทำงานในชนบทปีเดียว”
ปฐมบทของ “สงครามประชาชน” ได้เริ่มต้นขึ้นที่ดงพระเจ้า เมื่อกลุ่มชาวนาจำนวนหนึ่งที่ถูกส่งไปเรียนการเมือง-การทหารในเวียดนาม ได้เดินทางกลับมาเป็น “กำลังรบหลัก” ของกองป่า
ด้านรัฐบาลจอมถนอม ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ ได้ดำเนินยุทธศาสตร์ “บ้านล้อมป่า” และเปิด 2 แนวรบในชนบทอีสานคือ “ปราบปราม” กับ “พัฒนา”
ฝ่ายรัฐบาลส่งกำลังทหาร-ตำรวจเข้ากวาดล้าง “กองป่า” ในดงพระเจ้า ด้านหนึ่งได้ส่งหน่วยพัฒนาตัดถนนจากพังโคนผ่านวาริชภูมิไปสิ้นสุดที่ตาดภูวง
อำเภอวาริชภูมิ เป็นชายขอบดงพระเจ้าด้านตะวันออก จึงตกเป็นเป้าหมายของฝ่ายรัฐบาลที่จะ “ยึดกุมมวลชน” เพื่อปิดล้อมดงพระเจ้า
กองทัพภาคที่ 2 ส่งหน่วยทหารมาประจำการอยู่ที่บ้านคำบิด ต.คำบ่อ อ.วาริชภูมิ จ.สกลนคร ขณะเดียวกัน ได้ส่งทหารหน่วยพัฒนาเคลื่อนที่เข้ามาสร้างถนน สร้างโรงเรียน ขุดบ่อบาดาล ฯลฯ
เดือนเมษายน 2509 “สหายปรีชา” (จิตร ภูมิศักดิ์) อาสานำทีมงาน 6 สหาย ลงจากภูผาหักมาทำงานปลุกระดมมวลชนในที่ราบ อ.วาริชภูมิ
วาริชภูมิ ต่างจากสว่างแดนดิน ไม่มีมวลชนพื้นฐาน ไม่มีคนแบบครูครอง จันดาวงศ์
วาริชภูมิ จึงเป็นสมรภูมิสุดท้ายของสหายปรีชา และเขามีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในกองป่าเพียง 5 เดือนเศษ



