คอลัมนิสต์

กว่าจะถึง7สิงหาประชามติ

กว่าจะถึง7สิงหาประชามติ

28 เม.ย. 2559

กว่าจะถึง7สิงหาประชามติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 28 เมษายน 2559

               เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมนี้แล้ว สำหรับการเดินสายของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ชุดของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เพื่อประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญให้แก่พี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศผ่านวิทยากรมากกว่า 3 แสนคน ไปยังทุกพื้นที่ทั้งระดับหมู่บ้าน ตำบล และอำเภอของทุกจังหวัด พร้อมกับส่งตัวแทนจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงพื้นที่ไปด้วยกันเพื่อชี้แจงแถลงไขเกี่ยวกับคำถามพ่วงท้ายประชามติ ให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) 250 คน มีสิทธิ์มีส่วนในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับ ส.ส.ในรัฐสภาก่อนที่จะถึงกำหนดวันออกเสียงประชามติ 7 สิงหาคม 2559 ว่าจะรับร่างรัฐธรรมนูญ และเห็นด้วยกับประเด็นให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยผู้มีสิทธิ์ออกเสียงจะต้องลงคะแนนในบัตรเดียวกัน ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกแบบมา

               ขณะเดียวกัน ระหว่างวันที่ 27 เมษายนถึง 1 พฤษภาคม 2559 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระดับจังหวัดได้ออกประกาศรับสมัคร กรรมการออกเสียง ประจำเขตออกเสียง ตามด้วย การออกระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์วิธีการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา นับเป็นความเคลื่อนไหวอันเป็นเสมือนสัญญาณที่บ่งบอกว่าจะมีประชามติเกิดขึ้นแน่ แต่ในทางตรงกันข้าม กลับมีอีกปรากฏการณ์ที่ส่อไปในทางปั่นป่วนวุ่นวาย อย่างเช่น การคุมตัว-แจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลหรือกลุ่มคนที่ กกต. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นว่ากระทำการอันจะเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นกรณีที่เข้ากันได้กับคำเตือนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่ว่า ถ้ายังวุ่นวายก็ไม่ต้องลงประชามติ

               ด้านพรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่อย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็มีความเคลื่อนไหวภายในเพื่อเตรียมพร้อมรับการเลือกตั้งพอสมควร โดยเฉพาะความพยายามผลักดันให้เกิดการปรับเปลี่ยนในระดับบริหาร เช่นเดียวกับพรรคเพื่อไทย ที่แม้จะประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีสัญญาณจากนายทักษิณ ชินวัตร ให้สมาชิกพรรคลงพื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมเลือกตั้ง ขณะที่พรรคขนาดกลางอย่างพรรคชาติไทยพัฒนา แม้จะสูญเสียผู้นำคนสำคัญของพรรคไปอย่างกะทันหัน แต่ก็จะเร่งผลักดันให้ผู้มารับหน้าที่แทนได้สืบสานปณิธานของพรรคต่อไป โดยเฉพาะในแนวทางของพรรคที่สามหรือพรรคตัวแปรที่จะเข้าร่วมรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ทั้งหมดนี้ย่อมชี้ให้เห็นว่า ฝ่ายการเมืองมีความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2560

               จับกระแสความเคลื่อนไหวที่เห็นกันอยู่ว่าถนนทุกสายกำลังมุ่งสู่การออกเสียงประชามติเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง (หรือต้องประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ในกรณีไม่ผ่านประชามติ) ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องขณะนี้ก็พึงจะต้องสร้างความกระจ่างในบางเรื่องที่จำเป็น อย่างเช่น การตีความบังคับใช้กฎหมายการออกเสียงประชามติว่า สิ่งไหนทำได้ไม่ได้อย่างไร ทั้ง กกต. และคสช.จะต้องชี้แจงแถลงไขให้หมดข้อสงสัยและเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ไม่ใช่ไม่ขัดระเบียบ กกต. แต่อาจจะไปขัดกับประกาศ คสช. ฯลฯ ทั้งนี้ ก็เพื่อให้กระบวนการทุกอย่างดำเนินไปตามครรลอง ไม่เกิดความสับสนวุ่นวายจนนำไปสู่การล้มประชามติ อย่างที่เห็นเหตุการณ์เป็นเงื่อนไขอยู่ในขณะนี้