
เขาว่าให้ยุบกรมป่าไม้
เขาว่าให้ยุบกรมป่าไม้ : โดยวิธีของเราเอง โดยไพฑูรย์ ธัญญา
วิกฤติภัยแล้งปีนี้ ถูกกล่าวถึงว่ารุนแรงกว่าในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา หลายจังหวัดในประเทศไทยอุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นสี่สิบกว่าองศาเซลเซียส ปฏิกิริยาของผู้คนจำนวนหนึ่ง ถูกนำเสนอผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊กกลายเป็นสื่อสำคัญในการนำเสนอ บ่นระบายและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอากาศร้อน พร้อมๆ กับมีการโพส์ตข้อความและรูปภาพที่มีนัยสำคัญต่อวิกฤติภัยแล้งที่ดำเนินไปอย่างดุเดือด
เปิดดูเฟซบุ๊กบ่อยๆ ก็มักจะพบการนำเสนอและแบ่งปันภาพที่สำคัญอยู่ภาพหนึ่ง ซึ่งคิดว่าคงผ่านตาชาวโซเชียลกันพอสมควร นั่นคือภาพภูเขาหัวโล้น โล่งลิ่วที่ถูกนำเสนอในเชิงเปรียบเทียบ ระหว่างภาพเขาหัวโล้นใน จ.น่าน เพชรบูรณ์และเลย ตามมาด้วยความเห็นทำนองว่า เราปล่อยให้ป่าไม้ของเรามาอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่าส่งผลกระทบต่อการรับรู้และความรู้สึกของคนที่ได้เข้ามาอ่าน มาดูไม่น้อยเลย เพราะพื้นที่ป่าในสามจังหวัด รับรู้กันโดยทั่วไปว่า คือป่าต้นน้ำที่เป็นที่มาของแม่น้ำสำคัญหลายสาย ทั้งในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะเดียวกัน ก็มีภาพและความเห็นในทำนองนี้ตามมาเป็นระยะ กระแสที่ค่อนข้างมาแรงในตอนนี้ น่าจะได้แก่ ข้อเสนอให้มีการ “ยุบกรมป่าไม้” เพราะถือว่าไม่มีปัญญารักษาป่า ปล่อยให้ป่าไม้สำคัญถูกทำลายราบเตียนได้อย่างไร?
เราคงไม่คิดว่า เสียงสะท้อนในสเตตัสต่างๆ ของผู้คนชาวเฟซบุ๊ก จะเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา เพราะหลายต่อหลายครั้ง มันได้แสดงให้เห็นแล้ว สื่อสังคมออนไลน์ประเภทนี้ มีพลังในการขับเคลื่อนอย่างไม่น่าเชื่อ มันคือพื้นที่เดียวที่ประชาชนจะแสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ความไม่ชอบมาพากลได้ในยุคสมัยนี้ แม้แต่นักข่าวกระแสหลักอย่างผู้ประกาศข่าวในสถานีโทรทัศน์ ยังนำเสนอข่าว หรือคลิปจากเฟซบุ๊กด้วยซ้ำไป
กระแสเรียกร้องให้มีการยุบกรมป่าไม้ ฟังดูออกจะสุดโต่งและดูทีเล่นทีจริงมากกว่าจะเป็นการเรียกร้องอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ผมคิดว่าข้อเสนอนี้เราต้องรับฟัง เพราะอย่างน้อยๆ มันเป็นการตั้งคำถามต่อหน่วยงานของรัฐถึงความรับผิดชอบต่อหน้าที่และพันธกิจของตน เป็นการกระตุกให้สังคมกลับมาหยุดคิด ส่วนใครจะเห็นด้วยหรือไม่นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
หากเราใช้แนวเทียบว่า เมื่อหน่วยงานราชการหรือบุคคลใดบกพร่องต่อหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสียหายมักจะถูกสังคมตั้งคำถามและออกมาประณาม ตัวอย่างเช่น เมื่อนักเรียนสอบโอเน็ตไม่ผ่าน คนที่ถูกด่ามากที่สุดคือครู และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจปล่อยให้ผู้ร้ายเหิมเกริม ลอยนวล คนที่ถูกด่ามากที่สุดก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำนองเดียวกัน เมื่อมีแพทย์หรือหมอคนใด วินิจฉัยและมีความผิดพลาดในการรักษาผู้ป่วย หมอคนนั้นจะถูกสังคมรุมประณามและถามถึงจรรยาบรรณของวิชาชีพ มีการฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาล แต่มีหน่วยงานเดียว ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยเจอแบบนี้ ทั้งที่ทำงานล้มเหลวมาตลอด ก็คือ กรมป่าไม้นั่นเอง
ผมก็ไม่รู้ว่า เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่คุมนโยบาย ตลอดจนเจ้าพนักงานระดับล่าง เมื่อได้เห็นข้อเรียกร้องและความเห็นเชิงลบที่มีต่อพันธกิจในการรักษาป่าจะรู้สึกอย่างไร แต่แน่นอน ณ วันนี้ ประชาชนชาวไทยทุกคนย่อมมีสิทธิ์ถามว่า “ท่านปล่อยให้มีการทำลายป่าอย่างมโหฬาร จนหมดภูเขาเป็นเทือกๆ นี้ได้อย่างไร” ทั้งที่กฎหมายป่าสงวนแห่งชาติ กฎหมายที่เกี่ยวข้องมีอยู่ครบถ้วน ใครๆ ก็รู้ว่าการเข้าไปบุกรุกหรือตัดไม้ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ นั้นมันมีความผิดสถานใด ทีชาวบ้านรากหญ้าเข้าไปปลูกยางพาราในพื้นที่ทับซ้อน ที่ยังมีความกำกวมก็ยังถูกเจ้าหน้าที่ตามโค่นต้นยางเสียเกลี้ยง แต่ทำไมถึงปล่อยให้ชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปแผ้วถางบุกรุกทำไร่ข้าวโพดกันเป็นแสนๆ ไร่ โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เสียงสะท้อนให้ยุบกรมป่าไม้ทิ้ง แม้ดูแล้วว่าจะเป็นไปได้ยาก แต่ควรค่าแก่การรับฟัง เพราะมันคือเสียงสะท้อนของคนไทยจำนวนหนึ่งที่รู้สึกรับไม่ได้กับการที่ป่าไม้ ต้นน้ำลำธารถูกบุกรุกทำลาย ทุกวันนี้ประชาชนต่างรู้ดีว่า วิกฤติสิ่งแวดล้อมละสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มาจากฝีมือการทำลายของมนุษย์ พวกเขาต้องการเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ หรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นบ้าง ว่าเหตุใดจึงปล่อยปละละเลยให้พวกนายทุนยักษ์ใหญ่ ยืมมือชาวบ้านไปบุกรุกทำลายป่าเพื่อปลูกข้าวโพดป้อนโรงงานผลิตอาหารสัตว์ พวกนายทุนร่ำรวย ชาวบ้านผู้บุกรุกได้ทำมาหากิน แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต ตกอยู่ที่ใคร
บางคนเสนอว่า ยุบกรมป่าไม้เสียก็ดี เพราะเห็นได้ชัดว่ามีปัญญาแค่ทำให้ป่าม้วย แล้วเอาทหารมารักษาป่าแทน ปฏิบัติในวิธีของทหาร เพราะไหนๆ ทหารก็ใหญ่สุดแล้วในวันนี้ เมื่อกรมป่าไม้ทำงานไม่เวิร์ก ก็เอาทหารนี่แหละไปรักษาดูแล
แล้วกรมป่าไม้ละครับ ถึงวันนี้แล้วจะไม่ทำอะไรบ้างเลยหรือ?



