
ต้องมีสำนึกสาธารณะ
ต้องมีสำนึกสาธารณะ : บทบรรณาธิการประจำที่19เมษายน 2558
ตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือช่วง 7 วันอันตรายแสดงให้เห็นกันอีกครั้งหนึ่งว่า การระดมสรรพกำลังจากทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนมาตรการทางกฎหมายที่เข้มงวดเฉียบขาดแทบไม่เป็นผลในทางปฏิบัติแต่อย่างใด พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ คนไทยจำนวนไม่น้อยไม่ได้ให้ความสนใจกับสิ่งที่เรียกว่า ความรับผิดชอบร่วมของสังคม เพราะไม่เพียงลำพังแต่พฤติกรรมอันสุ่มเสี่ยงในการขับขี่จะเป็นอันตรายต่อตนเองเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามมันคือสาธารณภัยที่นำความสูญเสียมาสู่คนอื่นและสังคม กรณีเมาขับ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่แสดงให้เห็นถึงภัยอันเกิดจากการไร้สำนึกความรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ใช้มาตรการที่เข้มข้นมากขึ้นทุกปี กระทั่งล่าสุดถึงขนาดยึดรถของผู้ต้องหาเมาขับ บางรายก็ถูกศาลตัดสินจำคุกโดยไม่รอลงอาญา ไม่เพียงเท่านั้น ในห้วงเวลานี้ที่สื่อสังคมออนไลน์เข้ามามีบทบาทในการติดตามตรวจสอบพฤติกรรมในสังคมหลายๆ ด้าน ยังเป็นอีกแรงหนึ่งซึ่งประจาน กดดัน จนนำไปสู่การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้มีพฤติกรรมเข้าขั้นอันธพาลบนท้องถนนในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งนี่ก็เป็นส่วนหนึ่งซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า บนท้องถนนอันมีผู้ขับขี่นับแสนนับล้านคนนั้น ถ้าหากจะมีผู้ขับขี่จำพวกที่ว่า สัก 1 เปอร์เซ็นต์ก็นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งแล้ว ถ้าหากมีผู้ใช้ถนนหนทางอย่างขาดสติเพราะฤทธิ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยแล้ว ก็จงอย่าได้แปลกใจกับข้อสรุปที่ว่า ยิ่งมีวันหยุดยาวมากเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้คนตายมากขึ้นเท่านั้น
การรณรงค์สงกรานต์ที่ผ่านมานี้ มีคำพูดหนึ่งซึ่งดูเหมือนรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ให้น้ำหนักอยู่พอสมควร ซึ่งก็คือ วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ผู้นำรัฐบาลแสดงความชื่นชมกับกลุ่มคนที่แต่งตัวด้วยชุดไทย เล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสุภาพเรียบร้อย ขณะที่ตำรวจเองก็ค่อนข้างเอาจริงเอาจังกับการใช้มาตรการทางกฎหมายกับการกระทำโป๊เปลือยและอนาจาร ไม่เว้นแม้กระทั่งการโพสต์วิดีโอเก่าเมื่อปีก่อน มีเสียงชื่นชมตามมาด้วยว่า สงกรานต์ปีนี้ค่อนข้างเรียบร้อยสวยงาม ประชาชนคนไทยให้ความร่วมมือกับคำขอร้องของทางการเป็นอย่างดี ไม่ได้เล่นสาดน้ำกันอย่างบ้าคลั่งข้ามวันข้ามคืนอย่างแต่ก่อน หากแต่กลับใช้น้ำอย่างประหยัด เล่นสาดน้ำกันพอสมควร ทั้งหมดนี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่า บางเรื่องนั้น คำเชิญชวนเริ่มเป็นผลขึ้นบ้างแล้ว โดยเฉพาะถ้าหากจะถูกทำให้เป็นกระแสแห่งวัฒนธรรมการเล่นอย่างใหม่ขึ้นมาอย่างยั่งยืนได้
กล่าวสำหรับ ปัญหาอุบัติเหตุช่วงเทศกาล แน่นอนว่า เมื่อมีคนพากันออกมาใช้รถใช้ถนนกันมากในเวลาเดียวกันย่อมจะเกิดความเสี่ยงขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากผู้ขับขี่ขาดสติ และที่สำคัญคือ ขาดวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน และสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเพียงพอ ซึ่งกรณีนี้ สังคมจำเป็นต้องร่วมกันสร้างสำนึกขึ้นมาให้ได้ เริ่มตั้งแต่การบรรจุวิชาการขับขี่ และกฎจราจรเอาไว้ในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ จนถึงการสอบใบขับขี่ด้วยสถาบันที่เชื่อถือได้ ที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องปลูกฝังความคิดใหม่ให้แก่คนรุ่นต่อๆ ไปว่า การใช้รถใช้ถนนนั้นเป็นกิจกรรมสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ความรับผิดชอบกับทุกชีวิตจะต้องเกิดขึ้นทันทีที่ล้อหมุนออกสู่ทางร่วม และยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องลงมือทำในระยะยาว ไม่ใช่ถึงเทศกาลก็พยายามกดตัวเลขคนตายคนเจ็บลง ซึ่งก็เห็นกันอยู่แล้วว่า มันเป็นไปไม่ได้



