
เดิมพันประชามติ
เดิมพันประชามติ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 18 เมษายน 2559
การเมืองนับจากนี้ไปจนถึงวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมคำถามพ่วงให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีสิทธิ์มีส่วนเลือกนายกรัฐมนตรีกับ ส.ส.ในรัฐสภา น่าจะอยู่ในบรรยากาศของความพยายามผลักดันให้ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงผ่านความเห็นชอบจากประชาชน ขณะเดียวกันฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญก็จะเลือกใช้ช่องทางต่างๆ ตามสิทธิเพื่อนำเสนอความเห็น ซึ่งก็คงจะเป็นไปด้วยความระมัดระวัง เพราะพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติกำหนดข้อหามเอาไว้หลายเรื่อง ในส่วนของประชาชนเอง ระยะนี้จึงควรจะเป็นห้วงเวลาของการทำความเข้าใจเนื้อหาสำคัญๆ ของร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อการตัดสินใจลงประชามติเป็นไปโดยเล็งเห็นประโยชน์หรือโทษมากกว่าแรงดันดันอื่นใด
สำหรับการทำความเข้าใจร่างรัฐธรรมนูญนั้น นายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้บอกเอาไว้แล้วว่า จะชี้แจงเฉพาะในส่วนของเนื้อหาเท่านั้น แต่คำถามพ่วงเป็นหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่สนับสนุนให้อำนาจ ส.ว.มีสิทธิ์มีส่วนโหวตนายกรัฐมนตรี ฟังๆ ดูก็เหมือนกับแม่น้ำ 5 สายแยกกันเดินต่างคนต่างทำ แต่กระนั้นที่จะต้องจับตามองมากกว่าก็คือ ท่าทีของรัฐบาล โดยเฉพาะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นับเป็น "ทัพหลวง” ของการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนี้ภาพที่ปรากฏก็คือ การทำสงครามวาทะกับนักการเมืองที่ออกมาต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงอย่างเป็นระบบ
พล.อ.ประยุทธ์ย้ำอยู่เสมอถึงบรรดานักการเมืองจำพวก “ไม่ดี” อันเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายแตกแยก ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา และส่วนหนึ่งหรือส่วนมากก็เป็นนักการเมืองกลุ่มที่ออกมาเพรียกหากฎกติกาที่จะอำนวยประโยชน์ให้แก่ตนเอง ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับใช้คำว่า “นักการเมืองที่ไม่ดี เกรงว่าจะทำอะไรที่เลวร้ายไม่ได้อีก” ขณะที่บุคคลสำคัญในรัฐบาลและ คสช.ก็ออกมาตอกย้ำประเด็นเดียวกัน หรือแม้แต่การท้าทายว่า ถ้าเห็นว่ารัฐธรรมนูญไม่ดีก็ไม่ต้องลงเลือกตั้ง เหมือนกำลังเป็นกลยุทธ์ขับเคลื่อนของ ”ทัพหลวง” ไปแล้ว ขณะที่บุคคลระดับแกนนำของพรรคขนาดกลางก็ออกมาขานรับร่างรัฐธรรมนูญ จนเส้นทางสู่ประชามติขณะนี้แบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน
กระนั้นก็ดี ประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงประชามติจำนวน 51 ล้าน ควรจะได้รับรู้ และทำความเข้าใจกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงพอสมควร มากกว่าที่จะตัดสินใจไปตามกระแสการโน้มน้าวของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างเช่น ฝ่ายการเมืองที่ปฏิเสธร่างรัฐธรรมนูญ แต่ที่สุดแล้วก็จะเป็นพวกเกลียดตัวกินไข่ ขณะเดียวกัน บรรดาวาทกรรมที่ฟาดฟันใส่ "นักการเมืองไม่ดี” ก็น่าจะอยู่ในประเด็นอันว่าด้วยการปฏิรูปการเมืองอีกส่วนหนึ่ง ที่จะต้องดำเนินคู่ขนานกันไปกับการปฏิรูปในหลายๆด้านพร้อมกัน หากแต่เนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญนั้น จะส่งผลถึงประชาชนทุกคน ซึ่งทุกฝ่ายควรจะเอาใส่ให้ข้อมูล ให้ความรู้ความเข้าใจอย่างตรงไปตรงมาอย่างทั่วถึงที่สุด



