คอลัมนิสต์

สพฉ.เตือนสาดน้ำวันไหลสงกรานต์ตัวเปียกเสี่ยง'ไฟดูด-ไฟช็อต'

สพฉ.เตือนสาดน้ำวันไหลสงกรานต์ตัวเปียกเสี่ยง'ไฟดูด-ไฟช็อต'

18 เม.ย. 2559

สพฉ.เตือนสาดน้ำวันไหลสงกรานต์ตัวเปียกเสี่ยง'ไฟดูด-ไฟช็อต'อันตรายถึงชีวิต : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล

               นอกจากอุบัติเหตุจราจรที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากแล้วปัญหา “ไฟฟ้าดูด-ไฟฟ้าช็อต” ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยฉุกเฉิน และมีอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะช่วงระหว่างเล่นสงกรานต์สาดน้ำกันชุ่มฉ่ำ ประชาชนส่วนใหญ่มักสาดน้ำกันบริเวณหน้าบ้าน ทำให้บางครั้งละอองน้ำกระเด็นไปถูกปลั๊กไฟ สายไฟ ทำให้เกิดอันตรายจากไฟฟ้าดูด กระแสไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าช็อต เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ก่อนเล่นสงกรานต์ควรตรวจดูให้แน่นอนก่อนว่า บริเวณดังกล่าวมีปลั๊กไฟหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เสี่ยงหรือไม่ให้เก็บให้เรียบร้อยก่อน และขณะตัวเปีอกเล่นสาดน้ำสงกรานต์อยู่ไม่ควรแตะต้องอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเสียบปลั๊กไฟอย่างเด็ดขาด ควรเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเสียก่อน

               เกี่ยวกับเรื่องนี้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มีความห่วงใยในความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สินพี่น้องประชาชนที่เล่นสาดน้ำสงกรานต์ แม้ว่าบางพื้นที่จะผ่านพ้นช่วงเทศกาลไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ยังเล่นสาดน้ำสงกรานต์อย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 20 เมษายน หรือที่เรียกว่า “วันไหล” โดย นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาฯ สพฉ. อธิบายว่า ขณะที่ร่างกายเปียกจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะถูกไฟฟ้าดูดหรือไฟฟ้าช็อตมากขึ้น เพราะกระแสไฟสามารถไหลผ่านร่างกายได้ง่าย และเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์จะต้องเข้าช่วยเหลือเบื้องต้นในทันที โดยสังเกตอาการของผู้ถูกกระแสไฟฟ้าช็อต หากกระแสไฟไม่รุนแรงจะมีอาการเพียงสลบล้มลงกับพื้น แต่หากกระแสไฟฟ้ารุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็งของกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย หายใจเร็ว หมดสติ และหยุดหายใจ หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจอันตรายถึงชีวิตได้ และอาจเกิดบาดแผลไหม้ตรงผิวหนัง หรือกินลึกเข้าไปในเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง

               “สำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินที่ถูกไฟดูดไฟช็อต ก่อนอื่นผู้เข้าปฐมพยาบาลเบื้องต้นต้องตั้งสติให้ดีก่อน จากนั้นรีบตัดกระแสไฟในที่เกิดเหตุทันที และโทรแจ้งสายด่วน 1669 ขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ แต่ที่สำคัญต้องจำให้ขึ้นใจว่า อย่าสัมผัสตัวผู้ถูกไฟช็อตด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ควรใช้วัสดุที่ไม่เป็นตัวนำไฟฟ้าป้องกันตัวก่อน เช่น ไม้ ถุงมือยาง ผ้าแห้ง” นพ.อนุชา แนะนำ พร้อมบอกว่า หากผู้ป่วยอยู่ในภาวะฉุกเฉิน หมดสติและหยุดหายใจ ให้รีบช่วยฟื้นคืนชีพ หรือทำ CPR ทันที ซึ่งการช่วยเหลือจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากช่วยเหลือร่วมกับการใช้เครื่องฟื้นคืนคลื่นหัวใจชนิดอัตโนมัติ หรือเออีดี โดยการกดนวดหัวใจ

               สำหรับขั้นตอนการช่วยเหลือ คือ 1.จัดผู้ป่วยนอนหงายบนพื้นแข็งโดยผู้ช่วยเหลือนั่งคุกเข่าอยู่ทางด้านข้างของผู้ป่วย 2.วางส้นมือลงไปตามแนวกึ่งกลางของหน้าอกหรือกึ่งกลางระหว่างหัวนมทั้งสองข้างของผู้ป่วยแล้วนำมืออีกข้างมาประกบ 3.ประสานนิ้วและทำการล็อกนิ้ว 4.กระดกข้อมือขึ้นลงโดยให้ส้นมือสัมผัสกับหน้าอกเท่านั้น 5.โน้มตัวมาให้แนวแขนตั้งฉากกับหน้าอกของผู้ป่วย แขนตรงและตึง 6.ออกแรงกดลงไปโดยใช้แรงจากหัวไหล่ จุดหมุนอยู่ตรงสะโพก กดให้หน้าอกยุบลงไปอย่างน้อย 5 เซนติเมตร โดยให้ส้นมือสัมผัสกับหน้าอกผู้ป่วย 7.ตลอดการนวดหัวใจ ส้นมือไม่หลุดออกจากหน้าอกผู้ป่วยด้วยความเร็ว 100-120 ครั้งต่อหน้าที และ 8.ทำไปเรื่อยๆ จนกว่ารถพยาบาลจะมาถึง

               ทั้งนี้ทางสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) มุ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประชาชนจะปลอดภัยจากการเล่นสงกรานต์และมีความสุข สนุกสนาน กับเทศกาลปีใหม่ไทย พร้อมเรียนรู้วิธีการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุเบื้องต้นดังกล่าว ซึ่งสามารถนำไปใช้ช่วยชีวิตผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟฟ้าดูดไฟฟ้าช็อตได้อย่างถูกต้อง เพื่อลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตลงได้ โดยสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันทุกโอกาส เนื่องจากเรื่องเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศวัย และทุกเวลา