
การเมืองต้องปฏิรูปด่วน
15 เม.ย. 2559
การเมืองต้องปฏิรูปด่วน : บทบรรณาธิการ วันศุกร์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2559
นับเป็นเรื่องน่าสนใจยิ่ง สำหรับความเห็นของนายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ที่สนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญฉบับนายมีชัย ฤชุพันธ์ุ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) โดยอ้างว่า นอกจากเนื้อหาส่วนใหญ่มีข้อดีพอจะรับได้แล้ว ยังอยากจะเห็นการเลือกตั้งเกิดขึ้นในปี 2560 แต่ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เสียเลย ปัญหาก็อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งก็คือจะต้องไปร่างขึ้นมาใหม่ ถ้าแย่ยิ่งกว่าเดิมก็ยิ่งจะไปกันใหญ่ และในที่สุดปี 2560 ก็ไม่มีเลือกตั้ง “ถ้าต้องยืดไปอีกกว่านี้คงไม่ไหวแล้ว” นับเป็นความเห็นที่สวนทางกับ 2 พรรคการเมืองใหญ่ ทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ที่แสดงจุดยืนว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะคำถามพ่วงให้ประชาชนลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีสิทธิ์มีส่วนในการโหวตนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งทั่วไป
ก่อนหน้านี้วิเคราะห์กันว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาปรามพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมๆ กับคำท้าทายที่ว่า หากเห็นว่าเนื้อหารัฐธรรมนูญไม่ดีก็ไม่ต้องส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นการเปิดทางให้พรรคการเมืองเล็กได้มีโอกาสชนะเลือกตั้งมากขึ้น นอกจากนี้บรรดาสมาชิกพรรคใหญ่ก็อาจจะแยกตัวออกมา สภาพของสภาผู้แทนราษฎรหลังการเลือกตั้งจึงจะได้ ส.ส.แบบเบี้ยหัวแตก ไม่มีพรรคการเมืองใดกุมเสียงข้างมาก เมื่อวุฒิสภา 250 เสียง ซึ่งรวมเข้าเป็นรัฐสภาจำนวน 750 เสียง มีสิทธิ์มีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีก็จะทำให้ได้รัฐบาลภายใต้อาณัติของ คสช.โดยไม่ยากเย็นอะไรนัก ซึ่งก็เป็นไปตามจุดประสงค์การครองอำนาจ "ในระยะเปลี่ยนผ่าน”
กระนั้นก็ตาม ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์บางคนออกมาแสดงความเห็นว่า การคัดค้านหรือทักท้วงร่างรัฐธรรมนูญนั้น เป็นการพูดในหลักการเพื่อไม่ให้พากันลงเหว ซึ่งถ้าแปลความหมายก็คือ นักการเมือง ที่ยังยึดโยงอยู่กับการเลือกตั้งจำเป็นต้องแสดงความเห็นให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ส่วนในทางปฏิบัตินั้นก็เป็นอีกเรื่อง เช่นเดียวกับความเคลื่อนไหวของอีกพรรคหนึ่ง ซึ่งได้ส่งสัญญาณโดยนัยถึงสมาชิกพรรคให้เตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทั่วไปอยู่แล้ว โดยภาพรวมขณะนี้อาจพอสรุปได้ว่า มีนักการเมืองจำนวนไม่น้อยหรืออาจจะเป็นส่วนมากด้วยซ้ำอยู่ในจำพวก เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ก็ด้วยเหตุผลอย่างที่นายบรรหาร "เปิดอกพูด” เอาไว้ว่า คงไม่ไหวแล้ว ถ้าต้องยืดเลือกตั้งออกไป
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ขั้นตอนของร่างรัฐธรรมนูญกำลังเข้าสู่กระบวนการประชามติ ซึ่งประชาชนผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งจะได้ออกความเห็นสองเรื่องใหญ่คือ รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญกับเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ส.ว.เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งการแสดงออกของพรรคการเมืองว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงก็ใช่ว่าจะชี้นำประชาชนได้ ถ้าหากปราศจากซึ่งกระบวนการรณรงค์ผ่านเครือข่ายต่างๆ อีกสิ่งที่น่าสังเกตก็คือ ต้องตรวจสอบเสียงสนับสนุนรัฐบาลและ คสช.ด้วยว่าน้อยถอยลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ถ้ายังทรงๆ ก็อาจจะแปลความได้หรือไม่ว่า ประชาชนยังเบื่อหน่ายการเมืองแบบเดิมๆ คำตอบก็คงเป็นไปดังที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยอมรับว่า การเมืองก็เป็นหนึ่งในหลายส่วนที่ คสช.ควรจะเปิดโอกาสให้เกิดการปฏิรูป



