คอลัมนิสต์

ไม่อยู่บนความประมาท

ไม่อยู่บนความประมาท

11 เม.ย. 2559

ไม่อยู่บนความประมาท : บทบรรณาธิการ วันจันทร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2559

 
                    ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นช่วงการเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย ถนนทุกสายมุ่งไปสู่ห้วงแห่งความสุขของคนไทยที่ได้กลับบ้านภูมิลำเนาพบปะสังสรรค์กันถ้วนหน้า นอกเหนือการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่คนเฒ่าคนแก่ตามประเพณีอันดีงานที่สืบสานต่อเนื่องกันมายาวนาน แต่ก็นับเป็นความวิตกมิน้อยเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม ตอบคำถามสื่อมวลชน ยอมรับถึงการแจ้งเตือนชาวอุยกูร์-เชเชนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมุ่งหน้าสู่จังหวัดท่องเที่ยวของเรา ทั้งภูเก็ต และเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงกำลังออกติดตามบุคคลเหล่านี้ในทางลับ พร้อมยังออกปากเตือนพี่น้องชาวไทยว่าไม่ต้องกลัว การเคลื่อนไหวที่ผิดปกติแบบนี้ไม่พ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ไทยไม่เฉพาะกลุ่มชาวอุยกูร์เท่านั้น
 
 
                    ถือเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีของทางการไทยที่จับตาระแวดระวังการเข้าออกของบุคคลหรือกลุ่มคนบางกลุ่มที่เข้า-ออกประเทศไทยอย่างไม่ปกติ ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รวมไปถึงภาคเอกชนหลายๆ แห่งที่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ทางการ แม้ในช่วงเวลานี้จะไม่พบความเคลื่อนไหวเหตุรุนแรงในบ้านเมืองเรา อย่างไรก็ตามการป้องปรามก็ยังจำเป็นและต้องระวังไม่ให้ประชาชนตื่นตูมและตื่นกลัวกับการตีข่าว โดยเฉพาะในโลกโซเชียลมีเดีย ยิ่งไปกว่านั้นรัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นในการรับมือกับสถานการณ์หรือภัยก่อการร้าย โดยเฉพาะบทเรียนสำคัญที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ จากเหตุคนร้ายวางระเบิดที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ใจกลางกรุงเทพมหานคร ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 20 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างประเทศ
 
 
                    บ้านเมืองไหนๆ เขาก็ไม่อยากให้เกิดเหตุความรุนแรงขึ้น ซึ่งเราเองก็เช่นกัน แม้จะไม่ใช่เป้าหมายโดยตรงของการก่อการร้ายสากล แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการก่อการร้ายในประเทศได้ เนื่องด้วยรูปแบบการก่อการร้ายในปัจจุบันไร้ขอบเขตในการปฏิบัติ มีการกระจายเป็นกลุ่มเล็กๆ และมีอำนาจตัดสินใจปฏิบัติการโดยอิสระมากขึ้น อีกทั้งไทยเป็นประเทศเปิดเสรี ทำให้ผู้ก่อการร้ายสากลสามารถใช้เป็นเส้นทางผ่าน แหล่งพักพิงชั่วคราว แหล่งจัดหาอุปกรณ์สนับสนุนการปฏิบัติงาน ทั้งปลอมเอกสาร อาวุธ ข่าวสารและเงินทุน เนื่องจากไทยมีปัจจัยเกื้อกูลหลายประการ เช่น เป็นศูนย์กลางการคมนาคม การบังคับใช้กฎหมาย และการรักษาความปลอดภัยที่หย่อนยาน ขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ภาครัฐ
 
 
                    ท่ามกลางการก่อการร้ายที่แพร่กระจายไปทั่วโลก การเข้มงวดกวดขันในการสั่งการ มอบหมาย เฝ้าระวัง ของหน่วยงานความมั่นคง ตลอดจนกำหนดทิศทางนโยบายความมั่นคงเพื่อรับมือกับสถานการณ์ก่อการร้าย หาใช่เรื่องที่จะละเลยได้ แต่ต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ยึดติดกับที่ว่า ประเทศไทยไม่ใช่คู่ขัดแย้งไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ความคิดนี้นอกจากจะทำให้เราไม่กระตือรือร้นในการทำงานป้องกันแล้ว ยังตั้งอยู่บนความประมาท ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก สั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดรอบคอบ ในทางกลับกันข้อมูลข่าวสารที่ออกมาต้องไม่สร้างความตื่นตระหนกหรือตื่นตูมให้คนในประเทศ รวมทั้งต้องสร้างความเชื่อมั่ั่นให้แก่นักลงทุนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยด้วย