คอลัมนิสต์

ถึงคราวของพม่า

ถึงคราวของพม่า

08 เม.ย. 2559

ถึงคราวของพม่า : โดยวิธีของเราเอง ไพฑูรย์ ธัญญา

              ไม่รู้ว่ามโนเอาหรือไม่ แต่มีความรู้สึกว่า เมื่อพม่าได้มีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง อะไรๆ ในพม่าก็ดูคึกคักและมีชีวิตชีวาไปหมดไม่เหมือนในอดีตที่มีแต่ความมัวหม่น อึมครึม ผมรู้สึกเช่นนี้เมื่อได้เดินทางมาเยือนเมียวดีเมืองชายแดนสำคัญของพม่าที่ติดอยู่กับอ.แม่สอด จ.ตากของเรา

               เมียวดีวันนี้ต่างกันอย่างลิบลับกับเมียวดีในอดีตเพราะเต็มไปด้วยความเจริญทางด้านวัตถุ บ้านเมืองได้รับการพัฒนามีตึกราม ร้านค้าเกิดขึ้นมากมาย ถนนหนทางก็สะดวกสบายเนืองแน่นไปด้วยยวดยาน ทั้งรถของพม่าเองรวมทั้งรถบรรทุกสินค้าและรถของนักท่องเที่ยวที่ไปจากเมืองไทยเพียงแค่เราข้ามสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาร์ก็ได้เห็นบรรยากาศที่ว่าซึ่งดูแตกต่างจากฝั่งตลาดริมเมย อ.แม่สอดของเรา ที่ทุกวันนี้ดูเงียบเหงาซบเซาไปถนัดชวนให้นึกแปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมตลาดริมเมยที่เคยคึกคักของฝั่งเราจึงดูเงียบเหงาเปล่าร้าง ขณะที่ตลาดบุเรงนองในฝั่งเมียวดีเต็มไปด้วยผู้คนและการค้าขายเมื่อก่อนเราเห็นคนจากฝั่งเมียวดีข้ามแม่น้ำเมยมาจับจ่ายและทำงานในฝั่งไทย แต่ตอนนี้ภาพที่ว่ามีให้เห็นไม่มากนักนอกเสียจากกลุ่มแรงงานพม่าที่ข้ามมารอขึ้นรถเพื่อเดินทางไปทำงานในประเทศไทยที่ตลาดริมเมย มีรถตู้สายตรงวิ่งไปมหาชัยเพื่อรับส่งแรงงานพม่าเหล่านี้โดยเฉพาะ

               เมียวดีหรือเรียกในสำเนียงพม่าว่า “มยะวะดี” เป็นเมืองสำคัญของพม่ามาตั้งแต่ในอดีต เพราะเป็นเขตแดนที่ติดต่อกับอาณาจักรสยาม แต่เริ่มมามีบทบาทมากขึ้นในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง เพราะเป็นเมืองที่อยู่ในเส้นทางเดินทัพของพระเจ้าบุเรงนองในคราวทำสงครามขยายดินแดนลงมาทางใต้เส้นทางเดินทัพพม่าที่ผ่านเข้ามาทาง อ.แม่สอดของไทยเรียกันว่า “ด่านแม่ละเมา” ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางเดินทัพจากพม่าที่ง่ายที่สุดและสะดวกที่สุดที่จะมาถึงหัวเมืองฝ่ายเหนือของอยุธยาได้ในเวลานั้น เมียวดีปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐของกะเหรี่ยงและได้รับการยกระดับเป็น “เขตเศรษฐกิจเมียวดี” ตั้งแต่ปี 2552 เพื่อเตรียมการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน รัฐบาลพม่าจึงทุ่มงบประมาณจำนวนมาก พัฒนาเมืองเมียวดีให้เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนมีการจัดระบบแบ่งพื้นที่ออกเป็นโซนต่างๆ เช่น โซนพักสินค้านำเข้าและส่งออก ศูนย์บริการศุลกากรโซนขนถ่ายสินค้า และเขตนิคมอุตสาหกรรม ฯลฯ ซึ่งจะเชื่อมต่อกับนิคมอุตสาหกรรมที่เมืองพะอันที่อยู่ติดกับเมืองเมียวดี ซึ่งพม่าคาดว่าจะเป็นพื้นที่สำคัญที่จะขับเคลื่อนประเทศพม่าไปสู่การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้นในอนาคต

               จึงไม่แปลกที่เมียวดีทุกวันนี้พัฒนาเปลี่ยนโฉมหน้าไปจากเมืองเมียวดีในอดีต อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ ถนนสายสำคัญนับแต่สะพานมิตรภาพไทยพม่าไปเต็มไปด้วยย่านการค้า ห้างร้าน และธนาคาร ที่มีแทบทุกยี่ห้อ ธุรกิจการขนส่งสินค้าจากฝั่งไทยไปพม่าเต็มไปด้วยความคึกคักมีรถบรรทุกขนส่งสินค้าเข้าคิวรอข้ามแดนเป็นแถวยาว สินค้าที่ไปจากฝั่งไทยมีแทบทุกประเภท ตั้งแต่สินค้าหนักๆ อย่างเครื่องจักรกล วัสดุและอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมไปถึงสินค้าอุปโภคและบริโภค สินค้าเหล่านี้หลักๆ ก็มาจากกรุงเทพฯ และแม่สอด พ่อค้าชาวพม่าเล่าให้ฟังว่า สินค้าไทยแม้จะมีราคาแพง แต่ก็ได้รับความนิยมและเชื่อถือมากกว่าสินค้าของจีนและอินเดีย นักธุรกิจและพ่อค้าของพม่าที่เมียวดีไม่เพียงแต่สั่งซื้อสินค้าจากฝั่งไทยไปจำหน่ายในพม่าเท่านั้น แต่พวกเขายังทำหน้าที่เป็นพ่อค้าคนกลางส่งสินค้าไปขายต่อที่อินเดียและจีนอีกด้วย เมื่อพม่าขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยก็ได้รับประโยชน์จากการค้าไปด้วยเช่นกัน

               ผมใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ วนเวียนอยู่ในเมืองเมียวดีและตลาดริมเมย อ.แม่สอด หลังจากที่ไม่ได้มาเสียนานหลายปี ขณะนั่งจิบกาแฟอยู่แถวเชิงสะพานพ่อค้าพม่าเปิดโทรทัศน์ดูการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรของพม่า ผมฟังไม่ออกว่าเขาพูดกันเรื่องอะไรบ้างแต่ที่เห็นก็คือชาวพม่าที่นั่งอยู่ในร้านต่างจดจ่ออยู่ที่หน้าจอพวกเขาดูตื่นเต้นและตื่นตัว ไม่ต่างอะไรจากที่คนไทยเคยนั่งเฝ้าจอทีวีเพื่อดูการถ่ายอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในอดีต

               มาเมียวดีคราวนี้คนไทยอย่างเราก็ต้องกระมิดกระเมี้ยนกันสักหน่อย และต้องพลอยยินดีกับพี่น้องชาวพม่าให้มากขึ้นเพราะดูเหมือนอนาคตประเทศของเขากำลังเดินไปสู่แสงสว่างที่รออยู่ข้างหน้า ขณะเดินสวนทางกับคนพม่าบนไหล่สะพานมิตรภาพ ผมยิ่งรู้สึกว่าประเทศของเรากับประเทศของเขาก็กำลังเดินสวนทางกันอย่างไรก็ไม่รู้