
คุมเข้มเมาแล้วขับรณรงค์ลดอุบัติเหตุสงกรานต์
คุมเข้มเมาแล้วขับรณรงค์ลดอุบัติเหตุสงกรานต์ : สายตรวจระวังภัย โดยกรกมล อักษรเดช
เทศกาลสงกรานต์ ที่มีวันหยุดหลายวัน ประชาชนส่วนใหญ่มักจะเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อกราบไหว้รดน้ำดำหัวบิดา มารดา และญาติสนิท ขณะที่หลายครอบครัวจะใช้โอกาสนี้เดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดต่างๆ ท่ามกลางการจราจร “อันคับคั่ง” ทั้งบนเส้นทางถนนสายหลัก สายรอง รวมถึงทางเลี่ยง ทางลัด ซึ่ง “ผู้ขับขี่” ที่ใช้รถใช้ถนนต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ขับขี่ด้วยความปลอดภัยไม่ประมาท เคารพกฎจราจร ไม่ใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด และที่สำคัญ “เมาไม่ขับ”
ด้วยเหตุนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) จึงร่วมกันรณรงค์กระตุ้นจิตสำนึก “ผู้ใช้รถใช้ถนน” ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ลดการใช้ความเร็ว งดเว้นการดื่มสุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน จึงได้จัดโครงการลดความเร็ว ลดความเสี่ยง สงกรานต์ปลอดภัย 2559 โดยมี ศ.นพ.อุดมศิลป์ ศรีแสงนาม ประธานเครือข่ายลดอุบัติเหตุที่ปรึกษา สสส. พร้อมด้วยนายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผอ.สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผบก.น.6 รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ รองประธานกรรมการดูแลงานรัฐกิจสัมพันธ์และการพัฒนาธุรกิจใหม่ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด และนายสราวุธ วิเชียรสาร ผู้กำกับภาพยนตร์ 11-12-13 รักกันจะตาย ร่วมแถลงข่าวรณรงค์กระตุ้นเตือนผู้ขับขี่ให้เปลี่ยนพฤติกรรมการขับ ลดการใช้ความเร็ว งดเว้นการดื่มและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ
ศ.นพ.อุดมศิลป์ กล่าวว่า จากข้อมูล Global Status on Road Safety 2015 พบว่า ประเทศไทยมีสถิติจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับ 2 ของโลก ลดลงจากเดิม 26,312 คนต่อปี เหลือที่ 24,237 คนต่อปี หรือลดลง 2,075 คน จึงจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการต่างๆ เพื่อลดผู้เสียชีวิตลงในช่วงเทศกาลวสงกรานต์ของทุกปี ที่มีสถิติการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยข้อมูลสงกรานต์ปี 2558 จากศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปภ.) พบว่า สาเหตุสำคัญจากการเสียชีวิตคือ การเมาสุรา หรือเมาแล้วขับ คิดเป็นร้อยละ 39.30 และใช้ความเร็วเกินกำหนดคิดเป็นร้อยละ 24.34
นายพรหมมินทร์ กล่าวเสริมว่า การขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนดได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นปัญหาที่รัฐต้องรีบจัดการ ควบคุมกำกับดูแลเรื่องความเร็วให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งมีมาตรการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องตามหลักวิชาการและสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ ซึ่งทั่วโลกทำแล้วได้ผลและในปีนี้ทางเครือข่าย สคอ. ประสานร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน กระตุ้นจิตสำนึกผู้ใช้รถใช้ถนนให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ ลดการใช้ความเร็ว งดเว้นการดื่ม โดยประชาสัมพันธไปยังสื่อต่างๆ กระจายข้อมูลข่าวสารไปสู่กลุ่มเป้าหมายชุมชน หมู่บ้าน รวมทั้งกระตุ้นให้มีการตั้งด่านภายในชุมชน เฝ้าระวังป้องกันโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเพื่อลดการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
ด้าน พล.ต.ต.ทรงพล กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชนที่เดินทางทั่วประเทศ ทั้งเรื่องการอำนวยความสะดวก ด้านการจราจร การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ขณะเดียวกันได้ระดมสรรพกำลังดูแลผู้ขับขี่บนท้องถนน ไม่ให้ใช้ความเร็วเกินกฎหมายกำหนด มีการตั้งจุดตรวจจับความเร็วอัตโนมัติ และจุดตรวจแอลกอฮอล์ กวดขันวินัยจราจรเข้มข้น พร้อมตักเตือนห้ามปรามไม่ให้มีการดื่มแล้วขับรถเพื่อลดอุบัติเหตุ



