คอลัมนิสต์

สิ่งที่วัยรุ่นอยากได้คือโทรศัพท์มือถือรถมอเตอร์ไซค์และปืน?

สิ่งที่วัยรุ่นอยากได้คือโทรศัพท์มือถือรถมอเตอร์ไซค์และปืน?

06 เม.ย. 2559

สิ่งที่วัยรุ่นอยากได้คือโทรศัพท์มือถือรถมอเตอร์ไซค์และปืน? : โลกตำรวจ ผศ.ดร.ปนัดดา ชำนาญสุข คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

              คำบอกเล่าความรู้สึกของเด็กวัยรุ่นชายที่มีอายุเพียง 12 ปี ที่ว่า “สิ่งที่วัยรุ่นอยากได้คือโทรศัพท์มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ และปืน” นั้น สะท้อนภาพอะไรของสังคมไทยกับการพัฒนาเด็กและเยาวชน?

              หากมองอย่างผิวเผิน อาจดูเหมือนว่ามีเพียงอาวุธปืนเท่านั้นที่น่าห่วงใยในความใฝ่ฝันของบรรดาเด็กๆ เหล่านั้น

              แต่หากพิจารณาอย่างถ่องแท้ ลึกซึ้งแล้ว จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีตามความฝันทั้งสองประการของเด็กๆ นั้น หากนำไปใช้ในทางที่ผิดสามารถก่อให้เกิดอันตรายอย่างมหาศาล โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ : ภัยใกล้ตัวที่พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และผู้ใหญ่ในสังคมมองข้าม

              การค้นหาสาเหตุว่า ทำไมความรัก ความอบอุ่น ความเข้าใจ หรือเงิน ไม่ใช่สิ่งที่เด็กวัยรุ่นอยากได้เท่ากับการครอบครองรถมอเตอร์ไซค์สักคันด้วยการศึกษาที่ผู้วิจัยนำตัวเองเข้าไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้ให้ข้อมูลหลักที่เป็นกลุ่มเด็กวัยรุ่น เพื่อจะอธิบายที่มาของการขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบเสี่ยงของเด็กวัยรุ่นไทย ที่ผู้ใหญ่มองว่าเป็นเส้นทางหายนะ ก่ออันตรายและความไม่มั่นคงปลอดภัยทั้งต่อตัวพวกเขาเองและผู้อื่นในสังคม จนกระทั่งได้คำตอบออกมาเกี่ยวกับวิธีคิด การให้ความหมายและคุณค่าต่อรถมอเตอร์ไซค์ของเด็กวัยรุ่นที่สามารถสะท้อนภาพสังคมวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับวิถีการดำเนินชีวิตหรือโลกของเด็กวัยรุ่นที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจได้

              บริบททางสังคมวัฒนธรรมมีผลมากต่อการก่อร่างความเป็นนักบิดและนิยมความรุนแรง ยิ่งผลิตซ้ำวิถีชีวิตเสี่ยงรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ทำให้วิถีแห่งวัฒนธรรมที่ไม่ปลอดภัยนี้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปในที่สุด ดังนั้น การที่คิดจะเปิดสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์ให้เหล่าบรรดาเด็กๆ และเยาวชนนั้นจึงเป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่งที่ผู้ใหญ่ต้นคิดจะต้องคิดให้รอบคอบ รอบด้าน และลึกซึ้ง

              แม้แรกเริ่มพ่อแม่จะตัดสินใจซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ลูกไว้ใช้เป็นยานพาหนะไปเรียนหนังสือ หรือซื้อกับข้าวในตลาด หรือกระทั่งเพิ่มอำนาจการต่อรองกับลูกให้กระทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการก็ตามที ในขณะเดียวกันลูกที่เป็นผู้รับก็ใช้รถมอเตอร์ไซค์เป็นเครื่องมือต่อรองด้วยเหมือนกัน โดยทำให้พ่อแม่เชื่อว่า เมื่อพวกเขาได้รถมอเตอร์ไซค์แล้วจะทำในสิ่งที่พ่อแม่ต้องการ ?

              “ใครๆ ก็พูดว่า มึงจะบ้าเหรอ ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ให้ลูก อยากให้ลูกไปตายหรือไง... แล้วจะให้ทำยังไง ก็เขาอยากได้ เราก็สงสารลูก มันอ้อนวอนแล้วอ้อนวอนอีก”

              ของขวัญเช่นนี้ทำหัวใจแม่สลายได้ไม่ยาก ทั้งโดยการพลัดพรากจากลาจนถึงหลงเดินทางมืดมั่วสุมยาเสพติด และกระทำอาชญากรรมความรุนแรงรูปแบบต่างๆ

              นับแต่ผู้วิจัยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเด็กวัยรุ่นในโลกของนักบิด ทำให้พบว่ารถมอเตอร์ไซค์ได้เปลี่ยนชีวิตเด็กและเยาวชนไทยไปในทางเลวร้ายขึ้นมาก ดังผลสรุปการศึกษาที่พบว่า สุดท้ายปลายทางของเด็กวัยรุ่นเหล่านี้มีเส้นทางที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก เช่น

              1.เดินเข้าสู่เส้นทางอาชญากรรมเต็มตัว ไม่ตายก็ติดคุก

              2.เข้าสู่กระบวนการกดขี่ขูดรีดแรงงาน

              3.สร้างครอบครัวที่อ่อนแอ

              4.เข้าสู่กระบวนการกลายเป็นนักเที่ยวราตรี กลุ่มเสี่ยงทางการแพทย์

              5.สร้างชื่อประกาศตนเป็นนักเลงรุ่นโตและนักพนัน

              ปรากฏการณ์ความเสี่ยงดังกล่าวข้างต้นชัดเจนยิ่งในชุมชนที่อ่อนแอด้วยอบายมุขและมีต้นทุนทางสังคมน้อย โดยช่วงเย็นหลังโรงเรียนเลิกจะชัดเจนมาก จากการที่กลุ่มเด็กและเยาวชนชายในชุมชนทั้งยังเรียนอยู่และพ้นสภาพนักเรียน รวมถึงกลุ่มทำงานแล้ว จะทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน โดยเฉพาะการขี่รถมอเตอร์ไซค์เที่ยวโฉบไปมาระหว่างบ้านเพื่อนในชุมชน นั่งแต่งรถมอเตอร์ไซค์ในกลุ่มเพื่อน ขี่รถมอเตอร์ไซค์แข่งกันประลองความเร็วบนถนนภายในชุมชนและถนนเลียบคันคลองชลประทาน หรือไม่ก็จับกลุ่มกันเล่นเกมที่ร้านเกมในหมู่บ้านทั้งเพื่อความสนุกและพนันเงิน รวมทั้งยังนิยมพนันบอลด้วยจำนวนเงินหลักหมื่นด้วย

              “ตั้งแต่เป็นตำรวจมา ไม่เคยเห็นเด็กหยุดให้จับแต่โดยดี มีแต่แหกด่าน พุ่งชน เลาะเลี้ยวเข้าช่องโน้นช่องนี้ โอกาสเกิดอันตรายกับคนบริสุทธิ์ก็มีถึงจะทำด้วยความระมัดระวัง” ยิ่งบวกกับการปกป้องลูกของพ่อแม่ มอเตอร์ไซค์ราคาถูก ซีซีรถที่สูงอยู่แล้วก็มาแต่งให้เร็วแรงขึ้นอีกจากร้านแต่งรถ ก็ทำให้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจยากลำบากมาก

              เด็กและเยาวชนผู้กระทำผิดที่ถูกตำรวจจับและดำเนินคดีส่วนใหญ่เป็นเด็กนอกระบบการศึกษาและไม่มีงานทำ ซ้ำร้ายการไปประกันตัวของพ่อแม่ยังทำให้เด็กออกมากลายเป็นฮีโร่ ขณะที่แม่บางคนเมื่อรู้ว่าลูกถูกตำรวจจับข้อหาแข่งรถในที่สาธารณะกลางดึกก็กลับให้ท้ายลูกไปเสียได้

              “ตำรวจทำเกินไป ลูกฉันแค่ขับรถแข่ง ไม่ได้ไปฆ่าใครสักหน่อย”

              รถมอเตอร์ไซค์ของขวัญที่แม่ให้จึงอาจกลายเป็นเครื่องมือเปิดโลกแห่งความรุนแรงได้ ถ้าหากแม่ไม่คอยควบคุมดูแลลูกให้ใช้ยานพาหนะชนิดนี้ไปในทางที่ถูกที่ควร รวมทั้งให้ท้ายลูกเมื่อตำรวจปฏิบัติตามหน้าที่จับดำเนินคดี ด้วยท้ายที่สุดแล้ว ถ้าลูกยังคงเป็น “นักบิด” ต่อไป ความเจ็บปวดรวดร้าวชนิดหัวใจสลาย คงมาเยือนสักวันหนึ่ง แน่นอน จากการประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บ หรือกระทั่งเสียชีวิต