
ตำรวจเมืองแพร่ร่วมป้องกันไฟป่า
ตำรวจเมืองแพร่ร่วมป้องกันไฟป่า : สายตรวจระวังภัย โดยโสริยา กาญจนาพงศ์
สถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ เป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูร้อน ซึ่งก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ อีกทั้งยังส่งผลต่อทัศนวิสัยในการจราจรอีกด้วย สาเหตุหลักของการเกิดหมอกควันคือไฟป่า หรือการเผาพืชไร่ ทั้งนี้ จ.แพร่ ก็ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองแพร่ จึงเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการช่วยป้องกัน และยับยั้งการเกิดไฟป่าในพื้นที่ ทั้งการช่วยดับไฟป่า และการใช้กฎหมายควบคุม เพื่อไม่ให้ประชาชนลักลอบเผาป่า
พ.ต.อ.ชูวิทย์ กองแก้ว ผกก.สภ.เมืองแพร่ กล่าวว่า จ.แพร่ ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ พื้นที่ป่า ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวน ป่าเสื่อมโทรม พื้นที่เกษตรกรรม และพื้นที่ชุมชน พื้นที่ส่วนใหญ่ที่มีการเผาป่าคือ พื้นที่รอยต่อระหว่าง จ.แพร่และจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งเจ้าหน้าที่อาจดูแลไม่ทั่วถึง และประชาชนบางส่วนก็ยังไม่ทราบข้อกฎหมายว่า ห้ามเผาป่า และไฟป่าส่วนใหญ่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ทั้งการจงใจเผาเพื่อหาของป่า หรือล่าสัตว์ และการเผาเศษวัชพืช เพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรมในฤดูถัดไปนอกจากนี้ ความประมาทเลินเล่อ เช่น การก่อกองไฟ หรือเผาขยะแล้วลืมดับไฟ หรือดับไม่สนิท กรณีที่มีผู้ขับขี่ยานพาหนะทิ้งก้นบุหรี่ลงในป่าข้างถนน ทำให้สะเก็ดไฟลุกลามไปไหม้หญ้าและใบไม้แห้ง ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในช่วงฤดูแล้ง ส่วนไฟป่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่นจากการเสียดสีกันของกิ่งไม้และใบไม้แห้งจนเกิดความร้อนและประกายไฟนั้นเป็นไปได้ยาก
ผกก.สภ.เมืองแพร่ ระบุด้วยว่า การทำงานดับไฟป่าจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน เช่น เจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ควบคุมไฟป่า อาสาสมัครดับไฟป่า กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ประชาชนในพื้นที่ ซึ่งแต่ละวันเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจัดหน่วยประชาสัมพันธ์ลงพื้นที่ชุมชนในตอนเย็น เพื่อพบปะพูดคุยกับผู้นำชุมชน และตัวแทนชาวบ้านในแต่ละตำบล โดยขอความร่วมมือและรณรงค์ไม่ให้ประชาชนเผาป่า และให้ตะหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดตามมาต่อระบบนิเวศ หรือเกี่ยวกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อม อีกทั้งให้ความรู้ด้านกฎหมายที่จะดำเนินการกับผู้ที่เผาป่า เพราะประชาชนบางส่วนอาจจะยังไม่ทราบว่า การเผาป่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย
“ในปี 2559 นี้ ยังไม่มีพบผู้กระทำผิดเผาป่าในพื้นที่ จ.แพร่ ซึ่งในขณะนี้สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ก็ยังไม่น่าเป็นห่วง อีกทั้งปัญหาหมอกควันในปีนี้ก็ลดน้อยลงจากปีที่ผ่านๆ มา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังต้องเฝ้าระวังไฟป่า และเตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่ปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที เพื่อลดความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น” พ.ต.อ.ชูวิทย์ กล่าว
สำหรับผู้ที่กระทำผิดมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมไฟป่า ได้แก่ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522, พระราชบัญญัติเกี่ยวกับป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14, พระราชบัญญัติป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน พ.ศ.2550 ที่จะสามารถเอาผิดสำหรับที่ทำให้เกิดไฟไหม้ป่า



