
เชื้อร้ายที่(ยัง)ไม่ตาย
เชื้อร้ายที่(ยัง)ไม่ตาย : บทบรรณาธิการประจำวันที่4เม.ย.2559
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์พิเศษสำนักข่าววอยซ์ออฟอเมริกาภาคภาษาไทย ขณะเข้าร่วมประชุมระดับผู้นำว่าด้วยความมั่นคงทางนิวเคลียร์ ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-1 เมษายนนี้ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา โดยยืนยันว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นกลางปี 2560 ตามโรดแม็พ และจะไม่มีการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตัวแทนหรือนอมินีเข้ามาลงเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจแน่นอน แต่ดูเหมือนสิ่งที่เป็นกังวลสำหรับผู้นำไทยก็คือการแก้ปัญหาที่เป็นบ่อเกิดความแตกแยกของคนในชาติขณะนี้ และเป็นจุดหลักในการเกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศไทย ด้วยการประท้วงของกลุ่มต่างๆ นำไปสู่ความรุนแรงสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กระทั่งเกิดการรัฐประหารโดยมีคสช.เข้ามาจัดระเบียบชาติ ยังไม่สะเด็ดน้ำเท่าที่ควร
แต่ที่น่าเป็นห่วงไปไม่น้อยกว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นคือ การสร้างความรับรู้กับต่างประเทศ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเองได้ตอบคำถามหลายประเทศที่มาหา ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นย้ำแต่ในเรื่องประชาธิปไตย การเลือกตั้ง และสิทธิมนุษยชน โดยพวกเขาไม่ถามเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ทำไมคสช.ถึงต้องเข้ามา ซึ่งได้บอกเหตุทุกครั้งแต่เขาก็ไม่ใส่ใจ ไปใส่ใจแค่เพียงเรื่องสิทธิมนุษยชน เพราะมีคนไปพูดให้เขาฟังว่า รัฐบาลนี้เข้ามาแล้วฆ่าคนตายเท่านี้เท่านั้น เอาคนมาติดคุกเป็นพันๆ คน ฆ่านักข่าวไป 400-500 คน เอาถุงดำครอบหัวประชาชน ทั้งที่ไม่เคยทำสักอย่าง แต่ใครที่ไปพูดกับเขา ก็คือคนที่หนีไปต่างประเทศ ที่หนีไปนั้น เพราะมีความผิดหรือเปล่า แล้วก็ไปให้ร้ายประเทศอยู่ข้างนอก ทำให้ประเทศชาติเสียหาย
แม้จะไม่เอ่ยชื่อแต่ก็เป็นที่เข้าใจว่าบุคคลที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.พาดพิงถึงนั้น คงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอดีตนายกรัฐมนตรีผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญและเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้ประเทศต้องเกิดความขัดแย้งรุนแรง แบ่งฝักแบ่งฝ่ายอย่างชัดเจนตลอดการปกครองทั้งของตนเองและนอมินีมายาวนานร่วม 10 ปี ด้วยอำนาจเงินที่มีทำให้การหลบหนีคดีความไม่เป็นที่เดือดร้อน ยังคงเดินสายใช้อำนาจเงินเปิดยุทธการโลกล้อมประเทศ โจมตีรัฐบาลหรือฝ่ายตรงข้ามอยู่เป็นระยะๆ รวมถึงการปลุกระดมมวลชนให้เคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ผ่านทางลิ่วล้อทางการเมืองโดยการออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีการร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐบาลเกิดอาการเสียสูญ และยังฝ่าฝืนกฎหมายท้าทายอำนาจรัฐอยู่เป็นนิจ
ปรากฏการณ์ขันแดงที่เขียนคำอวยพรเนื่องในวันปีใหม่ไทยลงชื่อทักษิณ ชินวัตร เห็นชัดถึงการเคลื่อนไหวที่ไม่ยอมทิ้งห่าง ฉกฉวยโอกาสและวันสำคัญมาเป็นข้ออ้างในการเตรียมแจกจ่าย หวังสร้างกระแสในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคสช.เองก็รับรู้ว่าขันพลาสติกสีแดงร่วมหมื่นใบที่ทหารยึดได้จากสำนักงานส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยนั้น จะถูกปรามาสถึงภาวะตื่นตูมของฝ่ายบ้านเมืองเป็นแน่ แต่ในมุมกลับกันหากจะปล่อยให้คนที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติมาปลุกเร้ามวลชนใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก อย่างนี้รัฐบาลและคสช.ยังต้องเหนื่อยอีกมากทั้งการบริหารประเทศและจัดเดินตามโรดแม็พที่ได้วางไว้ ที่สำคัญต้องตอกย้ำให้ประชาชนเข้าใจและเห็นถึงพิษภัยของระบอบทักษิณมากกว่าการรอรับเงินจากนักเลือกตั้ง บางทีอาจจะต้องใช้เวลามากกว่า 2 ปีก็เป็นได้



