คอลัมนิสต์

วังวนแห่งความมืดบอด

วังวนแห่งความมืดบอด

31 มี.ค. 2559

วังวนแห่งความมืดบอด : กระดานความคิด โดยคนที วิถีไทย

             ยิ่งนับวัน การศึกษาของไทย นอกจากจะยิ่งถูกทำให้ห่างไกลจากคำว่าปฏิรูปมากขึ้นแล้ว สิ่งที่ควรเป็นภูมิปัญญาของคนในชาติเช่นว่านี้ กลับถูกทำให้เป็นการค้าการขายที่ต้องจ่ายแพงขึ้นทุกที

             พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้ปรารถนาจะให้บุตรหลานหรือเด็กๆ ในความดูแลได้รับการศึกษาที่เท่าเทียมเป็นอย่างน้อยหรือมากกว่าคนอื่นแล้วแต่กำลังทรัพย์ ย่อมต้องพากันดิ้นรนขวนขวายเพื่อให้เยาวชนเหล่านั้นเข้าสู่สนามการแข่งขันที่มีเปรียบ และถ้าเป็นไปได้ พวกเขาก็ยอมที่จะควักจ่ายจำนวนมากๆ เพื่อเปิดทางสะดวกสู่ปลายฝันที่น่าจะเป็นใบรับรองความสำเร็จมากกว่าสร้างภูมิปัญญา เพื่อการเดินทางอันมั่นคงในห้วงชีวิตข้างหน้าอีกยาวไกลหลายสิบปี

             ค่ากวดวิชา วิชาละ 1 หมื่นบาท สำหรับการสอบวัดผลมาตรฐานของชาติจำนวน 7 วิชา ซึ่งอาจมีเพิ่มพิเศษอีก 2 วิชา รวมเบ็ดเสร็จแล้วร่วมแสนบาท คือเงินก้อนโตที่พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายย่อมจะมองเห็นตรงกันว่า มันคือเงินลงทุนอันหวังผลสัมฤทธิ์ได้ในอีก 6-10 ข้างหน้า ซึ่งกุลบุตรกุลธิดา ถูกผลิตผ่านกระบวนการอาชีวะ หรืออุดมศึกษา เพื่อป้อนตลาดแรงงานที่คาดหมายได้ล่วงหน้า จึงจำต้องไปหามาให้ได้ ถ้าหากว่าไม่มีจำนวนเท่าที่ว่านอนเย็นอยู่ในกระเป๋า

             เมื่อวิชาความรู้ไม่สามารถค้นหาได้ในห้องเรียนปกติ เด็กๆ และเยาวชนผู้มาจากครอบครัวด้อยโอกาส แม้จะพอมีเงินอยู่บ้าง แต่มันก็น้อยจนไม่อาจทุ่มลงทุนซื้ออนาคตเหมือนกับครอบครัวที่มั่งมีกว่าได้ จึงถูกกระทำให้หมดโอกาสลงโดยสิ้นเชิง ไม่มีคำอุทธรณ์ใดๆ

             คำว่า ปฏิรูปการศึกษา จะสามารถตอบโจทย์ที่ว่า “แล้วบรรดาหน่อเนื้อผู้สืบสานอนาคตชาติในส่วนของผู้ด้อยโอกาสจำนวนหลายแสนหลายล้านคนในแต่ละปี จะถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่พลเมืองประเภทไหน?” ได้หรือไม่ ในเมื่อพวกเขาถูกกันออกมาจากศูนย์กลางของความรู้ที่ถูกทำให้เป็นระบบผูกขาด ด้วยวิธีการของคนในแวดวงการศึกษา ผ่านระบบการสอนพิเศษนอกห้องเรียนที่เรียกกันว่า "กวดวิชา”

             สถานกวดวิชานอกโรงเรียน จึงเป็นแหล่งปล่อยของซึ่งผู้สอนจับจุดได้จากห้องเรียนปกตินั่นเอง แล้วนำมาขายให้ลูกค้า ซึ่งเป็นนักเรียนพิเศษได้รับอาวุธลับไปฟาดฟันลูกหลานคนยากจนในสนามสอบที่ถูกวาดภาพขึ้นว่า ได้มาตรฐานและเที่ยงธรรม ด้วยข้อสอบชุดเดียวกัน สำหรับทุกสนามแข่งขันทั่วประเทศ

             ผลการสอบโอเน็ตที่ออกมาว่า เด็กๆ สอบตกกันถ้วนหน้า นอกจากสะท้อนความไม่เท่าเทียมทางการศึกษา และความไม่เอาถ่านของระบบแล้ว ยังเป็นหัวเชื้อที่กระตุ้นต่อมความหวาดผวาของบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองให้เร่งหาเงินหาทองมาส่งลูกหลานเข้าสู่สายพานการผลิตชนิดพิเศษที่เดินเครื่องด้วยธนบัตรจำนวนมหาศาล

             ระบบการศึกษาไทยกำลังบ่มเพาะอะไร?

             1.การมุ่งเอาชนะ ด้วยกำลัง(ทรัพย์)ของผู้ที่เหนือกว่า ไม่ต่างไปจากผู้ล่าในยุคดึกดำบรรพ์

             2.กีดกันคนด้อยโอกาสออกจากระบบการศึกษา ทั้งที่เรื่องภูมิปัญญา ควรจะเป็นทรัพย์สินของทุกๆ คนในชาติอันพึงได้รับโดยเสมอภาค

             3.ต่อมความกลัวลูกหลานจะถูกกันออกจากระบบ ถูกกระตุ้นเร่งเร้าให้เกิดการคอร์รัปชั่นโกงกิน หาเงินมาให้ได้ทุกทางเพื่อสร้างบัณฑิตใหม่ให้เข้าสู่วัฏจักรเดียวกัน

             สังคมไทยเดินหน้าต่อไปไม่ได้แน่ ถ้าหากระบบการศึกษายังตกอยู่ในวังวนเช่นว่านี้