คอลัมนิสต์

'นครบาล'ติวเข้มชุดเจรจาจัดอบรม'กู้นาทีวิกฤติ'

'นครบาล'ติวเข้มชุดเจรจาจัดอบรม'กู้นาทีวิกฤติ'

29 มี.ค. 2559

'นครบาล'ติวเข้มชุดเจรจาจัดอบรม'กู้นาทีวิกฤติ' : สายตรวจระวังภัย โดยปฏิญญา เอี่ยมตาล

           เหตุการณ์ความไม่สงบในบ้านเมือง รวมถึงคดีอาชญากรรม ซึ่งมักถูก “คนร้าย หรือกลุ่มขบวนการ” ที่กระทำผิดกฎหมายในรูปแบบต่างๆ นำมาซึ่งความสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นชีวิต หรือทรัพย์สิน ดังนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) จึงเล็งเห็นความสำคัญของการรักษาความสงบเรียบร้อย และดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มักมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

           ด้วยเหตุนี้ จึงจัดให้มี “โครงการอบรมทักษะการเจรจาต่อรองพื้นฐาน และการเจรจาต่อรองในสถานการณ์วิกฤติ” (Basic Negotiation-Crisis Negotiation) ประจำปี 2559 ให้แก่นายตำรวจชั้นสัญญาบัตรระดับสารวัตร และรอง ผกก.สน.ทุกสายงาน จำนวน 50 นาย ซึ่งได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม จนถึง 28 มิถุนายน 2559 โดยกำหนดให้ทุกวันจันทร์ของแต่ละเดือน จัดให้มีการอบรมที่ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 3 สน.พลับพลาไชย 1

           เกี่ยวกับเรื่องนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. กล่าวว่า เนื่องด้วย สตช.และ บช.น. มีอำนาจหน้าที่รักษาความปลอดภัยและดูแลความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชน  เมื่อมีเหตุความไม่สงบเกิดขึ้น โดยการกระทำอันเป็นการละเมิดกฎหมาย ทักษะการเจรจาต่อรองกับผู้กระทำความผิดมีความสำคัญและจำเป็นระดับต้นๆ สำหรับตำรวจทุกระดับชั้น เพราะตำรวจมีหน้าที่เป็นผู้เผชิญเหตุคนแรกในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือหมายถึงเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์นั้นๆ ในด่านแรก  เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่มีประสิทธิภาพสอดคล้องตามขั้นตอนตามแผนกรกฏ 52 และแผนสันติรัฐ 48 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติกำหนดไว้

           “การฝึกอบรมพื้นฐานการเจรจาต่อรอง และการเจรจาต่อรองในสถานการณ์วิกฤติ...ครั้งนี้ เป็นไปตามการปฏิบัติสากล เชื่อว่าผู้เข้ารับการฝึกฝนอบรมจะมีทักษะความรู้มากขึ้นเพื่อเตรียมพร้อมการปฏิบัติหน้าที่ในสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ซึ่งการฝึกอบรมใช้เวลาครั้งละ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ประกอบไปด้วยเนื้อหาพื้นฐานด้านการเจรจาต่อรองและพื้นฐานการเจรจาต่อรองในภาวะวิกฤติรวม 30 ชั่วโมง ช่วงเวลา 18.00-20.00 น. มีทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก สตช. และนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้” พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวขณะที่ พล.ต.ต.ทรงพล วัธนะชัย ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 (ผบก.น.6) กล่าวเสริมว่า หลังเสร็จสิ้นการอบรมจะมีการประเมินผลผู้เข้าร่วม ด้วยการตอบแบบสอบถาม สัมภาษณ์ประเมินความเข้าใจและทดสอบภาคปฏิบัติ ซึ่งผลที่คาดว่าจะได้รับคือ ความรู้ความเข้าใจในทักษะพื้นฐานของกระบวนการเจรจาต่อรองอย่างมีประสิทธิภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถวิเคราะห์บุคคลทุกประเภทผ่านการเจรจาต่อรองโดยลดความรุนแรงของเหตุการณ์ ลดการสูญเสียกำลังพลและงบประมาณได้มากยิ่งขึ้น ถือเป็นการใช้สันติวิธีในการแก้ไขระงับซึ่งปัญหา นอกจากเหตุผลความสำคัญจำเป็นของการฝึกฝนอบรมพัฒนาระดับองค์ความรู้แก่ตำรวจกองบัญชาการตำรวจนครบาลแล้ว ยังช่วยให้ตำรวจนครบาลมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ประทับใจแก่ประชาชนมากขึ้น สร้างความอบอุ่นใจในการดูแลความปลอดภัยชีวิตทรัพย์สิน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติบนเวทีระดับประเทศ ซึ่งจากนี้ไปตำรวจนครบาลจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ตึงเครียดหรือสถานการณ์วิกฤติได้ด้วยความเป็นมืออาชีพ