
เหลียวมองพม่า-แลหน้าการเมืองไทย
เหลียวมองพม่า-แลหน้าการเมืองไทย : กระดานความคิด โดย บางนา บางปะกง
วันพุธที่ 30 มีนาคม 2559 การถ่ายโอนอำนาจในเมียนมาร์ ระหว่างรัฐบาลพรรคยูเอสดีพี กับพรรคเอ็นแอลดี จะบังเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ
ในวันนั้น เมียนมาร์ จะมีประธานาธิบดี, รองประธานาธิบดี และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ซึ่งจะสาบานตนต่อสภาสหภาพ จากนั้นไปรับส่งหน้าที่ที่ทำเนียบประธานาธิบดี
นับเป็นการเปิดศักราชใหม่ของ “รัฐบาลพรรคเอ็นแอลดี” ครั้งแรกในรอบ 50 ปี
อย่างไรก็ตาม “คณะทหาร” ยังมีบทบาทสูงในการปกครองประเทศ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเมียนมาร์กำหนดให้ทหารร้อยละ 25 เป็น ส.ส.อยู่ในสภาสหภาพ และทหารนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเกี่ยวกับความมั่นคง 3 ตำแหน่ง คือ กลาโหม, มหาดไทย และกิจการชายแดน
ในสภาสหภาพ มีสภาประชาชน และสภาชนชาติ พร้อมสัดส่วนทหารร้อยละ 25 ของสองสภา รวมทั้งสิ้น 654 ที่นั่ง
เท่ากับว่า ทหารได้เป็น ส.ส.สภาประชาชน 107 คน และ ส.ส.สภาชนชาติ 56 คน รวม 163 คน จัดว่าเป็นดุลกำลังสำคัญในสภา
พรรคฝ่ายรัฐบาล ประกอบด้วย ส.ส.พรรคเอ็นแอลดี 390 คน, พรรคแห่งชาติอาระกัน (ยะไข่) 22 คน และพรรคหัวเสือ (ไทใหญ่) 15 คน
พรรคฝ่ายค้าน ประกอบด้วย ส.ส.พรรคยูเอสดีพี 41 คน พรรคชาติพันธุ์เล็กๆ อีก 23 คน และทหาร 163 คน
นั่นหมายความว่า ในสภาสหภาพ พรรครัฐบาลมี 427 เสียง และฝ่ายค้านมี 227 เสียง
ผลการเลือกประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 15 มีนาคม จึงมีผลคะแนนดังนี้
ถิ่น จอ ประธานาธิบดี ได้ 360 คะแนน (พรรคเอ็นแอลดีกับพรรคพันธมิตร) มินต์ ส่วย รองประธานาธิบดี ได้ 213 คะแนน (พรรคยูเอสดีพีกับทหาร) และเฮนรี วาน เทียว รองประธานาธิบดี ได้ 79 คะแนน (เสียง ส.ส.ชนชาติ พรรคเอ็นแอลดี)
หลังจากเลือกประธานาธิบดีเสร็จ ออง ซาน ซูจี ได้เดินหน้าประชุมแกนนำพรรคเอ็นแอลดี จัดทำโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดินเสนอต่อสภาสหภาพ ขออนุมัติยุบรวมและลดจำนวนกระทรวงและรัฐมนตรีในรัฐบาลชุุดใหม่ จาก 31 กระทรวง เหลือ 21 กระทรวง
ฉะนั้นจำนวนรัฐมนตรีจาก 36 คน ก็ลดเหลือ 21 คน โดยรัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดี 6 คน เหลือ 1 คน
นอกจากนั้นยังมีกระทรวงที่ตั้งขึ้นใหม่คือ “กระทรวงกิจการกลุ่มชาติพันธุ์” แต่ก็ยังไม่มีกระทรวงยุติธรรม ตามเสียงเรียกร้อง
เมื่อจัดวางโครงสร้างกระทรวงใหม่ ออง ซาน ซูจี กับแกนนำพรรค จึงคัดสรรรายชื่อรัฐมนตรีจำนวน 18 คน จาก 21 คน เพราะต้องเว้นให้รัฐมนตรีที่มาจากทหาร 3 คน
บัญชีรายชื่อรัฐมนตรีของพรรคเอ็นแอลดีที่ถูกเปิดเผยไปตามสื่อต่างๆ มีเพียง 15 คน ไม่ใช่ 18 คน
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจาก ออง ซาน ซูจี เลือกจะควบ 4 ตำแหน่งคือ รัฐมนตรีต่างประเทศ เพื่อที่จะได้ไปนั่งในสภาความมั่นคงแห่งชาติ
ผู้ทรงอำนาจเหนือประธานาธิบดียังจะเป็น รัฐมนตรีไฟฟ้าและพลังงาน, รัฐมนตรีศึกษาธิการ และ รัฐมนตรีประจำสำนักประธานาธิบดี
วันที่ 24 มีนาคม สภาสหภาพเห็นชอบรายชื่อคณะรัฐมนตรี 18 คน ตามที่ประธานาธิบดีถิ่น จอ เสนอ
ส่วนรัฐมนตรีโควตาทหาร พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้แต่งตั้ง พล.ท.จ่อ ส่วย เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย, พล.ท.เส่ง วิน เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และ พล.ท.แย อ่อง เป็นรัฐมนตรีกิจการชายแดน
การดำรง ส.ส.ทหารไว้ในสภาสหภาพ และรัฐมนตรีทหารในคณะรัฐบาล นับเป็นกลยุทธ์การถอยของคณะทหารพม่าอย่างมีจังหวะก้าว ซึ่งทหารไทยในนาม คสช.กำลังเดินตามรอยอย่างขะมักเขม้น
คสช.ให้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญว่า มี ส.ว.สรรหา 250 ที่นั่ง ก็ไม่ต่างจากกลุ่มขุนศึกพม่ากันจำนวน ส.ส.ร้อยละ 25 ไว้ให้ทหาร เพื่อถ่วงดุลอำนาจ
ส่องการเมืองพม่าแล้วหันหน้ามามองการเมืองไทย ก็ละม้ายคล้ายกันด้วยประการฉะนี้



