
ไม่มีใครได้ทั้งหมด
28 มี.ค. 2559
ไม่มีใครได้ทั้งหมด : บทบรรณาธิการ วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2559
ในที่สุดกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ได้ข้อสรุปหลังใช้เวลา 4 วันพิจารณาทบทวนร่างรัฐธรรมนูญมีทั้งสิ้นจำนวน 16 หมวด 279 มาตรา ซึ่งเมื่อพิจารณาเนื้อหาของมาตราต่างๆ ดูจะเป็นไปตามโจทย์ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติให้มา รวมถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กำหนดไว้ และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับเปลี่ยนผ่านเป็นการป้องกันผู้ทุจริตไม่ให้กลับสู่การเมือง ถือได้ว่าสำเร็จเสร็จสิ้นไปแล้ว 99.99 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงแก้ไขคำถูกผิดหรือตกหล่นในช่วงที่เหลืออีก 2 วัน ก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีได้เห็นโฉมในวันที่ 29 มีนาคม และเผยแพร่ให้ประชาชนได้อ่านเนื้อหา จากนั้นก็จะถึงขั้นตอนการลงประชามติที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 สิงหาคม ซึ่งช่วง 4 เดือนจากนี้ก็จะอยู่ในขั้นตอนรณรงค์โดยจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะเปิดเวทีให้คนที่เห็นด้วยและเห็นต่างได้แสดงความคิดเห็นภายใต้กรอบความเสมอภาค
ต้องยอมรับว่ากรอบของร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เน้นป้องกันการทุจริต ดังนั้น เนื้อหาที่ออกมาก็จะเป็นการสกัดนักการเมืองขี้ฉ้อ จึงได้มีการเพิ่มเติมคุณสมบัติต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเขียนห้ามผู้เคยกระทำผิดต่อหน้าที่ ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตลอดชีวิต หรือคนที่มีประวัติไม่ดีแม้ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด แม้แต่การรอลงอาญา แม้ส่อว่าเข้ามาแสวงประโยชน์แก่ตน ก็ควรตัดสิทธิตลอดชีวิต ถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปที่ต้องการให้ทุกคนเล่นการเมืองเพื่อผลประโยชน์ชาติประชาชนมากกว่าตัวเองหรือพวกพ้อง เป็นรัฐธรรมนูญขจัดนักการเมืองชั่วร้าย ปราบโกง จากนี้ไปนักการเมืองที่อาสาเข้ามาทำงานมือต้องสะอาด ใครมีประวัติส่อไปในทางไม่ซื่อสัตย์ ด่างพร้อย คงไม่สามารถใช้เงินฝ่าด่านเข้ามาออกกฎหมายฟอกขาวในสภาหินอ่อนได้
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่จะใช้กับคนทุกคน เป็นส่วนรวม มุ่งหวังให้เกิดประโยชน์ระยะยาวต่อประเทศ ทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุขและได้รับความเที่ยงธรรม โดยเป้าหมายสำคัญของรัฐธรรมนูญคือพยายามขจัดความเหลื่อมล้ำและมุ่งหวังว่าปัญหาของประเทศที่หมักหมมมาเป็นเวลานาน จะสามารถแก้ไขได้โดยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการศึกษา ระบบยุติธรรมและตำรวจ เพื่อให้เกิดความเที่ยงธรรมและมีขวัญกำลังใจในการทำหน้าที่ที่ตรงไปตรงมาไม่ใช่ทำตามคนสั่ง ซึ่งนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ได้แสดงความเป็นห่วงและขอความกรุณาให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจในเนื้อหา เห็นได้ว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้แรงเฉพาะการมุ่งเน้นในเรื่องปราบโกงเท่านั้น แต่ยังแรงในการทำหน้าที่ของข้าราชการด้วย
การดำเนินงานของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญตลอด 6 เดือนที่ผ่านมา ได้รับทั้งดอกไม้และก้อนหิน เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญอาจจะถูกใจบางคน บางกลุ่ม หรื่อบางส่วนบางท่อนก็ตามแต่ คงต้องรอทุกอย่างลงตัววันที่ 29 มีนาคมนี้ก่อน เพราะยังไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วมันเป็นอย่างไร มีอะไรซ่อนเร้นหรืออำนาจที่แฝงในรูปแบบต่างๆ หรือไม่ ปฏิกิริยาของแม่น้ำบางสายที่มีต่อกรรมการร่างรัฐธรรมนูญเป็นอย่างไร พอใจหรือไม่ จากสถานการณ์ที่ออกมาอาจมองว่ามันยังไม่สุดในความต้องการของผู้มีอำนาจ แต่กระนั้นคนไทยทุกคนจะต้องอ่านและศึกษาผลดีผลเสียของร่างรัฐธรรมนูญนี้ด้วยตนเอง อย่าไปให้ใครบิดเบือน ไม่มีใครได้ทั้งหมดหรือเสียทั้งหมด ก็ขึ้นอยู่กับการลงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม ที่เสียงของประชาชนเจ้าของประเทศจะเป็นผู้ตัดสินใจ



