คอลัมนิสต์

อบรมจราจร338นายเคลื่อนย้ายรถใหญ่จอดเสีย-ปลดเบรกล้อล็อก

อบรมจราจร338นายเคลื่อนย้ายรถใหญ่จอดเสีย-ปลดเบรกล้อล็อก

24 มี.ค. 2559

อบรมจราจร338นายเคลื่อนย้ายรถใหญ่จอดเสีย-ปลดเบรกล้อล็อก : สายตรวจระวังภัย ทีมข่าวอาชญากรรม

            นอกจากปริมาณรถยนต์ใน กทม.ที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่เพียงพอสอดรับกับเส้นทางจราจรที่มีในเมืองกรุงปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรแออัดติดขัดแล้ว การจอดรถในที่ห้ามจอด จอดรถซ้อนคัน จอดรถในเวลาต้องห้าม รวมถึงกรณีรถจอดเสียบนท้องถนน กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรในพื้นที่ต้องเข้ามาเร่งแก้ไขเคลื่อนย้ายรถจอดเสียให้พ้นจากผิวการจราจรไปได้ ซึ่งหากเป็นรถยนต์เล็กนั่งส่วนบุคคลเสียกลางทาง เจ้าหน้าที่ก็พอจะรับมือไหวด้วยการออกแรงเข็นเคลื่อนย้ายไป แต่ถ้าเป็นกรณีของรถใหญ่ เช่น รถเมล์ รถทัวร์ รถบรรทุกหกล้อ รถบรรทุกสิบล้อขึ้นไปจนถึงรถพ่วง 18 ล้อ ฯลฯ คงไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือทำอะไรได้มากไปกว่าการลงไปยืนกลางถนนเป่านกหวีดโบกรถไปมา

            สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองบัญชาการตำรวจนครบาล ตระหนักถึงปัญหาการจราจรติดขัดที่มีสาเหตุมาจาก “รถใหญ่จอดเสียกลางถนน”เป็นอย่างดีเพราะนอกจากจะส่งผลให้เสียช่องการจราจรแล้วยังกระทบต่อเส้นทางต่อเนื่องใกล้เคียงด้วย โดยทาง “องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพเขตการเดินรถที่ 5 (แสมดำ)” ร่วมกับ พล.ต.ท.อนันต์ ศรีหิรัญ  ผช.ผบ.ตร.รับผิดชอบงานด้านการจราจรและนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ร่วมกันเปิด “โครงการฝึกอบรมตำรวจจราจรนครบาลปลดเบรกล้อล็อกรถใหญ่” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2559 โดยนำตำรวจจราจร สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล 88 สน. และ บก.จร.จำนวน 338 นายเข้าคอร์สติวเข้มทักษะการเคลื่อนย้ายรถเสียบนถนน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการจากศูนย์ฝึกอบรมโตโยต้าและบริษัทฮีโน่เพื่อพัฒนาทักษะ เสริมความรู้ ในการแก้ไขปัญหารถเมล์ รถบรรทุก รถทัวร์ เสียบนผิวการจราจร ไม่ให้เกิดปัญหารถติดอีกต่อไป

            พล.ต.ท.อนันต์ เปิดเผยว่า จากสภาพปัญหาแวดล้อมการจราจรในปัจจุบัน ที่มีปริมาณรถเพิ่มมากขึ้น มีการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชน ทำให้หลายเส้นทางเกิดปัญหาการจราจรติดขัดและยังพบว่า ปัญหารถเสียบนถนนเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดใหญ่ทั้งรถเมล์ รถบรรทุก รถทัวร์ จึงแสวงหาความร่วมมือกับผู้เกี่ยวข้องจัดอบรมโครงการนี้เพื่อให้ตำรวจจราจรเรียนรู้ระบบรถยนต์ การปลดล็อกเบรกกรณีเบรกล็อก ล้อล็อกและทักษะต่างๆ สามารถวิเคราะห์แก้ปัญหาได้ทันทีหรือแม้แต่กรณีเครื่องยนต์ดับ เพื่อเคลื่อนย้ายให้พ้นการกีดขวางการจราจรอย่างรวดเร็ว อีกทั้งตำรวจจราจรที่เข้าร่วมได้ศึกษาเทคโนโลยีระบบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ๆ จะได้แก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง ตามหลักการป้องกันการเสียหายด้วย โดยการอบรมครั้งนี้แบ่งเป็น 3 รุ่นด้วยกัน

            ด้าน พ.ต.อ.ชินวร โบราณินทร์ ผกก.จราจร โครงการพระราชดำริ กล่าวว่า ปี 2558 ที่ผ่านมา ตำรวจจราจร ช่างโครงการพระราชดำริได้รับแจ้งเหตุรถเสียลงพื้นที่แก้ัปัญหารถเมล์ รถทัวร์ ที่เกิดอาการเบรกล็อก ล้อล็อก อยู่บ่อยครั้งในพื้นที่ กทม.ชั้นในทั้งหมด 44 คัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถเมล์ร่วมบริการโดยเคลื่อนย้ายรถยนต์เหล่านี้ให้พ้นการกีดขวาง ซึ่งหากในขณะที่รถเสียและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ทัน ระบบจะล็อกล้ออัตโนมัติภายใน 15 นาที ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรจำเป็นจะต้องมีความรู้และทักษะเบื้องต้นในการแก้ไขปัญหาต่าง โดยหลังดำเนินการนำรถพ้นการกีดขวางแล้วจะส่งต่อให้ตำรวจจราจรท้องที่ดำเนินการจับปรับ ข้อหา นำรถที่มีสภาพไม่สมบูรณ์มาใช้ในทาง ตาม พ.ร.บ.จราจรฯ อัตราโทษปรับ ไม่เกิน 1,000 บาทด้วย อย่างไรก็ตามเชื่อว่า หลังจากการอบรมแล้วปัญหารถใหญ่จอดเสียบนท้องถนนจะได้รับการแก้ไขไม่ให้กระทบต่อการจราจรต่อไป