
ภาพสะท้อนสังคมอุปถัมภ์
ภาพสะท้อนสังคมอุปถัมภ์ : บทบรรณาธิการประจำวันที่ 22 มีนาคม 2559
เป็นข่าวใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจกว้างขวาง ถึงขนาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกมาส่งสัญญาณให้ตำรวจให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เสียหาย กรณีอุบัติเหตุสะเทือนขวัญ นายเจนภพ วีรพร เสี่ยเจ้าของธุรกิจนำเข้ารถหรู ขับรถด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าชนรถยนต์ฟอร์ด เป็นเหตุให้ 2 นิสิตปริญญาโท สาขาวิชาสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย เสียชีวิต นอกจากนี้สังคมยังให้ความสนใจเป็นพิเศษต่างจากอุบัติเหตุโดยทั่วไป หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุร้ายแรงหลายๆ กรณีทีมีคนตายจำนวนมาก แต่ก็ไม่เป็นข่าวต่อเนื่องเท่ากรณีนี้ นั่นก็เพราะว่า กระบวนการสอบสวน และดำเนินคดีเพื่อเอาผิดผู้ก่อเหตุเป็นไปอย่างน่าเคลือบแคลงสงสัย ซึ่งต่อมาก็ชัดเจนมากขึ้น เมื่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกมายอมรับผิด และลงโทษเบื้องต้นต่อตำรวจผู้มีหน้าที่โดยตรงไปแล้ว
อุบัติเหตุร้ายแรงนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณเที่ยงเศษๆ ของวันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม และเป็นข่าวทางสื่อมวลชนกระแสหลักอยู่พอสมควร แต่ข่าวก็จบลงเร็วเพียงวันเดียว เพราะพื้นที่สื่อในวันอังคารและพุธต่อมาถูกแทนที่ด้วยข่าวอื่น กระนั้นก็ตาม ในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้พยายามเกาะติดและขุดคุ้ย ซึ่งเท่ากับเป็นการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่แทนสื่อกระแสหลัก จนนำไปสู่การตื่นตัวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสื่อกระแสหลักต้องกลับมาให้ความสนใจ ร่วมกันอยู่ในกระแสของการขุดคุ้ย เพื่อถามหาความเห็นธรรมให้แก่เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายและมาตรฐานการทำงานของตำรวจ ซึ่งเป็นต้นธารของกระบวนการยุติธรรมทั้งระบบ เพราะถ้าตำรวจมีอคติ หรือมีเหตจูงใจอื่นใดก็จะมีผลทำให้คดีล่าช้าหรือบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง
มีคำถามว่า ถ้าหากสังคมโซเชียลมีเดียไม่ให้ความสนใจกับกรณีที่เกิดขึ้น คดีก็จะเงียบลงไปในไม่ช้า ซึ่งไม่แน่ว่าผู้เคราะห์ร้ายจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย นั่นย่อมแสดงให้เห็นพลังในทางสร้างสรรค์ในโลกไซเบอร์ ที่ร่วมมือร่วมใจกันทำหน้าที่พลเมืองดี แม้ทุกวันนี้จะมีเรื่องราวที่เชื่อถือไม่ได้ การใส่ร้ายป้ายสี และเลวร้ายถึงขั้นผิดศีลธรรมจรรยาอยู่ในโลกออนไลน์ไม่น้อย แต่ทั้งหลายนั้นก็จะถูกตรวจสอบกันไปในตัว บางประเด็นก็จบลงอย่างรวดเร็ว บางประเด็นก็มีคดีความ ซึ่งล้วนสะท้อนให้เห็นเหรียญสองด้านในยุคที่ประชากรแทบทุกคน ทั่วทุกมุมโลกมีเครื่องมือสื่อสาร และตรวจสอบอยู่ในมือ รอเวลาและโอกาสเพียงแค่ว่า พวกเขาจะแสดงพลังความรับผิดชอบต่อสังคมออกมาเมื่อไร และอย่างไรเท่านั้น
ในทางกลับกัน ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดีย หรือสื่อใหม่เช่นว่านี้ ยังไม่สามารถซอกซอนชอนไชไปได้ถึงทุกมุมของสังคม ก็น่าสงสัยว่า หลายๆ คดีจะถูกอคติหรือผลประโยชน์อื่นใดชักนำไปตามความต้องการของผู้ที่มีอิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่อยู่อีกมากน้อยขนาดไหน ไม่เฉพาะแต่ในแวดวงข้าราชการตำรวจเท่านั้น สังคมไทยขณะนี้ได้ชื่อว่า มีเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นและขาดหลักธรรมาภิบาลอย่างรุนแรง การจัดการก็ขึ้นอยู่กับว่าจะจับได้ไล่ทันหรือไม่เท่านั้น ตัวอย่างความบกพร่องในการอำนวยความยุติธรรมในคดีจราจรธรรมดาๆ กลับสะท้อนให้เห็นโครงร่างอันเป็นปัญหาของกระบวนการทั้งระบบ คำว่าปฏิรูปประเทศที่พูดกันมามากพอสมควร ก็น่าจะเป็นที่เข้าใจตรงกันแล้วว่า ปัญหาของชาติบ้านเมืองอยู่ตรงไหน และจะเดินหน้าปฏิรูปกันอย่างไรในสังคมที่อยู่กับระบบอุปถัมภ์มาช้านาน



